Articles

ดูแลตัวเอง เริ่มต้น
จากความเข้าใจ

รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับผิว รูปหน้า และความงาม เพื่อช่วยให้คุณเลือกการดูแลได้อย่างเหมาะสม

February 2, 2025

Sculptra ถือเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมยอดนิยมจาก Pattippa Clinic ที่เราอยากนำเสนอ เนื่องด้วยเราเป็นคลินิกความงามในอยุธยาที่ได้นำนวัตกรรมด้านความงามนี้มาใช้เพื่อแก้ปัญหาผิวของสาว ๆ ให้ตอบโจทย์มากขึ้น ซึ่งจะน่าสนใจแค่ไหน มาติดตามไปพร้อม ๆ กัน Sculptra คืออะไร ทำไมถึงช่วยให้ผิวใส ดูเด็กลง? โปรแกรม “Sculptra” เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจกันเป็นอย่างมากทีเดียว กับ โปรแกรม “Sculptra” นวัตกรรมและเทคโนโลยีบำรุงผิวที่ต้องบอกเลยว่าสาว ๆ ในยุคนี้ต้องรู้จัก ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าปัญหาด้านความสวยความงามที่มักพบเป็นอันดับต้น ๆ คงไม่พ้นปัญหาผิวต่าง ๆ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ก้าวเข้าสู่วัย 40+ ที่ผิวเริ่มมีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอย เนื่องจากคอลลาเจนเริ่มลดลง เทคโนโลยีโปรแกรม Sculptra จึงเข้ามามีบทบาทและตอบโจทย์ในการแก้ปัญหานี้ มารู้จัก โปรแกรม “Sculptra” ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน สร้างความอ่อนเยาว์ให้ผิวกลับมาดูเด็กอีกครั้ง โปรแกรม Sculptra เป็นสารกำเนิดคอลลาเจนในรูปแบบฉีดที่ประกอบด้วยอนุภาคของ PLLA (Poly-L-Lactic Acid) มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เติมเต็ม และยกกระชับใบหน้า สามารถอยู่ได้นานถึง 2 ปี โดยมุ่งเน้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 (Collagen Type I) ได้ดีมากเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นหนึ่งในชนิดของคอลลาเจนที่ช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่น ช่วยสมานแผล สามารถพบได้ทั้งในผิวหนัง เส้นผม กระดูก เนื้อเยื่อ และผนังหลอดเลือด เป็นต้น สำหรับผลลัพธ์ภายใน 1-3 เดือนหลังการทำ Sculptra ผิวหน้าจะดูแน่น กระชับ ดูอ่อนเยาว์เด็กลงอย่างเห็นได้ชัด เห็นผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ผิวกระชับหลังจากได้รับการฟื้นฟูอย่างล้ำลึก และถึงแม้เวลาผ่านไป PLLA จะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติ แต่การสะสมของคอลลาเจนยังคงอยู่ โปรแกรม Sculptra จึงสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยได้อย่างยาวนาน หลักการทำงานของโปรแกรม Sculptra ที่ควรรู้ก่อนเข้ารับบริการ โปรแกรม Sculptra จะมีลักษณะเป็นผง จะต้องผสมด้วย Sterile water เขย่าให้เข้ากันเพื่อฉีดเข้าไปในผิวหนังชั้น Subcutaneous ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นไขมันชั้นลึก โดยหลังจากการฉีด ตัวยาจะกระจายตัวไปทั่วชั้นผิว สาร PLLA จะไปเพิ่มปริมาณเซลล์ ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์ที่เป็นตัวสร้างโปรตีนสองชนิด คือ คอลลาเจนและอิลาสติน ที่ช่วยสร้างความแข็งแรงให้โครงสร้างผิวภายในให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ ยังคอยพยุงผิวหนังและผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้เผยผิวใหม่ที่กระจ่างใสและเนียนนุ่ม ไปกระตุ้นขบวนการสังเคราะห์เส้นใยคอลลาเจน ผ่านเม็ดเลือดขาวซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาวชนิดที่คอยขจัดสิ่งแปลกปลอมที่หลุดรอดเข้าไปในร่างกายมาช่วยในการทำงาน ส่งผลให้ PLLA ค่อย ๆ สลายไป แต่การสะสมของคอลลาเจนยังคงอยู่ จึงสามารถช่วยลบเลือนริ้วรอยให้ดูจางลง และรอยเหี่ยวย่นหรือหลุมลึกดูตื้นขึ้นนั่นเอง โปรแกรม Sculptra เหมาะกับใคร บ้าง? แม้จะดูเป็นเทคโนโลยีที่ง่าย ๆ ไม่ได้ดูซับซ้อน แต่ต้องบอกก่อนว่าโปรแกรม Sculptra นั้นเหมาะกับผู้ที่ประสบปัญหาผิวหลายกลุ่มด้วยกัน ดังนี้… ที่ต้องการยกกระชับผิว ต้องการผิวแน่นอิ่มฟู ผู้ที่ริ้วรอยที่เห็นได้ชัด ริ้วรอยจากอายุที่มากขึ้น ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวโดยใช้สารสกัดจากธรรมชาติ ผู้ที่ต้องการปรนนิบัติผิวให้เปล่งปลั่งกระจ่างใส ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์หลังทำหัตถการอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่สามารถรักษาสภาพผิวได้ยาวนาน (เนื่องจาก เพราะ โปรแกรม Sculptra คงผลลัพธ์ได้ยาวนานถึง 2 ปี) ซึ่งนี่เป็นเพียงกลุ่มผู้เหมาะกับการฉีดโปรแกรม Sculptra เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น โดยหลัก ๆ จะเน้นไปที่ผู้ที่ประสบปัญหาความหย่อนคล้อยและริ้วรอยต่าง ๆ ซึ่งก่อนเข้ารับบริการ ผู้สนใจสามารถเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์เพิ่มเติมเพื่อทำการวิเคราะห์และวางแผนการให้บริการอย่างละเอียดอีกครั้ง โปรแกรม Sculptra ฉีดตรงไหนได้บ้าง? จากที่ทุกคนพอจะทราบแล้วว่า จุดประสงค์หลัก ๆ ของการฉีด Sculptra ก็คือการกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นฟูโครงสร้างผิวใหม่ ช่วยทำให้คอลลาเจนใต้ชั้นผิวมากขึ้น ดังนั้นจึงทำให้ Sculptra  สามารถฉีดได้หลายบริเวณด้วยกัน เช่น ทั่วใบหน้า บริเวณลำคอ หลังมือ ขมับ หรือ บริเวณผิวที่เหี่ยวย่น เป็นต้น เพื่อลดเรือนริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า ลดเม็ดสีทำให้รอยดำรอยแดง ฝ้าจางลง ผิวดูอ่อนเยาวน์ขึ้น โปรแกรม Sculptra เจ็บไหม อันตรายหรือเปล่า? สำหรับการฉีด โปรแกรม Sculptra นั้น จะมีการฉีดยาชาก่อน เช่นเดียวกับการฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งช่วยลดความรู้สึกไม่สบายขณะทำหัตถการ ทั้งนี้ ในเรื่องของมาตรฐานและความน่าเชื่อถือนั้น ต้องแจ้งว่า Sculptra เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) อีกทั้งสารกระตุ้นคอลลาเจนนี้ยังถูกนำมาใช้ในวงการแพทย์มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 อีกด้วย ดังนั้น ทุก ๆ คนสามารถมั่นใจในคุณสมบัติและประสิทธิภาพของ Sculptra ได้ โปรแกรม Sculptra ผลข้างเคียง ที่ควรระวังมีอะไรบ้าง? เนื่องจากการฉีด โปรแกรม Sculptra นั้น เป็นหัตถการที่ต้องใช้เข็มฉีดตัวสารเข้าไปสู่บริเวณต่าง ๆ บนใบหน้าที่ต้องการ ดังนั้น แน่นอนว่าผลข้างเคียงที่อาจตามมาได้ เช่น อาการบวม ปวด มีรอยแดงในบริเวณที่ฉีดได้ จะค่อย ๆ หายได้เองใน 2-3 วัน แต่นอกจากเคสเหล่านี้แล้ว ในบางราย อาจคลำพบก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิวหนังในช่วงแรก แนะนำให้นวดบริเวณที่ฉีดตามคำแนะนำของแพทย์ ก้อนดังกล่าว จะค่อย ๆ หายไปเองได้เช่นกัน โปรแกรม Sculptra วิธีฉีด แบบเบื้องต้นมีกี่ขั้นตอน? สำหรับขั้นตอนการฉีด โปรแกรม Sculptra หลัก ๆ นั้น ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนด้วยกัน ดังนี้… เข้ารับการตรวจ ประเมินสภาพผิวโดยแพทย์ผิวหนัง ทายาชา ในบริเวณที่ฉีดประมาณ 45 นาที ขณะที่ทายาชา แพทย์เตรียมโปรแกรม Sculptra ให้อยู่ในรูป Active form โดยผสม โปรแกรม Sculptra เข้ากับน้ำกลั่นปราศจากเชื้อ (Sterile water) แพทย์ฉีด โปรแกรม Sculptra ลงใต้ชั้นผิวในระดับความลึก 1.5-2 มิลลิเมตร ด้วยเข็มทู่ขนาด 22-25 G นวดหน้าเพื่อให้ยากระจายตัว ไปช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว ซึ่งนี่เป็นเพียงขั้นตอนหลัก ๆ เท่านั้น โดยแต่ละคลินิกหรือสถานที่ให้บริการแต่ละที่อาจมีขั้นตอนที่มากหรือน้อยกว่านี้แตกต่างกันออกไปก็ได้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม Sculptra นั้น เป็นสารที่ใช้กระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟู ยกกระชับผิว ให้กลับมาเปล่งปลั่งสดใส โดยช่วยบำรุงจากโครงสร้างภายใน ทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ยาวนาน แต่ผลลัพธ์ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ควรฉีดตามคำแนะนำของแพทย์และให้บริการโดยคลินิกที่ได้มาตรฐานและใช้ตัวยาของแท้เท่านั้นด้วย จะช่วยให้เห็นผลได้อย่างแท้จริง ทำ โปรแกรม Sculptra ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน

February 2, 2025

“Thermage flx” เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีสำหรับการยกกระชับที่หลาย ๆ คนอาจไม่รู้จักหรือคุ้นเคยกับชื่อนี้มากนัก  ซึ่งต้องบอกก่อนว่า  โปรแกรม Thermage นั้นเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ยกกระชับผิวหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งไม่ได้แค่ช่วยปรับผิวให้เต่งตึง เรียบเนียนเท่านั้น แต่ยังสลายเซลล์ไขมันบางส่วน และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ใบหน้ากลับมาสดใส ไร้ริ้วรอย แลดูอ่อนเยาว์โดยไม่มีบาดแผลอีกด้วย สิ่งต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมทุก ๆ คนต้องทำความรู้จักกับเทคโนโลยีชนิดนี้นั่นเอง Thermage FLX คืออะไร เหมาะกับใคร มีประโยชน์แค่ไหน มาดูกัน!! เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ความหย่อนคล้อยตามวัยก็เริ่มตามมา แต่ใคร ๆ ก็อยากหยุดเวลาของผิวไว้ที่เลขสองต้น ๆ ดังนั้นการดูแลผิวพรรณด้วยการทาครีมบำรุงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป สำหรับใครที่กำลังมองหาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด สามารถช่วยกำจัดเซลลูไลท์ และทำให้ผิวเรียบเนียน โปรแกรม Thermage เทอร์มาจ อาจเป็นคำตอบที่ใช่และดีสำหรับทุก ๆ คนเลยก็ว่าได้ ซึ่งในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเจ้าเทคโนโลยีชนิดนี้ไปพร้อม ๆ กัน โปรแกรม Themage FLX คือ… สำหรับเทคโนโลยีชนิดนี้ คือ เครื่องที่ใช้ความถี่จากคลื่นวิทยุความแรงสูง ส่งพลังงานคลื่นลงลึกเข้าไปถึงชั้นผิวหนังแท้  และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ด้วยความร้อนของคลื่นพลังงานสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และช่วยให้คอลลาเจนที่หย่อนคล้อยมีความกระชับมากขึ้น พร้อมกับสลายเซลล์ไขมันส่วนเกินบริเวณใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผิวหน้าเรียบเนียน มีความยืดหยุ่น เต่งตึง ยกกระชับ และทำให้ริ้วรอยลดลงได้ โปรแกรม Thermage FLX เหมาะกับใคร? โปรแกรม Thermage FLX เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับใบหน้าหลากหลายรูปแบบ ดังนี้… ผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่คมชัด ถูกบดบังด้วยไขมันสะสมส่วนเกินใต้ผิวหนัง ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับเข้ารูป ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยหลังจากลดน้ำหนักปริมาณมากในเวลาอันสั้น ทำให้ผิวหนังไม่สามารถยืดหยุ่นกลับมาได้ตามเดิม ผู้ที่มีปัญหาผิวพรรณขาดคอลลาเจน หรือคุณภาพของผิวพรรณไม่ดีดังเดิม ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้า แต่ไม่ต้องการผ่าตัดศัลยกรรม เนื่องจากกังวลเรื่องผลข้างเคียง อาการบอบช้ำ และ ไม่มีเวลาพักฟื้น ผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างเนื้อแก้มเยอะ เนื้อแก้มไม่กระชับ และไขมันใต้คาง (เหนียง) ปริมาณมาก ผู้ที่มีปัญหาแก้มใหญ่ อยากปรับลดแก้ม หรือกระชับแก้มให้เรียวเล็กลง ยังไงก็ตาม แม้เทคโนโลยีนี้จะเหมาะกับสาว ๆ ที่มีปัญหาหลายประการ แต่แพทย์ขอแนะนำผู้รับบริการปรึกษาแพทย์ถึงผลการรักษาที่เป็นไปได้ในแต่ละบุคคล เนื่องจากผลการรักษาอาจจะมีความแตกต่างระหว่างบุคคล ซึ่งต้องคำนึงปัจจัยอื่นร่วมด้วย โปรแกรม Thermage FLX มีการทำงานอย่างไร? สำหรับหลักการทำงานของเครื่องโปรแกรม  Thermage นั้น คุณหมอจะใช้เครื่องเทอมาจยิงพลังงาน Monopolar RF ซึ่งเข้าไปในผิวแล้วก่อให้เกิดความร้อนในอุณหภูมิที่เหมาะสม มีความลึกตั้งแต่ชั้นบนสุดของผิว ลงไปถึงประมาณ 4.3 mm ซึ่งจะโดนชั้นหนังแท้ และกระชับชั้นไขมันเป็นหลัก ต่างจาก Ulthera ที่เน้นชั้น SMAS เพราะหากคอลลาเจน และอีลาสติน (Elastin) ที่อยู่ใต้ผิวลดน้อยลง ชั้นไขมันจะหย่อนยานไม่สามารถยกตัวเป็นทรงได้ และจะเกิดการฝ่อตัวไปพร้อมกับชั้นผิวหนังแท้  ซึ่งส่งผลให้ใบหน้าของเรามีความหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยร่องลึกต่าง ๆ นั่นเอง เมื่อเครื่องเทอมาจส่งคลื่นพลังเข้าไปถึงชั้นผิวลึกแล้ว ความร้อนที่ส่งเข้าไปจะแยกโมเลกุลน้ำออกจากเส้นใยคอลลาเจน ทำให้คอลลาเจนที่เคยหย่อนคล้อยหดตัวทันที เส้นใยคอลลาเจนจะเรียงตัวยึดเกี่ยวเนื้อเยื่อของผิวหนังได้ดีขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวยืดหยุ่น แน่นกระชับขึ้นได้เรื่อย ๆ โปรแกรม Thermage FLX ช่วยแก้ปัญหาอะไร? สำหรับ โปรแกรม Thermage FLX นั้นมีประโยชน์และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างหลากหลาย เช่น… ผิวหนังหย่อนคล้อย โปรแกรม Thermage FLX ช่วยในการยกกระชับผิวหนังที่เริ่มหย่อนคล้อยสามารถใช้งานได้หลากหลายส่วนทั้งใบหน้าและลำคอ ยกกระชับรอบดวงตา และบริเวณลำตัว เช่น หน้าท้อง สะโพก ต้นแขน ต้นขา ริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่น  โปรแกรม Thermage FLX สามารถลดริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า คอ และส่วนอื่น ๆ บนร่างกายได้อีกด้วย ลดไขมันสะสมใต้ผิวหนัง  โปรแกรม Thermage FLX เหมาะมากกับผู้ที่มีไขมันเยอะ หน้าเต็ม โปรแกรม Thermage ตอบโจทย์สุด ๆ แต่ถ้าใครที่หน้าตอบไม่ค่อยมีชั้นไขมันแต่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย แนะนำว่าให้ลองดูเทคโนโลยีอื่น ๆ อย่าง Ulthera เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เมื่ออ่านถึงคุณประโยชน์ด้านบนที่กล่าวมา ก่อนคนไข้จะตัดสินใจทำ  โปรแกรม Thermage FLX ทุกคนควรรู้จักข้อดี รวมไปถึงข้อเสียอื่น ๆ ของการทำ  โปรแกรม Thermage เพื่อใช้เป็นข้อพิจารณาประกอบการตัดสินใจด้วย ขั้นตอนการทำ โปรแกรม Termage ที่ทุกคนควรรู้ ในส่วนของขั้นตอนการทำ  โปรแกรม Thermage นั้นจะมีขั้นตอนการทำที่ไม่ยุ่งยากอะไรเลย ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาในการทำประมาณ 45-60 นาทีโดยมีขั้นตอนดังนี้… ทำความสะอาดผิวหน้าด้วยการเช็ดเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกออก ทายาชาและทิ้งไว้ให้ยาชาออกฤทธิ์ประมาณ 30 นาที แพทย์เริ่มทำการยิงพลังงานลงทีละจุดจนทั่วทั้งใบหน้าเป็นอันเสร็จ ซึ่งนี่เป็นเพียงขั้นตอนการทำเบื้องต้นเท่านั้น แต่ละคลินิกอาจมีขั้นตอนที่แตกต่างกันออกไปซึ่งอาจน้อยหรือมากกว่าขั้นตอนต่าง ๆ ดังกล่าวก็ได้เช่นกัน โปรแกรม Thermage ทำแล้วเห็นผลจริงไหม ต้องตอบเลยว่าสามารถเห็นผลได้จริง และสามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำเลยประมาณ 20-30% และผลลัพธ์ก็จะค่อยๆ ชัดเจนเรื่อย ๆ ในช่วงหลังทำประมาณ 1-2 เดือนโดยผลลัพธ์จะอยู่ได้นานถึง 6-12 เดือนขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน โดยสามารถทำปีละ 1-2 ครั้งเพื่อคงผลลัพธ์ให้ยาวนานขึ้นได้ บริการ โปรแกรม Thermage FLX จาก Pattippa Clinic โปรแกรม Thermage FLX ประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเดิมและเร็วกว่าเดิมถึง 25% ซึ่ง  โปรแกรม The Thermage FLX หัวTip 4.0 ที่คลิกนอกของเราได้ถูกพัฒนาให้สามารถปล่อยพลังงานความร้อนได้ด้วยประสิทธิภาพที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับหัวทิปรุ่น 3.0 เดิม และ 25% การทำทรีตเมนต์ใช้เวลาน้อยลง ทั้งนี้ยังมีความแม่นยำมากขึ้นโดยการใช้เทคโนโลยี AccuREP ที่สามารถวัดและปรับพลังงานแบบ Real-time ส่งผลให้ การปล่อยพลังงานลงสู่ชั้นผิวหนังมีแม่นยำและได้ประสิทธิภาพสูงสุดในทุกๆ ช็อตของการทำงาน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในแต่ละบุคคลและเจ็บน้อยลง ประสบการณ์การรักษาที่สบายกว่า การปล่อย Cooling ที่มีประสิทธิภาพ และระบบสั่นของหัวทิปที่ออกแบบ ทุกทิศทาง นุ่มนวน อ่อนโยน ทำให้ผ่อนคลายมากขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด ทำ โปรแกรม Thermage FLX ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน คำถามที่พบบ่อย โปรแกรม Thermage FLX ควรทำกี่ช็อต ขึ้นอยู่กับแต่ละตำแหน่งและความรุนแรงของปัญหาของแต่ละเคส โปรแกรม Thermage ไม่เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคหัวใจที่ต้องใส่ pacemaker (เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ) และหญิงกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรแกรม Thermage อันตรายไหม การทำโปรแกรม Thermage เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย เนื่องจากความถี่ของคลื่นวิทยุจะไม่ส่งผลอันตรายใด ๆ ต่อผิวหนัง ในกรณีเกิดรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย เป็นอาการปกติจากความร้อนแต่สามารถหายได้ภายใน 24 ชั่วโมง

February 1, 2025

Morpheus คือ อะไร? หลาย ๆ คนอาจเคยได้ยินชื่อเทคโนโลยีชนิดนี้กันมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยทำความรู้จักอย่างจริงจังสักที ซึ่งต้องเกริ่นก่อนว่า Morpheus นั้นถือเป็นนวัตกรรมยอดฮิตของการยกกระชับผิวและใบหน้า แม้ว่าเทคโนโลยีอื่น ๆ อย่าง Hifu, Ulthera หรือ Sculptra จะเป็นที่รู้จักมากกว่า แต่ต้องบอกก่อนว่าหากทุกคนได้ลองทำความรู้จักกับ Morpheus ก่อน อาจทำให้การตัดสินใจเข้ารับบริการยกกระชับเปลี่ยนไปเลยก็ได้ Morpheus คืออะไร เหมาะกับใคร ช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยได้อย่างไรบ้าง? หมดปัญหาผิวยับ ปรับผิวย่น ลดผิวย้วยด้วยนวัตกรรม “Morpheus” ทางเลือกใหม่ที่ไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาความยับย่นของผิว ริ้วรอยแห่งวัย เซลลูไลท์ ผิวเปลือกส้ม และรอยแตกลายจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามธรรมชาติ ส่งผลให้ได้ผิวใหม่ที่เรียบเนียนพร้อมสีผิวที่สม่ำเสมอ ดูเด็กลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมีประสิทธิภาพยิ่งนานวันผิวยิ่งเต่งตึงมากบิ่งขึ้น ซึ่งสำหรับใครที่สนใจเทคโนโลยีนี้แต่ยังไม่ทราบข้อมูลอย่างละเอียดว่าเทคโนโลยีนี้คืออะไรกันแน่ ในบทความนี้มีคำตอบ โปรแกรม Morpheus คือ… คือ นวัตกรรมที่ช่วยยกกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอย แกัปัญหาผิวเหี่ยวย่นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้คลื่นพลังงานวิทยุ (Radio Frequency) ที่ส่งผ่านหัวเข็มขนาดเล็กซึ่งจะเข้าไปกระตุ้นให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัว เส้นใยคอลลาเจนใต้ชั้นผิว (Dermal Remodeling) จัดเรียงตัวใหม่ ทำให้ผิวที่เคยหย่อนคล้อยมีความกระชับเต่งตึงมากยิ่งขึ้น โดยต้องบอกก่อนว่า หัวอุปกรณ์ของ Morpheus ในการบรรจุหัวเข็มเอาไว้ที่ทางสถานให้บริการนั้นจะถูกใช้เพียงครั้งเดียว ไม่นำกลับมาใช้ซ้ำ ถูกบรรจุมาในซองที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยระบบแกมมา (GAMMA Sterilized) มาอย่างได้มาตรฐานและมิดชิดซึ่งผู้เข้ารับบริการสามารถมั่นใจในความสะอาดและปลอดภัยได้ โปรแกรม Morpheus ช่วยอะไรบ้าง? สำหรับประโยชน์ของการเข้ารับบริการโปรแกรม Morpheus นั้น มีอยู่หลายประการด้วยกัน เช่น… ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้กระชับเต่งตึง สามารถใช้ได้กับผิวหน้า ลำคอ ท้องแขน หน้าท้อง ช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัยทั่วใบหน้า และรอยย่นลำคอ ปรับรูปหน้าให้เรียวสวย มีความสมดุล แลดูอ่อนเยาว์ ช่วยรักษาแผลเป็น รอยแผลผ่าตัดตามเรือนร่างได้ จัดการปัญหารูขุมขนกว้าง ปัญหาผิวไม่เรียบเนียน ปรับสภาพผิวให้มีสีผิวสม่ำเสมอ ซึ่งทุกคนจะเห็นได้ว่านอกจากผิวหน้าแล้วก็ยังสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยและความหย่อนคล้อยของบริเวณอื่น ๆ ของร่างกายได้อีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีด้านยกกระชับที่น่าสนใจมากทีเดียว โปรแกรม Morpheus เหมาะกับใครบ้าง? โปรแกรม Morpheus  เป็นโปรแกรมยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัดที่เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ทุกสีผิว สามารถจัดการปัญหาผิวได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวดังต่อไปนี้… คนที่มีปัญหา อยากลดริ้วรอยตื้น ๆ ริ้วรอยเล็ก ได้งานผิว ผู้ที่ต้องการยกกระชับ มีภาวะใบหน้าตอบเล็กน้อย ซึ่งนี่เป็นเพียงกลุ่มผู้พบปัญหาผิวหรือความหย่อนคล้อยของผิวแบบเบื้องต้นเท่านั้น ยังมีผู้ประสบปัญหาผิวอีกหลายกลุ่มที่เข้ารับบริการเทคโนโลยีชนิดนี้ได้ โดยทุกคนสามารถปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประกอบการตัดสินใจต่อไป ผลลัพธ์หลังทำ โปรแกรม Morpheus สำหรับผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Morpheus สามารถแบ่งได้ตามระยะเวลาต่าง ๆ ดังนี้… ผลหลังทำ 1 สัปดาห์จะเห็นผลชัดเจนในเรื่องงานผิว ผิวเรียบเนียน เห็นผลหลังทำ ในด้านการยกกระชับ 3-4 สัปดาห์ ความถี่ ในการทำ 1-3 ครั้ง ห่างกัน 3 เดือน ตามสภาพปัญหาของใบหน้า  ทั้งนี้ หลังทำทันทีอาจมีรอยแดงเห็นชัด แต่อาการดังกล่าวจะค่อยๆดีขึ้นประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก่อนจะเกิดเป็นสะเก็ดบางๆใน 2-3 วันถัดมา ซึ่งระยะเวลาการตกสะเก็ดของแต่ละบุคคลจะไม่เท่ากัน เฉลี่ยอยู่ที่ 3-10 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และบริเวณผิวเรือนร่างอาจทิ้งสะเก็ดนานถึง 2-3 สัปดาห์ วิธีการดูแลหลังทำโปรแกรม Morpheus แม้จะเป็นนวัตกรรมเพื่อการยกกระชับ ดูแล้วไม่เสี่ยงมาก แต่ทุก ๆ คนก็ควรใส่ใจในเรื่องของการดูแลตนเองหลังเข้ารับบริการ ซึ่งสามารถทำตามขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้… เลี่ยงการโดนน้ำ 24 ชม.แรก ก่อนแผลปิด เนื่องจาก โปรแกรม Morpheus มีหัวเข็มเปิดผิวเป็นแผลขนาดเล็กด้านบน ใช้ยาทาฆ่าเชื้อ อย่างน้อย 24 ชม. แรก งดแต่งหน้า 24 ชม.แรก หลังจากนั้น แนะนำแต่งหน้าบาง ๆ 1-3 วัน คลีนซิ่งใบหน้าให้สะอาด จนกว่าแผลจะปิ สะเก็ดหลังทำ โปรแกรม Morpheus จะคงอยู่ 7-21 วันตามบริเวณและสภาพผิวของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ สำหรับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้คืออาการบวมแดงหลังทำหัตถการ Morpheus อันเนื่องมาจากใต้ผิวเกิดความร้อนจากคลื่นวิทยุ ซึ่งรอยแดงจะค่อย ๆ จางลงภายในไม่กี่ชั่วโมงและจะหายสนิทภายใน 2-3 วันเท่านั้น  อย่างไรก็ดี แม้ Morpheus จะเป็นเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้คลื่น RF ในการเข้าไปแก้ไขปัญหาใต้ผิว ไม่ใช่หัตถการผ่าตัดและไม่มีการฉีดสารใด ๆ เข้าสู่ร่างกายจึงทำให้ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการทำหัตถการทำให้มีค่อนข้างน้อย แต่หลังเข้ารับบริการ ทุก ๆ คนก็ควรดูแลตนเองอย่างเคร่งครัดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีและสามารถรักษาปัญหาผิวได้อย่างปลอดภัย โปรแกรม Morpheus ที่ Pattippa Clinic เป็นเทคโนโลยี คลื่นวิทยุ โดยมี needle (หัวเข็มขนาดเล็ก) เปิดผิว แล้วปล่อยคลื่นวิทยุลงไป ซึ่งจะใช้หัวเข็มจากเครื่องที่เปิดผิวจะช่วยในเรื่องริ้วรอย ผิวริ้ว ๆ ผิวยับ “เปลี่ยนผิวยับ ให้กลับมาเฟียร์ซ” เป็นจุดเด่นของโปรแกรม Morpheus ตัวนี้ คือ สามารถปรับระดับได้ถึง 4 ระดับความลึก ทำให้ลงได้ลึกที่สุด และสามารถปรับตามสภาพปัญหาของผิวได้เลย ทำ Morpheus ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน คำถามที่พบบ่อย Morpheus ทำทุกกี่เดือน หากต้องการผลลัพธ์ที่เห็นชัดมากที่สุด แนะนำเข้ารับบริการต่อเนื่อง 3 ครั้ง หรือสามารถดูแลผิวให้อ่อนเยาว์ได้ทุกๆ 6 เดือน หรือตามที่แพทย์ประเมินไว้เบื้องต้น Morpheus กับ Ulthera ต่างกันยังไง Morpheus กับ Ulthera เป็นนวัตกรรมยกกระชับผิวเช่นเดียวกัน แต่แตกต่างในเรื่องคลื่นพลังงานที่ใช้ในการรักษาเท่านั้น

February 1, 2025

“ปรับกรอบหน้า” อีกหนึ่งแนวทางที่หลาย ๆ คนสนใจ เพราะในปัจจุบัน ทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงหลาย ๆ ท่าน ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของตนเองเป็นพิเศษ ซึ่งการดูแลผิวพรรณและใบหน้าจึงเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนให้ความใส่ใจและเลือกสรรแนวทางการดูแลตนเองให้ดีที่สุด  อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ความงามของใบหน้าไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การดูแลผิวพรรณเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปรับรูปหน้าให้สมส่วนและมีความสมดุลมากยิ่งขึ้นด้วย ดังนั้น การมีกรอบหน้าที่ชัดเจน ไร้เหนียง และได้รูปทรงที่สวยงาม ไม่เพียงช่วยเพิ่มความมั่นใจ แต่ยังช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ซึ่งนวัตกรรมและหัตถการต่าง ๆ ที่ช่วยปรับรูปหน้าหรือกรอบหน้าให้สวยขึ้นก็มีหลากหลายวิธี โดยในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักเทคนิคเหล่านี้ จาก Patttippa Clinic ไปพร้อม ๆ กัน ปรับกรอบหน้า ให้เรียวสวย กรอบหน้าชัดขึ้น มั่นใจทุกมุม หลาย ๆ คนอาจคาดไม่ถึงว่านอกจากปัญหาด้านผิวพรรณแล้ว ปัญหาเกี่ยวกับรูปหน้า นับว่าเป็นอีกอย่างหนึ่งที่สร้างความกังวลใจให้กับสาว ๆ ได้ไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะคนที่มีแก้มเยอะ เหนียงเยอะ จนทำให้กรอบหน้าขาดความคม ไม่เรียวชัด และขาดมิติไป ดังนั้น เพื่อให้ทุกคนทราบถึงสาเหตุของปัญหาตลอดจนแนวทางการแก้ไขเกี่ยวกับปัญหากรอบหน้า Pattippa Clinic มีข้อมูลมาฝากในบทความนี้ สาเหตุที่ทำให้กรอบหน้าเปลี่ยน… หลาย ๆ คนอาจยังไม่ทราบว่าการที่รูปหน้าของเราเปลี่ยนไปนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น… 1.การสูญเสียความกระชับของผิว เพราะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ผิวหนังของเราจะเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นและความกระชับจากการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินที่ลดลงค่ะ อีกทั้ง การเผชิญกับมลภาวะและแสงแดดยังสามารถทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น ส่งผลให้กรอบหน้าดูหย่อนคล้อย ไม่ชัดเจนเหมือนเดิม การสูญเสียไขมันใต้ผิวหนังในบางจุด เช่น บริเวณกรอบหน้าและแก้ม ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กรอบหน้าดูแบนราบและไม่เรียว 2.การเปลี่ยนแปลงตามอายุ เมื่อเราเข้าสู่ช่วงอายุ 30 ขึ้นไป ร่างกายจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในเรื่องของกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่ช้าลง การสูญเสียไขมันใต้ผิวหนัง รวมถึงกระดูกกรามและกระดูกคางที่เริ่มมีการสึกหรอ ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีผลกระทบโดยตรงต่อกรอบหน้า ทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัดเจนหรือแบนราบได้ 3.ปัจจัยอื่น ๆ เช่น การดูแลตัวเองที่ไม่ถูกวิธี นอกจากการเปลี่ยนแปลงตามอายุแล้ว การดูแลตัวเองที่ไม่ถูกวิธี เช่น การดื่มน้ำไม่เพียงพอ การสูบบุหรี่ หรือการสัมผัสแสงแดดโดยไม่ทาครีมกันแดด ล้วนเป็นปัจจัยที่เร่งให้เกิดการเสื่อมสภาพของผิวได้เร็วขึ้น อีกทั้งพฤติกรรมการนอนหลับไม่เพียงพอหรือการเครียดก็สามารถมีผลกระทบต่อการฟื้นฟูผิว จึงทำให้กรอบหน้าดูไม่กระชับได้นั่นเอง ทั้งนี้ ทั้ง 3 ปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัจจัยที่ทำให้กรอบหน้าเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ก็สามารถส่งผลกระทบได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญของการปรับหรือลดกรอบหน้านั้น คือการต้องเลือกวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลด้วย เพื่อให้แก้ไขได้อย่างตรงสาเหตุมากที่สุด ปรับกรอบหน้า คืออะไร การปรับกรอบหน้าเป็นกระบวนการที่มุ่งเน้นการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวและกระชับมากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งที่ใช้เทคโนโลยีไม่รุกรานหรือวิธีที่ใช้การผ่าตัด ขึ้นอยู่กับความต้องการและสภาพของผิวแต่ละบุคคล จุดประสงค์หลักของการปรับกรอบหน้าคือการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย บริเวณกรอบหน้า, คาง, และแก้มให้ดูเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ กระบวนการนี้สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด (Non-surgical) หรืออาจมีการทำหัตถการที่ต้องใช้การผ่าตัด (Surgical) ขึ้นอยู่กับลักษณะของปัญหาผิวที่ผู้เข้ารับการรักษาต้องการแก้ไข โดยทั่วไปแล้ว วิธีการปรับกรอบหน้าจะมุ่งเน้นที่การฟื้นฟูความกระชับของผิว การเติมเต็มบริเวณที่ขาดความยืดหยุ่นหรือไขมัน เช่น บริเวณกรามและคาง รวมทั้งการยกกระชับส่วนที่หย่อนคล้อยให้กลับมาดูมีรูปทรงที่ชัดเจนและดูอ่อนเยาว์มากขึ้น เทคนิคที่ใช้ในการปรับกรอบหน้ามีหลากหลาย เช่น การใช้ฟิลเลอร์, การยกกระชับด้วย โปรแกรม HIFU, การทำโปรแกรม Endolift, การใช้โปรแกรมโบท็อกซ์ รวมไปถึงการผ่าตัดยกกระชับใบหน้า (Facelift) ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมกับแต่ละบุคคล ข้อดีของการปรับกรอบหน้า ที่ควรรู้ มีอะไรบ้าง? สำหรับข้อดีของการปรับกรอบหน้านั้นมีอยู่หลายข้อด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น… การมีกรอบหน้าที่เรียวขึ้น การปรับกรอบหน้าช่วยให้กรอบหน้าดูเรียวและคมชัดขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้รูปหน้าดูดีและสมส่วนมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่รู้สึกว่าใบหน้าของตนเองดูบานหรือไม่สมดุล การปรับกรอบหน้าจะช่วยเสริมความมั่นใจและเพิ่มความสวยงามให้กับลักษณะใบหน้า การยกกระชับผิว การปรับกรอบหน้ามักจะเกี่ยวข้องกับการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ซึ่งเกิดจากการลดลงของคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น วิธีการต่าง ๆ เช่น โปรแกรม HIFU หรือ โปรแกรม Endolift ที่ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวกระชับขึ้น และมีความยืดหยุ่นดีขึ้น การยกกระชับผิวยังช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้ผิวหน้าดูสดใสและมีสุขภาพดีขึ้น ผลลัพธ์ที่เห็นได้ทันทีและคงทน สำหรับวิธีการปรับกรอบหน้าบางประเภท เช่น การทำ โปรแกรม  HIFU หรือการใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ ผู้รับบริการสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังจากทำการรักษา โดยกรอบหน้าจะดูเรียวและกระชับขึ้นทันทีที่การรักษาสำเร็จ การทำหัตถการบางประเภทสามารถเห็นผลได้ทันที และผลลัพธ์จะคงทนไปอีกระยะหนึ่ง ขึ้นอยู่กับวิธีการที่ใช้ เช่น ฟิลเลอร์หรือการทำโปรแกรม Endolift สามารถคงผลลัพธ์ได้หลายเดือนถึงหลายปี ขึ้นอยู่กับเทคนิคและสภาพผิวของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ดี การปรับกรอบหน้าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปลักษณ์ของตัวเองให้ดูดีและมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น โดยการเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด การเลือกวิธีปรับกรอบหน้าที่เหมาะสมกับตนเอง ต้องดูจากอะไร? เชื่อได้ว่าเป็นเรื่องยากสำหรับหลาย ๆ คนในการเลือกว่าหัตถการหรือโปรแกรมปรับรูปหน้ารูปแบบใดที่เหมาะกับตนเอง ซึ่งในการเลือกเบื้องต้น ผู้สนใจเข้ารับบริการสามารถพิจารณาได้จากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ 1.วิธีที่เหมาะกับสภาพผิวและอายุ เมื่อเลือกวิธีการปรับกรอบหน้า การพิจารณาสภาพผิวและอายุเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณอยู่ในช่วงวัย 20-30 ปี และมีปัญหาเกี่ยวกับการหย่อนคล้อยเล็กน้อย การเลือกเทคนิคที่ไม่รุกราน เช่น การทำโปรแกรม HIFU หรือการใช้ฟิลเลอร์สามารถช่วยยกกระชับได้โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน ส่วนผู้ที่มีอายุมากขึ้นและมีปัญหากรอบหน้าหย่อนคล้อยมาก ควรพิจารณาการยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยีที่มีความลึก เช่น การทำ โปรแกรม Endolift หรือการผ่าตัดยกกระชับหน้า ซึ่งจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนาน 2.การเลือกเทคโนโลยีที่ใช้รักษา เมื่อเลือกวิธีการปรับกรอบหน้า ควรเลือกเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น การใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน หรือการเลือกเทคนิคที่มีผลการวิจัยรองรับเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลลัพธ์จะเป็นที่น่าพอใจ หากเป็นวิธีการที่ใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ควรตรวจสอบว่าเครื่องนั้นได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) และแพทย์ที่ทำการรักษาควรมีความเชี่ยวชาญในการใช้งานเครื่องมือ 3.ปัจจัยที่ต้องพิจารณา เช่น ความเจ็บปวด, ระยะเวลาในการพักฟื้น วิธีการแต่ละประเภทมีระดับความเจ็บปวดและระยะเวลาในการพักฟื้นที่แตกต่างกัน สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเจ็บตัวหรือใช้เวลาฟื้นตัวนาน อาจเลือกวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดหรือมีระยะเวลาพักฟื้นสั้น เช่น การทำ โปรแกรม HIFU หรือการใช้โบท็อกซ์ แต่หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่ถาวรและสามารถทนความเจ็บปวดได้ อาจพิจารณาการทำการยกกระชับใบหน้าด้วยการผ่าตัด ซึ่งจะใช้เวลาพักฟื้นนานขึ้น การเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพผิวและอายุของตัวเองจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์เป็นไปตามที่คาดหวังที่สุด ทำความรู้จัก หัตถการปรับกรอบหน้า ที่ไม่ต้องผ่าตัด เพื่อการปรับรูปหน้าและกรอบหน้า จาก Pattippa Clinic สำหรับนวัตกรรมสำหรับโปรแกรมปรับรูปหน้าเพื่อปรับรูปหน้า ที่ Pattippa Clinicจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้… 1.โปรแกรม โบท็อกซ์ (BOTOX) โปรแกรมโบท็อกซ์ (BOTOX) คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งมีคุณสมบัติในการหยุดการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว จึงสามารถลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว และริ้วรอยบริเวณหางตา ริ้วรอยใต้ตา นอกจากนี้ โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) ยังใช้ในการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ช่วยกระชับผิว กระชับรูขุมขน และลดเหงื่อ ได้อีกด้วย 2.โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler) การฉีดฟิลเลอร์สามารถเพิ่มปริมาตรและความคมชัดให้กับบริเวณขอบกรามและคาง ทำให้รูปหน้าดูมีมิติและชัดเจนมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หรือรูปหน้าดูอ่อนคล้อยและช่วยยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้าให้ดูเต่งตึงขึ้น โดยการเติมเต็มเนื้อเยื่อใต้ผิว ทำให้เส้นกรอบหน้าดูคมและเด่นชัดขึ้น ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับกรอบหน้าเป็นการแก้ไขที่ไม่ต้องผ่าตัดและเห็นผลลัพธ์ได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับบริการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคนอีกด้วย 3.โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ulthera เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว 4.โปรแกรม Ultraformer เทคโนโลยี Ultraformer นั้น จะแตกต่างจาก Program Ulthera จะได้ช็อตเยอะกว่า ราคาย่อมเยากว่า ทั้งนี้ ยิงได้กระจายได้มากกว่า หลายตำแหน่ง โดย Program Ultraformer เหมาะกับคนที่อายุ 20-30 ต้น ๆ ที่ความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยอาจจะยังไม่ลึกมากนั่นเอง ทั้งนี้ ยังสามารถสลายไขมัน กระตุ้นคอลลาเจน ยกผิวหย่อนคล้อย ยกใบหน้าให้กระชับ ลดและสลายไขมันบนใบหน้าให้ไม่ว่าจะหมุนองศาไหนก็สวย 5.โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของโปรแกรม Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทุกคนคงเห็นแล้วว่าโปรแกรมปรับรูปหน้าจากทาง Pattippa Clinic ของเรานั้นมีความหลากหลาย ซึ่งเครื่องไหนจะดีที่สุดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคนนั่นเอง ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ปัญหารูปหน้า เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจไม่น้อย แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยยกกระชับหน้าได้อย่างตรงสาเหตุ ก็สามารถช่วยให้ทุก ๆ คนมีใบหน้าที่ได้สัดส่วนและสมดุลมากขึ้น บริการปรับรูปหน้าอื่น ๆ >> บริการปรับรูปหน้า Pattippa Clinic โปรแกรมปรับกรอบหน้า ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน

January 31, 2025

ลดเหนียง กรอบหน้าชัด ทำยังไงได้บ้าง? เชื่อได้ว่าเป็นคำถามที่หลาย ๆ คนต้องการทราบเนื่องจากกำลังประสบปัญหาไขมันสะสมใต้คาง หรือที่เรารู้จักกันว่า “เหนียง” จนส่งผลให้รูปหน้าเสียสมดุลกรอบหน้าไม่ชัด ดูอ้วนออกหน้า และทำให้สูญเสียความมั่นใจ ในบทความนี้ Pattippa Clinic จึงนำข้อมูลเกี่ยวกับหัตถการที่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ตรงสาเหตุมาฝากผู้อ่านทุกคน ซึ่งจะมีวิธีใดบ้าง มาติดตามพร้อม ๆ กัน ลดเหนียง กรอบหน้าชัด คืนความมั่นใจ ให้ใบหน้ามีความคมชัด จะมุมไหนก็สวย รอดทุกองศา เป็นที่ทราบกันดีว่า “เหนียง” หรือ “คางสองชั้น” เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ง่าย และเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ซึ่งบางคนอาจจะตัวเล็ก ดูสมส่วน ไม่อ้วน ก็สามารถมีแก้มและมีเหนียงเกิดขึ้นได้เช่นกัน ปัญหาเหนียงย้อย คางสองชั้น จึงเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจไม่น้อย จากปัญหาดังกล่าว หลายคนจึงตามหาวิธีลดแก้ม ลดเหนียงกรอบหน้าชัด เพื่อให้ใบหน้าดูเรียวสวย มีมิติ แต่งหน้าได้คมมากขึ้น ซึ่งก็มีหลายวิธีที่จะช่วยลดเหนียงและกระชับให้กรอบหน้ามีความคมและชัดขึ้น ซึ่งจะมีวิธีใดที่น่าสนใจบ้าง มาติดตามไปพร้อม ๆ กัน เหนียง คืออะไร ลักษณะของเหนียงเป็นอย่างไร? เหนียง คือ บริเวณเนื้อใต้คางที่มีลักษณะหย่อนคล้อย หรือที่หลายคนรู้จักกันว่า “คางสองชั้น” (Double Chin) โดยเหนียงมักเกิดจากการสะสมของไขมันใต้ชั้นผิวหนัง หรือจากความหย่อนคล้อยของผิวและเนื้อเยื่อในบริเวณนั้น ลักษณะของเหนียงจึงมีลักษณะคล้ายเนื้อส่วนเกินที่ห้อยลงมาบริเวณใต้คาง ทำให้เห็นเป็นคางซ้อนกันและส่งผลต่อความเรียบเนียนของแนวกรอบหน้า ซึ่งเหนียงนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น การเพิ่มขึ้นของน้ำหนัก อายุที่มากขึ้นทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น หรือแม้แต่พันธุกรรมที่มีผลต่อการสะสมของไขมันบริเวณนี้ สำหรับหลายคน การมีเหนียงอาจเป็นสิ่งที่บั่นทอนความมั่นใจ เพราะทำให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อยและไม่คมชัดเท่าที่ควร เหนียงเกิดจากอะไร? เหนียงสามารถเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้… การสะสมของไขมัน เมื่อร่างกายสะสมไขมันมากขึ้น ไขมันส่วนหนึ่งมักจะสะสมอยู่บริเวณใต้คางและกรอบหน้า ส่งผลให้เกิดคางสองชั้นหรือเหนียงที่เห็นได้ชัดเจน ความหย่อนคล้อยของผิว เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหนังจะสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยรักษาความกระชับของผิว ทำให้ผิวใต้คางหย่อนคล้อย เกิดเป็นเหนียง พันธุกรรม ลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่างอาจทำให้บางคนมีแนวโน้มที่จะมีเหนียงได้ง่ายกว่า เช่น ลักษณะกรอบหน้าหรือการสะสมของไขมันใต้ผิว การเปลี่ยนแปลงน้ำหนัก การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว เช่น การเพิ่มหรือลดน้ำหนัก อาจทำให้เกิดการสะสมของไขมันหรือการยืดหดของผิวหนังบริเวณใต้คาง ท่าทางในการใช้ชีวิตประจำวัน การนั่งหรือยืนในท่าที่ไม่ถูกต้อง เช่น การก้มหน้าเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและผิวบริเวณใต้คาง ทำให้เกิดเหนียงได้ อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นปัญหาส่วนหนึ่งของใบหน้า แต่ก็เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ดังนั้น การเข้าใจสาเหตุเหล่านี้สามารถช่วยให้เรามีแนวทางการดูแลและลดปัญหาเหนียงได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง การมี “เหนียง” ส่งผลต่อ “กรอบหน้า” ของเราอย่างไร? ผู้ประสบปัญหาหลาย ๆ คนอาจยังไม่ทราบว่า “การมีเหนียง” นั้น สามารถส่งผลต่อรูปหน้าในหลายแง่มุม ด้วยกัน เช่น… 1. ทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัดเจน เหนียงที่สะสมอยู่บริเวณใต้คางสามารถบดบังกรอบหน้าที่ควรดูชัดเจน ส่งผลให้หน้าดูไม่มีมิติและทำให้โครงหน้าดูไม่เรียว 2. ทำให้หน้าดูกลมกว่าที่เป็นจริง เหนียงที่เห็นได้ชัดเจนอาจทำให้รูปหน้าดูกลมและสั้นลง โดยเฉพาะในมุมมองด้านข้าง 3. ทำให้ดูมีอายุ เหนียงอาจเกิดจากการสูญเสียความยืดหยุ่นของผิวหนังหรือไขมันสะสม ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้มักเกี่ยวข้องกับอายุที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย 4. ลดความสมดุลของใบหน้า ใบหน้าที่มีเหนียงจะดูไม่สมส่วนระหว่างช่วงคางและลำคอ ทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูไม่สมดุล 5. ส่งผลต่อความมั่นใจ แม้จะไม่ใช่ผลต่อรูปหน้าโดยตรง แต่เหนียงที่ชัดเจนมักทำให้หลายคนรู้สึกไม่มั่นใจในการถ่ายรูปหรือพบปะผู้คน อย่างไรก็ตาม จากสาเหตุและผลกระทบต่อรูปหน้าที่กล่าวมาทั้งหมด ผู้อ่านทุกคนจะสามารถเห็นได้แล้วว่า การมีเหนียง นั้น ส่งผลต่อตัวเรากว่าที่คิด โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้บุคลิกและภาพลักษณ์ในการทำงาน ดังนั้น จึงควรรีบหาแนวทางเพื่อแก้ไขให้ปัญหานี้หมดไป ซึ่งจะมีหัตถการหรือโปรแกรมใดที่น่าสนใจบ้าง Pattippa Clinic มีคำตอบมาฝากในหัวข้อถัดไป มีอะไรบ้าง มาดูไปพร้อม ๆ กัน อยากลดเหนียง มีกรอบหน้าชัด โดยไม่ศัลยกรรม ที่ Pattippa Clinic มีวิธีไหนบ้าง? สำหรับหัตถการปรับรูปหน้า แก้ปัญหากรอบหน้าไม่ชัดที่ Pattippa Clinic นั้นมีหลากหลายบริการด้วยกัน ประกอบด้วย… โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ulthera เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว โปรแกรม Ultraformer เทคโนโลยี Ultraformer นั้น จะแตกต่างจาก Program Ulthera จะได้ช็อตเยอะกว่า ราคาย่อมเยากว่า ทั้งนี้ ยิงได้กระจายได้มากกว่า หลายตำแหน่ง โดย Program Ultraformer เหมาะกับคนที่อายุ 20-30 ต้น ๆ ที่ความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยอาจจะยังไม่ลึกมากนั่นเอง ทั้งนี้ ยังสามารถสลายไขมัน กระตุ้นคอลลาเจน ยกผิวหย่อนคล้อย ยกใบหน้าให้กระชับ ลดและสลายไขมันบนใบหน้าให้ไม่ว่าจะหมุนองศาไหน ก็สวยทุกมุมมอง ถ่ายรูปกับใครก็หน้าเล็ก ไม่ต้องไปหลบอยู่ข้างหลัง เพราะหน้าเล็กสุด ๆ แบบฉุดไม่อยู่ ยิงยก ลงลึก อีกด้วย โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของ Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย โปรแกรมโบท็อกซ์ (Botox) โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งมีคุณสมบัติในการหยุดการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว จึงสามารถลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว และริ้วรอยบริเวณหางตา ริ้วรอยใต้ตา นอกจากนี้ โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) ยังใช้ในการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ช่วยกระชับผิว กระชับรูขุมขน และลดเหงื่อ ได้อีกด้วย โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler) การฉีดฟิลเลอร์สามารถเพิ่มปริมาตรและความคมชัดให้กับบริเวณขอบกรามและคาง ทำให้รูปหน้าดูมีมิติและชัดเจนมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หรือรูปหน้าดูอ่อนคล้อยและช่วยยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้าให้ดูเต่งตึงขึ้น โดยการเติมเต็มเนื้อเยื่อใต้ผิว ทำให้เส้นกรอบหน้าดูคมและเด่นชัดขึ้น ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับกรอบหน้าเป็นการแก้ไขที่ไม่ต้องผ่าตัดและเห็นผลลัพธ์ได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับบริการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคนอีกด้วย โปรแกรมร้อยไหม Facelift ดึงยกกระชับ โปรแกรมการร้อยไหม (Thread Lift) เป็นหนึ่งในเทคนิคที่นิยมใช้ในวงการความงามเพื่อการดึงยกและกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเฉพาะในคลินิกความงามอย่าง Pattippa Clinic ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจำนวนมาก โปรแกรมร้อยไหมเป็นการใช้ไหมที่ทำจากวัสดุสลายได้ (Biodegradable) ดึงผิวหนังให้กระชับในตำแหน่งที่ต้องการ ผลลัพธ์จะช่วยลดริ้วรอย ลดความหย่อนคล้อย เพิ่มความกระชับให้ใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นแลดูเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทุกคนคงเห็นแล้วว่าโปรแกรมปรับรูปหน้าจากทาง Pattippa Clinic ของเรานั้นมีความหลากหลาย ซึ่งเครื่องไหนจะเหมาะที่สุดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับปัญหารูปหน้าของแต่ละคนนั่นเอง ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ปัญหารูปหน้า เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจไม่น้อย แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถช่วยยกกระชับหน้าและแก้ไขปัญหาได้ตรงสาเหตุ ก็สามารถช่วยให้ทุก ๆ คนมีกรอบหน้าที่ชัดเจน บริการปรับรูปหน้าอื่น ๆ >> บริการปรับรูปหน้า Pattippa Clinic โปรแกรมกระชับกรอบหน้า ปรับรูปหน้า ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน

January 31, 2025

“กระชับกรอบหน้า” หนึ่งในหลาย ๆ วิธีในการปรับรูปหน้าที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการมีใบหน้าที่เรียวสวย ผิวหน้ามีความกระชับ ไม่หย่อนคล้อยจนเสียรูปหน้า ถือเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนต้องการ ซึ่งปี 2026 นี้ก็มีหัตถการและโปรแกรมปรับรูปหน้าที่หลากหลายให้ผู้สนใจได้เลือกเข้ารับบริการ ซึ่งที่ Pattippa Clinic ของเราก็เปิดให้บริการหัตถการและโปรแกรมปรับรูปหน้าที่หลากหลายเช่นกัน โดยเราจะมานำเสนอให้ผู้อ่านทุกคนได้ทำความรู้จักกันในบทความนี้ กระชับกรอบหน้า เพิ่มความคม เผยเสน่ห์ Feminine Jawline ที่ผู้หญิงยุคนี้ต้องรู้จัก ปัญหากรอบหน้าที่ไม่ชัดเจน หรือมีความหย่อนคล้อย อาจทำให้หลายคนรู้สึกกังวลและขาดความมั่นใจในการเผยใบหน้า แต่คุณทราบหรือไม่ว่าการปรับรูปหน้าด้วยหัตถการต่าง ๆ ที่ไม่ต้องผ่าตัดในปัจจุบันมีให้เลือกมากมายและมีประสิทธิภาพไม่แพ้การศัลยกรรมแบบเดิม ๆ? บทความนี้ Pattippa Clinic จะพาทุกคนไปรู้จักกับวิธีการปรับรูปหน้าที่หลากหลาย ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน เพื่อให้ผู้ประสบปัญหารูปหน้าทุกคนมั่นใจในกรอบหน้าที่ชัดเจนขึ้น พร้อมกลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง ซึ่งจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง มาติดตามไปพร้อม ๆ กัน กรอบหน้าคือตรงไหน? กรอบหน้า คือ บริเวณขอบของใบหน้าที่กำหนดรูปทรงใบหน้าโดยรวม ซึ่งครอบคลุมส่วนต่าง ๆ ดังนี้… หน้าผากด้านข้าง – บริเวณแนวขอบของเส้นผมเหนือหน้าผาก ขมับ – ส่วนข้างของใบหน้าที่เชื่อมระหว่างหน้าผากและโหนกแก้ม โหนกแก้ม – บริเวณกระดูกที่ยื่นออกมาด้านข้างของใบหน้า ขากรรไกร  – แนวขอบกระดูกขากรรไกรล่างที่ลากยาวจากใต้ใบหูจนถึงปลายคาง คาง – ส่วนล่างสุดของใบหน้าที่อยู่ตรงกลาง อย่างไรก็ตาม กรอบหน้ามีบทบาทสำคัญในการกำหนดโครงสร้างและความสมดุลของใบหน้า เป็นส่วนที่ช่วยสร้างมิติให้ใบหน้าดูชัดเจนและมีรูปทรงที่สวยงาม หากกรอบหน้าไม่เด่นชัด มีปัญหาเรื่องเหนียง หรือขาดความสมดุล อาจส่งผลให้ใบหน้าดูไม่คมชัดหรือเสียสมดุลไป อย่างไรก็ตาม ปัญหาเหล่านี้สามารถดูแลและปรับปรุงได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายเพื่อกระชับกล้ามเนื้อใบหน้า การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว หรือการพึ่งพาเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยยกกระชับและปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น กรอบหน้าชัด คืออะไรและมีลักษณะเป็นอย่างไร? “กรอบหน้าชัด” หมายถึงลักษณะของใบหน้าที่มีเส้นกรอบชัดเจนและมีความสมดุลระหว่างสัดส่วนต่าง ๆ ของใบหน้า ทำให้ใบหน้าแลดูมีโครงสร้างที่คมชัด โดยปกติลักษณะของกรอบหน้าชัดจะมีลักษณะดังนี้.. แนวกรามที่ชัดเจน กรามที่เห็นได้ชัดและเรียวไม่หย่อนคล้อย ทำให้เส้นขอบกรอบหน้าดูเป็นรูปร่างเด่นชัด คางได้รูป คางที่สมดุลกับสัดส่วนของใบหน้า ไม่เบี้ยวหรือดูใหญ่เกินไป ช่วยเสริมให้กรอบหน้าดูสมบูรณ์ ไร้ความหย่อนคล้อย ผิวบริเวณคอและใต้คางกระชับ ทำให้กรอบหน้าดูชัด ไม่มีชั้นไขมันใต้คาง หรือที่เราเรียกว่า “เหนียง” แนวโหนกแก้มที่พอดี โหนกแก้มที่มีรูปทรงและไม่ยกสูงเกินไปหรือแบนราบจนทำให้กรอบหน้าดูไม่มีมิติ ทำให้กรอบหน้าคมชัด ดูสวยงามได้รูปมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การมีกรอบหน้าชัดเจนช่วยทำให้ใบหน้าดูมีโครงสร้างที่น่ามอง เสริมบุคลิกภาพให้ดูมั่นใจมากขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลาย ๆ คนจะพยายามหาแนวทางแก้ไขปัญหารูปหน้าของตนเองที่มีอยู่เพื่อให้มีรูปหน้าที่ชัดเจนและได้รูปมากขึ้น อยากกรอบหน้าชัด โดยไม่ศัลยกรรม เทรนด์หัตถการปรับรูปหน้าปี 2026 ที่ Pattippa Clinic มีวิธีไหนบ้าง? สำหรับหัตถการปรับรูปหน้า แก้ปัญหากรอบหน้าไม่ชัดที่ Pattippa Clinic นั้นมีหลากหลายบริการด้วยกัน ประกอบด้วย… โปรแกรม Ultherapy Prime เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ultherapy Prime เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว โปรแกรม Ultraformer เทคโนโลยี Ultraformer นั้น จะแตกต่างจาก Program Ulthera จะได้ช็อตเยอะกว่า ราคาย่อมเยากว่า ทั้งนี้ ยิงได้กระจายได้มากกว่า หลายตำแหน่ง โดย Program Ultraformer เหมาะกับคนที่อายุ 20-30 ต้น ๆ ที่ความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยอาจจะยังไม่ลึกมากนั่นเอง ทั้งนี้ ยังสามารถสลายไขมัน กระตุ้นคอลลาเจน ยกผิวหย่อนคล้อย ยกใบหน้าให้กระชับ ลดและสลายไขมันบนใบหน้าให้ไม่ว่าจะหมุนองศาไหน ก็สวยทุกมุมมอง ถ่ายรูปกับใครก็หน้าเล็ก ไม่ต้องไปหลบอยู่ข้างหลัง เพราะหน้าเล็กสุด ๆ แบบฉุดไม่อยู่ ยิงยก ลงลึก อีกด้วย โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของ Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย โปรแกรมโบท็อกซ์ (Botox) โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งมีคุณสมบัติในการหยุดการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว จึงสามารถลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว และริ้วรอยบริเวณหางตา ริ้วรอยใต้ตา นอกจากนี้ โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) ยังใช้ในการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ช่วยกระชับผิว กระชับรูขุมขน และลดเหงื่อ ได้อีกด้วย โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler) การฉีดฟิลเลอร์สามารถเพิ่มปริมาตรและความคมชัดให้กับบริเวณขอบกรามและคาง ทำให้รูปหน้าดูมีมิติและชัดเจนมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หรือรูปหน้าดูอ่อนคล้อยและช่วยยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้าให้ดูเต่งตึงขึ้น โดยการเติมเต็มเนื้อเยื่อใต้ผิว ทำให้เส้นกรอบหน้าดูคมและเด่นชัดขึ้น ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับกรอบหน้าเป็นการแก้ไขที่ไม่ต้องผ่าตัดและเห็นผลลัพธ์ได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับบริการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคนอีกด้วย โปรแกรมร้อยไหม Facelift ดึงยกกระชับ โปรแกรมการร้อยไหม (Thread Lift) เป็นหนึ่งในเทคนิคที่นิยมใช้ในวงการความงามเพื่อการดึงยกและกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเฉพาะในคลินิกความงามอย่าง Pattippa Clinic ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจำนวนมาก โปรแกรมร้อยไหมเป็นการใช้ไหมที่ทำจากวัสดุสลายได้ (Biodegradable) ดึงผิวหนังให้กระชับในตำแหน่งที่ต้องการ ผลลัพธ์จะช่วยลดริ้วรอย ลดความหย่อนคล้อย เพิ่มความกระชับให้ใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นแลดูเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทุกคนคงเห็นแล้วว่าโปรแกรมปรับรูปหน้าจากทาง Pattippa Clinic ของเรานั้นมีความหลากหลาย ซึ่งเครื่องไหนจะเหมาะที่สุดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับปัญหารูปหน้าของแต่ละคนนั่นเอง ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ปัญหารูปหน้า เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจไม่น้อย แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถช่วยยกกระชับหน้าและแก้ไขปัญหาได้ตรงสาเหตุ ก็สามารถช่วยให้ทุก ๆ คนมีกรอบหน้าที่ชัดเจน บริการปรับรูปหน้าอื่น ๆ >> บริการปรับรูปหน้า Pattippa Clinic โปรแกรมกระชับกรอบหน้า ปรับรูปหน้า ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya (พัฒน์ทิพย์พาคลินิก) คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน

January 31, 2025

“เคี้ยวหมากฝรั่ง ลดเหนียง” หนึ่งทฤษฎีที่เราได้ยินกันมาแต่จะเชื่อได้อย่างไรว่าเป็นเพียงความเชื่อหรือเป็นเรื่องจริงกันแน่ ซึ่งต้องบอกก่อนว่าทฤษฎีดังกล่าวยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าแท้จริงแล้วการเคี้ยวหมากฝรั่งนั้น แม้จะเป็นการช่วยออกกำลังกายบริเวณกล้ามเนื้อใบหน้าที่ต้องใช้ในการเคี้ยว แต่การที่จะช่วยลดไขมันสะสมอย่างเหนียงนั้น จะเป็นได้จริงหรือไม่ และเพื่อเป็นคำตอบและข้อควรรู้ให้ทุกคนได้ศึกษา ในบทความนี้ Pattippa Clinic มีคำตอบมาฝาก เคี้ยวหมากฝรั่ง ลดเหนียง ได้จริงหรือไม่ ไขข้อสงสัย แค่ความเชื่อ หรือเรื่องจริง? เป็นที่ทราบกันดีว่า “เหนียง” นั้นเป็นปัญหาไขมันสะสมที่หลาย ๆ คนกำลังประสบอยู่ ซึ่งแม้จะเป็นเพียงปัญหาผิวหย่อนยานที่เกิดจากไขมันสะสมที่ดูไม่ได้ส่งผลอันตรายอะไร แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหนียงสามารถส่งผลต่อรูปหน้าและความมั่นใจของเราได้เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าเมื่อเป็นเช่นนั้น สิ่งที่ทุกคนอยากทราบต่อมาคือ “การลดเหนียง” สามารถทำด้วยวิธีใดบ้าง ซึ่งหนึ่งในหลาย ๆ วิธีที่ทุกคนสงสัยว่าสามารถทำได้จริงหรือไม่ คือ “การเคี้ยวหมากฝรั่ง” นั่นเอง และเพื่อให้ทุกคนได้ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อนี้ให้ชัดเจนมากขึ้น Pattippa Clinic มีคำตอบ เหนียง คืออะไร ลักษณะของเหนียงเป็นอย่างไร? เหนียง คือ บริเวณเนื้อใต้คางที่มีลักษณะหย่อนคล้อย หรือที่หลายคนรู้จักกันว่า “คางสองชั้น” (Double Chin) โดยเหนียงมักเกิดจากการสะสมของไขมันใต้ชั้นผิวหนัง หรือจากความหย่อนคล้อยของผิวและเนื้อเยื่อในบริเวณนั้น ลักษณะของเหนียงจึงมีลักษณะคล้ายเนื้อส่วนเกินที่ห้อยลงมาบริเวณใต้คาง ทำให้เห็นเป็นคางซ้อนกันและส่งผลต่อความเรียบเนียนของแนวกรอบหน้า โดยเหนียงนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น การเพิ่มขึ้นของน้ำหนัก อายุที่มากขึ้นทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น หรือแม้แต่พันธุกรรมที่มีผลต่อการสะสมของไขมันบริเวณนี้ สำหรับหลายคน การมีเหนียงอาจเป็นสิ่งที่บั่นทอนความมั่นใจ เพราะทำให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อยและไม่คมชัดเท่าที่ควร ไขข้อสงสัย “การเคี้ยวหมากฝรั่ง” ช่วยลดเหนียงได้จริงหรือไม่? จากที่ได้กล่าวไปว่า “เคี้ยวหมากฝรั่งเพื่อลดเหนียง” นั้นเป็นความเชื่อที่หลาย ๆ คนสงสัย ว่าสามารถทำได้จริงหรือไม่ ซึ่งต้องบอกก่อนว่า การเคี้ยวหมากฝรั่งบ่อย ๆ อาจมีส่วนช่วยลดเหนียงได้ เนื่องจากเป็นการบริหารกล้ามเนื้อบริเวณคอและใต้คาง ทำให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้นนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ชัดเจนหรือถาวร การลดเหนียงอย่างมีประสิทธิภาพควรพิจารณาวิธีการเพิ่มเติม เช่น การออกกำลังกายเฉพาะส่วน การควบคุมอาหาร หรือการใช้เทคโนโลยียกกระชับผิวควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหรือความงามเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละบุคคลต่อไป เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างสาเหตุมากที่สุด โปรแกรมปรับรูปหน้า ลดเหนียง ที่ Pattippa Clinic แนะนำ อยากมีหน้า V Shape แต่กลัวเข็ม หัตถการเหล่านี้ตอบโจทย์ สำหรับคนที่กลัวเข็ม ไม่กล้าผ่าตัด หรือไม่มีเวลาพักฟื้น แต่อยากมีหน้าวีเชฟ เทคโนโลยีเครื่องยกกระชับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งที่ Pattippa Clinic ก็มีหลากหลากหัตถการที่สามารถปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก ดูสมส่วน โดยไม่ต้องพึ่งการร้อยไหม หรือศัลยกรรมผ่าตัด ซึ่งประกอบด้วย… โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ulthera เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว โปรแกรม Ultraformer เทคโนโลยี Ultraformer นั้น จะแตกต่างจาก Program Ulthera จะได้ช็อตเยอะกว่า ราคาย่อมเยากว่า ทั้งนี้ ยิงได้กระจายได้มากกว่า หลายตำแหน่ง โดย Program Ultraformer เหมาะกับคนที่อายุ 20-30 ต้น ๆ ที่ความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยอาจจะยังไม่ลึกมากนั่นเอง ทั้งนี้ ยังสามารถสลายไขมัน กระตุ้นคอลลาเจน ยกผิวหย่อนคล้อย ยกใบหน้าให้กระชับ ลดและสลายไขมันบนใบหน้าให้ไม่ว่าจะหมุนองศาไหน ก็สวยทุกมุมมอง ถ่ายรูปกับใครก็หน้าเล็ก ไม่ต้องไปหลบอยู่ข้างหลัง เพราะหน้าเล็กสุด ๆ แบบฉุดไม่อยู่ ยิงยก ลงลึก อีกด้วย โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของ Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย โปรแกรม Morpheus เป็นเทคโนโลยี คลื่นวิทยุ โดยมี needle (หัวเข็มขนาดเล็ก) เปิดผิว แล้วปล่อยคลื่นวิทยุลงไป ซึ่งจะใช้หัวเข็มจากเครื่องที่เปิดผิวจะช่วยในเรื่องริ้วรอย ผิวริ้ว ๆ ผิวยับ “เปลี่ยนผิวยับ ให้กลับมาเฟียร์ซ” เป็นจุดเด่นของโปรแกรม Morpheus ตัวนี้ คือ สามารถปรับระดับได้ถึง 4 ระดับความลึก ทำให้ลงได้ลึกที่สุด และสามารถปรับตามสภาพปัญหาของผิวได้เลย โดยโปรแกรม Morpheus เหมาะกับคนที่มีปัญหา อยากลดริ้วรอยตื้น ๆ ริ้วรอยเล็ก ได้งานผิว หรือผู้ที่ต้องการยกกระชับ มีภาวะใบหน้าตอบเล็กน้อย (ซึ่งต้องบอกไว้ก่อนว่าโปรแกรม Morpheus เจ็บน้อยที่สุด เพื่อประกอบการตัดสินใจ) อย่างไรก็ตาม จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทุกคนคงเห็นแล้วว่าทั้ง 4 โปรแกรมยกกระชับจากทาง Pattippa Clinic ของเรานั้นมีความหลากหลาย ซึ่งเครื่องไหนจะดีที่สุดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคน ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการต่าง ๆ ควรเข้ารับคำปรึกษาและแนะนำจากแพทย์ก่อนเพื่อให้ได้แนวทางการแก้ไขที่เหมาะสมและตรงจุดมากที่สุด บริการปรับรูปหน้าอื่น ๆ >>บริการปรับรูปหน้า Pattippa Clinic โปรแกรมปรับรูปหน้า ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน

January 31, 2025

“ยกกระชับเหนียง” เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่หลาย ๆ คน กำลังสนใจ ซึ่งต้องบอกก่อนว่า “เหนียง” ถือเป็นปัญหารูปหน้าที่พบได้ทั่วไป และหลาย ๆ คนพยายามแก้ไขแล้วแต่ก็ยังไม่ได้ผลสักที ซึ่งอาจเกิดจากการเลือกแนวทางที่ยังไม่เหมาะกับตนเอง อย่างไรก็ตาม ต้องบอกก่อนว่าการยกกระชับเพื่อลดเหนียงนั้นสามารถทำได้อย่างหลากหลายวิธี โดยเฉพาะโปรแกรมหรือหัตถการต่าง ๆ ที่ไม่ต้องรับการผ่าตัดเพื่อยกกระชับ ที่ Pattippa Clinic จะขอนำเสนอข้อมูลให้ทุกคนได้ทราบไปพร้อม ๆ กัน ยกกระชับเหนียง ปรับรูปหน้า ให้กรอบหน้าคมชัดได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เมื่อพูดถึงปัญหาผิวหน้า หลายคนอาจนึกถึงริ้วรอยหรือความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มและตา แต่ในความเป็นจริง ปัญหาเหนียงยานหรือคางสองชั้นก็เป็นหนึ่งในสัญญาณความหย่อนคล้อยที่ชัดเจนและส่งผลต่อความมั่นใจในรูปลักษณ์ของเราได้ไม่น้อยค่ะ ซึ่งความหย่อนคล้อยบริเวณใต้คางนี้อาจเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นอายุที่เพิ่มขึ้น น้ำหนักที่เปลี่ยนแปลง หรือแม้กระทั่งพันธุกรรม ถึงเวลาที่เราต้องหาวิธีจัดการปัญหานี้อย่างจริงจังและเร่งด่วน เพื่อคืนความกระชับให้ใบหน้าและเพิ่มความมั่นใจอีกครั้ง ซึ่งจะมีแนวทางไหนที่สามารถแก้ไขปัญหาเหนียงได้อย่างตรงสาเหตุบ้าง Pattippa Clinic มีคำตอบมาฝาก เหนียง คืออะไร ลักษณะของเหนียงเป็นอย่างไร? เหนียง คือ บริเวณเนื้อใต้คางที่มีลักษณะหย่อนคล้อย หรือที่หลายคนรู้จักกันว่า “คางสองชั้น” (Double Chin) โดยเหนียงมักเกิดจากการสะสมของไขมันใต้ชั้นผิวหนัง หรือจากความหย่อนคล้อยของผิวและเนื้อเยื่อในบริเวณนั้น ลักษณะของเหนียงจึงมีลักษณะคล้ายเนื้อส่วนเกินที่ห้อยลงมาบริเวณใต้คาง ทำให้เห็นเป็นคางซ้อนกันและส่งผลต่อความเรียบเนียนของแนวกรอบหน้า เหนียงสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น การเพิ่มขึ้นของน้ำหนัก อายุที่มากขึ้นทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น หรือแม้แต่พันธุกรรมที่มีผลต่อการสะสมของไขมันบริเวณนี้ สำหรับหลายคน การมีเหนียงอาจเป็นสิ่งที่บั่นทอนความมั่นใจ เพราะทำให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อยและไม่คมชัดเท่าที่ควร เหนียงเกิดจากอะไร? เหนียงสามารถเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้… การสะสมของไขมัน เมื่อร่างกายสะสมไขมันมากขึ้น ไขมันส่วนหนึ่งมักจะสะสมอยู่บริเวณใต้คางและกรอบหน้า ส่งผลให้เกิดคางสองชั้นหรือเหนียงที่เห็นได้ชัดเจน ความหย่อนคล้อยของผิว เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหนังจะสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยรักษาความกระชับของผิว ทำให้ผิวใต้คางหย่อนคล้อย เกิดเป็นเหนียง พันธุกรรม ลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่างอาจทำให้บางคนมีแนวโน้มที่จะมีเหนียงได้ง่ายกว่า เช่น ลักษณะกรอบหน้าหรือการสะสมของไขมันใต้ผิว การเปลี่ยนแปลงน้ำหนัก การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว เช่น การเพิ่มหรือลดน้ำหนัก อาจทำให้เกิดการสะสมของไขมันหรือการยืดหดของผิวหนังบริเวณใต้คางท่าทางการใช้ชีวิตประจำวัน: การนั่งหรือยืนในท่าที่ไม่ถูกต้อง เช่น การก้มหน้าเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและผิวบริเวณใต้คาง ทำให้เกิดเหนียงได้ ท่าทางการใช้ชีวิตประจำวัน การนั่งหรือยืนในท่าที่ไม่ถูกต้อง เช่น การก้มหน้าเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและผิวบริเวณใต้คาง ทำให้เกิดเหนียงได้ อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นปัญหาส่วนหนึ่งของใบหน้า แต่ก็เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ดังนั้น การเข้าใจสาเหตุเหล่านี้สามารถช่วยให้เรามีแนวทางการดูแลและลดปัญหาเหนียงได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง “เหนียง” ส่งผลต่อรูปหน้าของเราอย่างไรบ้าง?  แม้จะเป็นเพียงปัญหาไขมันส่วนเกิน แต่ต้องบอกก่อนว่า เหนียง มีผลต่อรูปหน้าของเราในหลายด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของความสมดุลและความชัดเจนของกรอบหน้า เช่น… ลดความชัดเจนของกรอบหน้า โดยเหนียงนั้นจะทำให้กรอบหน้าไม่คมชัด และอาจทำให้ใบหน้าดูอวบอิ่มหรือกลมขึ้น ส่งผลให้ดูมีอายุหรือขาดความสดใส ทำให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อย เมื่อมีเหนียงสะสม ผิวบริเวณคางและลำคออาจดูหย่อนคล้อย ซึ่งเป็นผลมาจากการสูญเสียคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิว ลดความมั่นใจในตัวเอง หลายคนอาจรู้สึกไม่มั่นใจเมื่อเหนียงเด่นชัด โดยเฉพาะเวลาอยู่ในมุมที่เผยให้เห็นบริเวณใต้คาง ดังนั้นจึงทำให้สูญเสียความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันไปด้วย อย่างไรก็ตาม จากผลกระทบของรูปหน้าที่ได้รับจากการมีเหนียงที่กล่าวมานั้น ทุกคนก็สามารถเห็นได้แล้วว่า เป็นปัญหาผิวหน้าและปัญหาไขมันสะสมที่ไม่ควรปล่อยไว้ และต้องทำการยกกระชับอย่างเร่งด่วน เพราะนอกจะสามารถคืนความคมชัดให้กรอบหน้าได้แล้ว ก็ยังช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และสร้างความมั่นใจของเราให้กลับมาได้อีกด้วย โปรแกรมปรับรูปหน้า ลดเหนียง ที่ Pattippa Clinic แนะนำ อยากมีหน้า V Shape แต่กลัวเข็ม หัตถการเหล่านี้ตอบโจทย์ สำหรับคนที่กลัวเข็ม ไม่กล้าผ่าตัด หรือไม่มีเวลาพักฟื้น แต่อยากมีหน้าวีเชฟ เทคโนโลยีเครื่องยกกระชับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งที่ Pattippa Clinic ก็มีหลากหลากหัตถการที่สามารถปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก ดูสมส่วน โดยไม่ต้องพึ่งการร้อยไหม หรือศัลยกรรมผ่าตัด ซึ่งประกอบด้วย… โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ulthera เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว     โปรแกรม Ultraformer เทคโนโลยี Ultraformer นั้น จะแตกต่างจาก Program Ulthera จะได้ช็อตเยอะกว่า ราคาย่อมเยากว่า ทั้งนี้ ยิงได้กระจายได้มากกว่า หลายตำแหน่ง โดย Program Ultraformer เหมาะกับคนที่อายุ 20-30 ต้น ๆ ที่ความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยอาจจะยังไม่ลึกมากนั่นเอง ทั้งนี้ ยังสามารถสลายไขมัน กระตุ้นคอลลาเจน ยกผิวหย่อนคล้อย ยกใบหน้าให้กระชับ ลดและสลายไขมันบนใบหน้าให้ไม่ว่าจะหมุนองศาไหน ก็สวยทุกมุมมอง ถ่ายรูปกับใครก็หน้าเล็ก ไม่ต้องไปหลบอยู่ข้างหลัง เพราะหน้าเล็กสุด ๆ แบบฉุดไม่อยู่ ยิงยก ลงลึก อีกด้วย โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของ Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย โปรแกรม Morpheus เป็นเทคโนโลยี คลื่นวิทยุ โดยมี needle (หัวเข็มขนาดเล็ก) เปิดผิว แล้วปล่อยคลื่นวิทยุลงไป ซึ่งจะใช้หัวเข็มจากเครื่องที่เปิดผิวจะช่วยในเรื่องริ้วรอย ผิวริ้ว ๆ ผิวยับ “เปลี่ยนผิวยับ ให้กลับมาเฟียร์ซ” เป็นจุดเด่นของโปรแกรม Morpheus ตัวนี้ คือ สามารถปรับระดับได้ถึง 4 ระดับความลึก ทำให้ลงได้ลึกที่สุด และสามารถปรับตามสภาพปัญหาของผิวได้เลย โดยโปรแกรม Morpheus เหมาะกับคนที่มีปัญหา อยากลดริ้วรอยตื้น ๆ ริ้วรอยเล็ก ได้งานผิว หรือผู้ที่ต้องการยกกระชับ มีภาวะใบหน้าตอบเล็กน้อย (ซึ่งต้องบอกไว้ก่อนว่าโปรแกรม Morpheus เจ็บน้อยที่สุด เพื่อประกอบการตัดสินใจ) อย่างไรก็ตาม จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทุกคนคงเห็นแล้วว่าทั้ง 4 โปรแกรมยกกระชับจากทาง Pattippa Clinic ของเรานั้นมีความหลากหลาย ซึ่งเครื่องไหนจะดีที่สุดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคน ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการต่าง ๆ ควรเข้ารับคำปรึกษาและแนะนำจากแพทย์ก่อนเพื่อให้ได้แนวทางการแก้ไขที่เหมาะสมและตรงจุดมากที่สุด บริการปรับรูปหน้าอื่น ๆ >> บริการปรับรูปหน้า Pattippa Clinic โปรแกรมปรับรูปหน้า ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน

December 30, 2024

“เลเซอร์หลุมสิว” อีกหนึ่งแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่หลาย ๆ คนสนใจ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดรอยสิวที่เกิดขึ้นบนผิวหน้าแล้ว ยังสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เพื่อคืนความเรียบเนียนและฟื้นฟูผิวให้ดูสุขภาพดีอีกครั้ง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีรอยแผลเป็นหรือหลุมสิวที่ยังคงเด่นชัด การเลือกใช้โปรแกรมเลเซอร์หลุมสิวที่เหมาะสมจึงถือเป็นทางเลือกที่แก้ไขปัญหาได้ตรงสาเหตุในการปรับปรุงสภาพผิวหน้าให้กลับมาดูดีเหมือนเดิม เลเซอร์หลุมสิว โปรแกรมรักษาผิวหน้าที่เกิดจากปัญหารอยสิว จาก Pattippa Clinic ปัญหาหลุมสิวและรอยแผลเป็นจากสิวถือเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ทำให้หลายคนรู้สึกไม่มั่นใจในผิวหน้า แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบัน การรักษาหลุมสิวสามารถทำได้อย่างตรงสาเหตุ โดยหนึ่งในโปรแกรมที่ได้รับความนิยมและไว้วางใจคือโปรแกรมเลเซอร์หลุมสิวจาก Pattippa Clinic ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูและปรับสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนและกระจ่างใสอีกครั้ง ซึ่งจะมีโปรแกรมเลเซอร์รูปแบบไหนบ้าง บทความนี้มีคำตอบ หลุมสิว รอยสิว คืออะไร เกิดจากสิวประเภทไหน รักษาด้วยวิธีไหนดี? เมื่อพูดถึง “หลุมสิว” ก็ต้องบอกก่อนว่าปัญหาที่ตามมาหลังการเกิดสิว เป็นปัญหาใหญ่อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ผิวหนังเป็นรอยจนสร้างความรำคาญใจได้ไม่ต่างจากสิวเลย แถมยังมีแนวโน้มที่รักษายากกว่าสิวอีกด้วยซ้ำไป อย่างไรก็ตาม เมื่อการมีหลุมและรอยสิวนั้นมักทิ้งร่องรอยไว้บนใบหน้าจนทำให้ผู้ประสบปัญหาสูญเสียความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน การรักษาหลุมสิวและรอยสิวให้หายจึงเป็นทางเลือกที่ทุก ๆ คนที่ประสบปัญหานี้ให้ความสนใจเพื่อแก้ไขให้ปัญหานี้ให้ดีขึ้นและสร้างความมั่นใจของตนเองกลับมา หลุมสิว คืออะไร ? หลุมสิว (Acne Scars) คือ รอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวอักเสบ จะมีลักษณะพื้นผิวเป็นรอยบุ๋มลงไป เมื่อเทียบกับผิวหนังในบริเวณใกล้เคียง หลุมสิวจะเกิดขึ้นหลังจากการอักเสบของสิวหายแล้ว ซึ่งสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าว่าดูไม่เรียบเนียนเสมอกัน ซึ่งเป็นไปได้ว่ารักษาสิวผิดวิธี ทำให้แผลบริเวณดังกล่าวนั้นไม่สามารถสมานได้อย่างสมบูรณ์ หลุมสิวเกิดจากอะไร ? สาเหตุหลัก ๆ ในการเกิดหลุมสิว คือการรักษาสิวที่ผิดวิธี อาจเป็นการกดหรือบีบสิวในชั้นผิวที่ลึก ก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรือการอักเสบของผิว ทำให้การซ่อมแซมผิวหนังจากคอลลาเจนและเนื้อเยื่อนั้นสร้างขึ้นไม่เพียงพอ เมื่อแผลหายแล้ว แต่บริเวณดังกล่าวก็ไม่สามารถกลับมาเรียบเนียนได้ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่น ๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ความตึงบริเวณแผล การหดรั้งของแผล เป็นต้น ปกติแล้วกระบวนการซ่อมแซมผิวหนัง จะใช้เวลา 7-10 วันในการรักษาแผลจากสิว แต่ถ้าหากกระบวนการซ่อมแซมไม่สมบูรณ์จากการอักเสบอย่างรุนแรงของสิว หรือได้รับผลกระทบจากภายนอก เช่น การบีบสิว กดสิวผิดวิธี ที่อาจทำให้เกิดการอักเสบบริเวณผิวหนัง ก็จะทำให้เกิดการยุบตัวลงของผิว จนเกิดรอยแผลเป็นและหลุมสิว หลุมสิว มีกี่แบบ? ก่อนที่เราจะมาทำความรู้จักวิธีรักษาหลุมสิวและรอยสิว เรามาดูกันก่อนว่าหลุมและรอยสิวเกิดจากสิวประเภทใดได้บ้าง…  ประเภทของสิวที่มักทำให้เกิดหลุมและรอยสิว แม้สิวจะเป็นสิ่งปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่กับสิวที่ทำให้เกิดหลุมหรือรอยสิวได้นั้นกลับต่างกันออกไป โดยสิวที่มักทำให้เกิดหลุมสิวมักจะเป็นสิวต่าง ๆ ดังนี้.. สิวอักเสบ เป็นสิวที่เกิดจากการติดเชื้อหรือการอักเสบในรูขุมขน โดยสิวอักเสบจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนแดง อาจมีหนองภายใน โดยสิวอักเสบมักเกิดจากการสะสมของน้ำมัน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และแบคทีเรียในรูขุมขน เมื่อรูขุมขนถูกอุดตันจนเกิดการติดเชื้อจะส่งผลให้เกิดการอักเสบและสิวอักเสบตามมาฃ สิวหัวช้าง เป็นสิวขนาดใหญ่ที่เกิดจากการอุดตันในรูขุมขนลึก ทำให้เกิดการสะสมของน้ำมันและแบคทีเรียใต้ผิวหนัง สิวหัวช้างมีลักษณะเป็นก้อนแข็งนูนใต้ผิว มีการอักเสบรุนแรง และเจ็บปวดเมื่อสัมผัส แต่จะไม่มีหัวสิวให้บีบออก ซึ่งการรักษาสิวประเภทนี้จะทำได้ยาก เพราะเมื่อหายแล้วมักทิ้งรอยแผลเป็นหรือหลุมสิวที่เห็นได้ชัดเจน ประเภทของหลุมสิว สำหรับประเภทของหลุมสิวที่สามารถเกิดขึ้นได้บนผิวหน้าของเรานั้น สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท นั่นก็คือ… 1. ประเภท Ice Pick Scars: หลุมสิวประเภทนี้ มีลักษณะรอยแผลลึก ปากแผลแคบ ขอบแผลไม่เรียบ ก้นของแผลนั้นคล้ายกับกรวย มีความลึกถึงหนังกำพร้าหรือเนื้อเยื่อชั้นใต้ผิวหนัง โดยความลึกของแผลน้อยกว่า 2 มิลลิเมตร ซึ่งบริเวณที่เป็นมักอยู่ที่แก้ม ซึ่งถือเป็นหลุมสิวที่รุนแรงและรักษายากที่สุด ในทางแพทย์นั้นจะแบ่งลักษณะรอยแผลออกเป็น 2 ประเภท คือ รอยแผลชนิดตื้น ความลึก 0.1 – 0.5 มิลลิเมตร และ รอยแผลชนิดลึก มีความลึกมากกว่าหรือเท่ากับ 0.5 มิลลิเมตรเลยทีเดียว 2. ประเภท Boxcar Scars: หลุมสิวประเภทนี้ มีลักษณะเหมือนกล่อง ความกว้างปากหลุมและก้นหลุมเท่ากัน ขอบชัดเจน รอยแผลมักกว้าง 3-4 มิลลิเมตร เป็นวงกลมหรือวงรี ซึ่งมีทั้งแบบลึกและตื้น ซึ่งสาเหตุของหลุมสิวนั้น นอกจากมาจากสิวแล้ว ยังสามารถเกิดจากแผลอีสุกอีใสได้อีกด้วย  3. ประเภท Rolling Scars: หลุมสิวประเภทนี้ มีลักษณะรอยแผลกว้างลาดลึกลงชั้นใต้ผิว โค้งคล้ายก้นกระทะ มักมีขนาดกว้าง 4-5 มิลลิเมตร โดยรอยแผลเป็นชนิดนี้มีลักษณะเหมือนคลื่น เกิดจากเนื้อเยื่อพังผืดดึงรั้งชั้นตั้งแต่หนังแท้ถึงเนื้อใต้ผิวหนังลงไป อย่างไรก็ตาม จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมดทุกคนคงเห็นแล้วว่าแม้หลุมและรอยต่าง ๆ จะเกิดจากสิวเหมือนกัน แต่รอยที่ทิ้งไว้อาจจะอยู่คนละประเภทกัน ดังนั้น แนวทางหรือวิธีการรักษาก็อาจจะแตกต่างกันออกไปด้วย ซึ่งวิธีการรักษาดังกล่าวก็จะมีหลายวิธีด้วยกัน วิธีรักษาหลุมสิวและลดรอยหลุมสิว มีอะไรบ้าง? ในปัจจุบันนี้มีวิธีรักษาหลุมสิวและลดรอยหลุมสิวที่หลากหลายเป็นอย่างมาก ที่ช่วยเติมหลุมสิวให้ตื้นขึ้น แต่วิธีรักษาหลุมสิวแต่ละประเภทจะขึ้นอยู่กับอาการและระดับความรุนแรงที่เกิดขึ้น 3 วิธีการรักษาที่น่าสนใจได้แก่ 1.โปรแกรมเลเซอร์หลุมสิว การทำเลเซอร์หลุมสิวมีหลายแบบ เป็นการปล่อยคลื่นแสงที่มีระดับความยาวคลื่นต่างกันเพื่อปรับสภาพผิว และซ่อมแซมผิว หมอจะประเมินจากสภาพผิวของคนไข้ และลักษณะหลุมสิว โดยกลุ่มเลเซอร์หลุมสิวที่นิยม เช่น Fractional Co2 Laser, Fraxel, Fine Scan, Fractional, e-matrix และ Pico Laser หลังทำจะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้น  2.โปรแกรมการรักษาหลุมสิวด้วยการกรอผิว (Dermabrasion) “กรอผิว”เป็นการรักษาหลุมสิวโดยการใช้เกล็ดอัญมณี ในการกรอผิวหนังบริเวณที่เกิดหลุมสิว เพื่อเปิดผิวและซ่อมแซมให้เกิดเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมา วิธีนี้จะช่วยเรื่องหลุมสิวที่มีความกว้างแต่ค่อนข้างตื้นได้ดี และช่วยลดรอยสิว รอยจุดด่างดำ ต่างๆให้ลดเลือนลงด้วย แต่วิธีนี้ค่อนข้างเป็นวิธีที่ต้องระวัง เนื่องจากเป็นการทำให้ผิวหนังบางขึ้น จนเกิดการระคายเคืองผิวได้ง่าย ต้องใช้แพทย์ในการทำ ใช้เวลานานในการรักษาเพราะต้องทำต่อเนื่องหลายครั้ง 3.โปรแกรมตัดพังผืดหลุมสิว (Subsicion) อีกหนึ่งวิธีที่แพทย์เลือกใช้เพื่อรักษาหลุมสิว ซึ่งต้องเกริ่นก่อนว่า แม้สิวจะหายแล้วแต่ผิวของคนไข้มักเกิดการสมานแผลได้ไม่สมบูรณ์ และทำให้เกิดพังผืดหลุมสิวใต้ผิวดึงรั้งทำให้ผิวบริเวณดังกล่าวบุ๋ม ดังนั้น  แพทย์จะใช้เข็มที่มีปลายทู่ ลักษณะเหมือนมีดเข้าไปเซาะ ตัดพังผืดหลุมสิว ให้ขาดออกจากกันเพื่อช่วยซ่อมแซมหลุมสิวให้ตื้นขึ้นจากนั้นทำการฉีดสารรักษาเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้มาเติมเต็มช่องว่างใต้ผิวหนังนั่นเอง อย่างไรก็ตาม นอกจาก 3 วิธีที่ได้กล่าวมาข้างต้น การรักษาหลุมสิวยังมีอีกหลายวิธี ขึ้นอยู่กับปัญหาและสภาพผิวของคนไข้ ต้องให้หมอประเมินก่อนว่าเป็นหลุมสิวมีความลึกระดับไหน หลุมสิวตื้นจะรักษาได้ง่ายกว่าหลุมสิวลึก ถ้าเป็นสิวจึงไม่ควรแคะ แกะ เกา จนอักเสบลุกลาม เพราะจากที่เป็นหลุมสิวตื้น อาจจะเป็นกลายเป็นหลุมสิวลึก ต้องรักษาหลายครั้งถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน และนอกจากนี้ ควรหาวิธีป้องกันในการเกิดหลุมสิวไว้ด้วยเพื่อให้เกิดขึ้นซ้ำจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังในอนาคต  โปรแกรม Laser ลดรอยสิว กระ ฝ้า จุดด่างดำ ที่ Pattippa Clinic Pattippa Clinic ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาปัญหาผิวดังกล่าว โดยใช้พลังงานแสงเลเซอร์ในการลดเม็ดสีเมลานินที่สะสมในผิวหนัง ทำให้รอยสิว กระ ฝ้า และจุดด่างดำจางลง นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในผิว ทำให้ผิวดูกระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้นในระยะยาว เทคโนโลยีเลเซอร์ที่ใช้ในโปรแกรม ที่ Pattippa Clinic มีเทคโนโลยีเลเซอร์หลายประเภทที่เหมาะสำหรับการรักษาปัญหาผิวพรรณหลายด้าน โดยเทคโนโลยีหลักที่ใช้ในการรักษารอยสิว กระ ฝ้า จุดด่างดำ และการปรับผิวให้สม่ำเสมอ ได้แก่: Pico Laser – เลเซอร์ที่มีความละเอียดสูงและเหมาะกับการรักษารอยฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยสิวโดยเฉพาะ มีความแม่นยำสูงและไม่ทำลายเนื้อเยื่อผิวหนัง ทำให้ผิวดูกระจ่างใสและปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ Q-Switched ND Laser – เป็นเลเซอร์ที่ใช้พลังงานแสงความถี่ต่ำเพื่อทำลายเม็ดสีที่อยู่ใต้ผิวหนัง ช่วยให้รอยสิวและกระฝ้าจางลงอย่างรวดเร็ว และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ IPL (Intense Pulsed Light) – แม้จะไม่ใช่เลเซอร์โดยตรง แต่ IPL เป็นเทคโนโลยีที่ใช้แสงในการลดเลือนรอยสิวและจุดด่างดำ โดยการทำงานของแสงจะช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวหน้าดูกระจ่างใสและเรียบเนียน ประโยชน์ของโปรแกรม Laser ลดรอยสิว กระ ฝ้า จุดด่างดำ ที่ Pattippa Clinic ลดเลือนรอยสิว กระ ฝ้า จุดด่างดำ – เทคโนโลยีเลเซอร์ที่ใช้ในโปรแกรมนี้สามารถเจาะจงรักษาเม็ดสีเมลานินที่อยู่ในผิวหนัง ทำให้รอยสิว กระ ฝ้า และจุดด่างดำจางลงอย่างชัดเจน ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ – การใช้เลเซอร์ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ทำให้ใบหน้าดูเรียบเนียนและกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูผิวใหม่ – การทำเลเซอร์ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และกระชับมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องพักฟื้นนาน – การรักษาด้วยเลเซอร์เป็นวิธีที่ไม่ต้องพักฟื้นนาน ผู้เข้ารับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำ ผลลัพธ์ที่ยาวนาน – โปรแกรมเลเซอร์ที่ Pattippa Clinic ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน โดยขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของผู้เข้ารับบริการและการป้องกันผิวจากแสงแดด ขั้นตอนการทำเลเซอร์ลดรอยสิว กระ ฝ้า จุดด่างดำที่ Pattippa Clinic Pattippa Clinic ให้บริการเลเซอร์อย่างครบวงจรโดยใช้เทคนิคที่ดีและทันสมัย ขั้นตอนการรักษามีดังนี้.. การปรึกษาและวิเคราะห์สภาพผิว – แพทย์ผู้ชำนาญการจะทำการวิเคราะห์สภาพผิวและปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อเลือกใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของผู้เข้ารับบริการ การเตรียมผิวและยาชา – ก่อนทำเลเซอร์ แพทย์จะทำความสะอาดผิวหน้าและอาจใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกสบาย การทำเลเซอร์ – แพทย์จะทำการยิงเลเซอร์ในบริเวณที่ต้องการรักษา โดยปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับปัญหาผิวและความต้องการของลูกค้า การดูแลหลังทำเลเซอร์ – หลังทำเลเซอร์ แพทย์จะให้คำแนะนำในการดูแลตัวเอง เช่น การใช้ครีมกันแดดและครีมบำรุงที่เหมาะสม เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้ดีและมีผลลัพธ์ที่ยาวนาน ติดตามข้อมูลบริการรักษาหลมสิว รอยสิวอื่น ๆ >> โปรแกรมลดหลุมสิว จาก Pattippa Clinic รักษาหลุมสิว รอยสิวที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน All Posts blog เพิ่มคอลลาเจนให้ผิวหน้า พร้อมกระชับกรอบหน้า ด้วยโปรแกรม HACa Read More วิธีทําให้หน้าเรียว ลดกราม ปรับหน้าให้สมดุล เพียงแค่รู้วิธี Read More หน้าบาน กรามใหญ่ แก้ยังไงให้หน้าเรียวได้รูป Pattippa มีคำตอบ Read More

December 30, 2024

Thermage หรือ Ulthera เลือกทำอะไรก่อนดี? คำถามที่หลาย ๆ คนกำลังสงสัยและต้องการคำตอบ ซึ่งต้องบอกก่อนว่าแม้ทั้ง 2 หัตถการนี้จะเป็นหัตถการเพื่อยกกระชับเหมือนกัน แต่การพิจารณาเลือกเข้ารับบริการอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นก็ต้องอาศัยการพิจารณาปัจจัยหลาย ๆ อย่างประกอบกัน ดังนั้น เพื่อให้ทุกคนได้ศึกษาข้อมูลและทราบถึงรายละเอียดของทั้ง 2 โปรแกรม Pattippa Clinic มีคำตอบมาฝาก Thermage หรือ Ulthera การยกกระชับแบบไหนที่ควรทำก่อนหรือหลัง Pattippa Clinic มีคำตอบ เมื่อพูดถึงการยกกระชับผิวหน้า เทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักกันดีคงหนีไม่พ้น โปรแกรม Thermage และ โปรแกรม Ulthera ซึ่งทั้งสองตัวเลือกนี้มีจุดเด่นและประสิทธิภาพที่แตกต่างกันออกไป หลายคนอาจเคยได้ยินถึงผลลัพธ์ที่ช่วยให้ผิวกระชับ ดูอ่อนเยาว์ขึ้น แต่คำถามที่สำคัญคือ ควรเลือกทำตัวไหนก่อนเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด? หรือสามารถทำควบคู่กันได้ไหม? วันนี้ Pattippa Clinic พร้อมให้คำแนะนำและคำตอบเพื่อช่วยให้ทุกคนตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ทำความรู้จักกันก่อน โปรแกรม Thermage และ โปรแกรม Ulthera คืออะไร และต่างกันยังไง ในปัจจุบัน “การดูแลผิวพรรณให้กระชับและอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องผ่าตัด” กลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับหลายคน เทคโนโลยีอย่าง Thermage และ Ulthera จึงถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง เนื่องจากทั้งสองวิธีนี้มีประสิทธิภาพสูงในการช่วยยกกระชับผิว  แต่ด้วยเทคโนโลยีและผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน จึงอาจทำให้หลายคนสงสัยว่าเทคโนโลยีทั้งสองนี้เหมาะกับปัญหาแบบไหน และควรเลือกทำอะไรดี บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จัก Thermage และ Ulthera อย่างละเอียด พร้อมเปรียบเทียบข้อแตกต่างเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โปรแกรม Thermage เทคโนโลยีที่ใช้ ใช้พลังงาน คลื่นวิทยุความถี่สูง (Radiofrequency) ส่งพลังงานลึกลงไปในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และทำให้เส้นใยคอลลาเจนที่หย่อนคล้อยหดตัว ผลลัพธ์ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยโดยรวม เช่น บริเวณใบหน้า ลำคอ และร่างกาย ให้ผลลัพธ์ที่ผิวดูกระชับขึ้นทันทีหลังทำบางส่วน และจะเห็นผลชัดเจนในช่วง 2-6 เดือน ให้ผลอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล ความรู้สึกระหว่างทำ อาจรู้สึกร้อนลึกใต้ผิว แต่ไม่เจ็บมากนัก เพราะเครื่องมีระบบควบคุมอุณหภูมิ โดยความรู้สึกที่เกิดขึ้นจะเป็นลักษณะของความร้อนที่ลึกลงไปใต้ผิวหนัง แต่เครื่องจะมีระบบควบคุมอุณหภูมิที่ช่วยปกป้องผิวชั้นนอก ทำให้รู้สึกร้อนสบายมากกว่าความเจ็บ โปรแกรม Ulthera เทคโนโลยีที่ใช้ ใช้พลังงาน คลื่นเสียงความถี่สูงแบบเฉพาะจุด (Focused Ultrasound) ส่งพลังงานลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า) ผลลัพธ์ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเฉพาะจุด เช่น แนวกรอบหน้า คิ้ว หนังตา หรือบริเวณลำคอ เห็นผลในช่วง 1-3 เดือน และจะยกกระชับได้ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะเวลา 3-6 เดือน ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 1-1.5 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง ความรู้สึกระหว่างทำ อาจรู้สึกเจ็บลึกเล็กน้อยถึงปานกลางในบริเวณที่เครื่องปล่อยพลังงาน โดยเฉพาะบริเวณกระดูกหรือจุดที่ชั้นผิวบาง อย่างไรก็ตาม ระดับความรู้สึกเจ็บนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยปกติแพทย์จะสามารถปรับระดับพลังงานหรือใช้ยาชาเพื่อช่วยลดความไม่สบายในระหว่างทำได้ อย่างไรก็ดี Thermage และ Ulthera ถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยทั้งสองวิธีมีจุดเด่นเฉพาะตัวที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวในรูปแบบที่แตกต่างกัน การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับสภาพผิว ความต้องการเฉพาะจุด และคำแนะนำจากแพทย์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ทั้งนี้ สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีดูแลผิวให้กระชับและอ่อนเยาว์ Thermage และ Ulthera อาจเป็นคำตอบที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้ผู้เข้ารับบริการทุกคนให้กลับมาอีกครั้ง ข้อแตกต่างสำคัญระหว่าง โปรแกรม Thermage และ โปรแกรม Ulthera โปรแกรม Thermage และ โปรแกรม Ulthera มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้งในด้านเทคโนโลยีที่ใช้ ชั้นผิวที่ทำงาน และลักษณะของผลลัพธ์ที่ได้ โปรแกรม Thermage  ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Radiofrequency) ที่ส่งความร้อนลงไปกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว ทำให้ผิวโดยรวมดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยแบบทั่วไป หรือผู้ที่มีไขมันสะสมใต้ผิว เช่น บริเวณแก้มและเหนียง โปรแกรม Ulthera ใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงแบบเฉพาะจุด (Focused Ultrasound) ที่ลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า ทำให้สามารถยกกระชับผิวได้อย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับการยกกระชับเฉพาะจุด เช่น การยกคิ้ว ยกหนังตาที่ตก หรือปรับแนวกรอบหน้าให้ชัดเจนขึ้น ความแตกต่างสำคัญอีกประการคือชั้นผิวที่แต่ละเทคโนโลยีทำงาน Thermage ทำงานในระดับชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน ส่วน Ulthera ทำงานในชั้น SMAS ซึ่งลึกกว่าชั้นผิวหนังแท้ ส่งผลให้ Ulthera มีประสิทธิภาพในการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยในระดับลึกได้ดีกว่า แต่ Thermage จะให้ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนในการปรับผิวโดยรวมให้เรียบเนียนและดูอ่อนเยาว์ขึ้น อย่างไรก็ดี ทั้งสองวิธีนี้มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน โดย Thermage จะเหมาะกับการแก้ปัญหาผิวที่หย่อนคล้อยทั่วไป ในขณะที่ Ulthera จะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นการยกกระชับเฉพาะจุดและสร้างแนวกรอบหน้าที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งผู้สนใจเข้ารับบริการสามารถปรึกษาแพทย์และเลือกได้ตามความต้องการ ไขข้อสงสัย โปรแกรม Thermage และ โปรแกรม Ulthera หัตถการตัวไหนที่ควรทำก่อนกัน? สำหรับผู้ที่ต้องการปรับโครงสร้างผิวโดยรวม ให้ผิวดูเรียบเนียนและกระชับ การเริ่มต้นด้วย โปรแกรม Thermage อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เนื่องจากเทคโนโลยีนี้ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวแน่นและเรียบเนียนขึ้น แต่หากปัญหาผิวหย่อนคล้อยอยู่ในชั้นลึก เช่น บริเวณกรอบหน้าหรือคอ การเลือกเริ่มต้นด้วย โปรแกรม Ulthera จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า เพราะเทคโนโลยีนี้สามารถยกกระชับในระดับลึกถึงชั้น SMAS อย่างไรก็ตาม การทำ โปรแกรม Thermage และ โปรแกรม Ulthera ควบคู่กัน โดยมีการวางแผนลำดับการทำอย่างเหมาะสม สามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพการยกกระชับได้อย่างเต็มที่ ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและยั่งยืนยิ่งขึ้น แนะนำ โปรแกรม Thermage และ โปรแกรม Ulthera จาก Pattippa Clinic หัตถการยกกระชับ ปรับหน้าเรียวโดยไม่ต้องผ่าตัด โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของโปรแกรม Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ulthera เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม โปรแกรมยกกระชับและปรับรูปหน้าทั้งสองเทคนิคนี้เป็นเพียงบริการส่วนหนึ่งจากทาง Pattippa Clinic ของเรานั้น ซึ่งเครื่องไหนจะดีที่สุดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคนนั่นเอง ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ปัญหารูปหน้า เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจไม่น้อย แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยยกกระชับหน้าได้อย่างตรงสาเหตุ ก็สามารถช่วยให้ทุก ๆ คนมีใบหน้าที่ได้สัดส่วนและสมดุลมากขึ้น ทำโปรแกรม Thermage และ Ulthera ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน All Posts blog Thermage หรือ Ulthera อยากยกระชับ ทำหัตถการไหนก่อนดี? Read More Facial design ปรับรูปหน้าไม่ต้องผ่าตัด กับ Pattippa Clinic Read More ยกกระชับหน้า มีกี่แบบ แบบไหนดีที่สุด Pattippa Clinic มีคำตอบ Read More

December 30, 2024

Facial design อีกหนึ่งศาสตร์ที่ผู้มีปัญหารูปหน้าควรรู้จัก เพราะนี่คือวิธีการปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด แต่ใช้เทคนิคหัตถการที่ทันสมัย เพื่อช่วยสร้างสัดส่วนที่สมดุลและเสริมความงามในแบบที่เหมาะกับแต่ละบุคคล และที่ Pattippa Clinic ผู้เข้ารับบริการจะได้รับการดูแลจากแพทย์ในทุก ๆ ขั้นตอน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาได้ตามคาดหวังมากที่สุด “Facial design” เทคนิคการปรับรูปหน้าให้สมดุล หน้าเรียวได้ด้วยการออกแบบจากแพทย์ สวยเหมาะเฉพาะบุคคล ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในโลกของความงามที่ทุกคนล้วนแสวงหาความลงตัวและเอกลักษณ์ที่สะท้อนตัวตนอย่างแท้จริง การปรับรูปหน้าให้สมดุลไม่เพียงช่วยเพิ่มความมั่นใจ แต่ยังเสริมสร้างความงามในแบบที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล “Facial Design” หรือ การออกแบบใบหน้าโดยแพทย์ด้านความงาม จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ใบหน้าที่ทั้งสมส่วนและงดงามในแบบเฉพาะตัว ผ่านเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งจะมีรายละเอียดอะไรบ้าง Pattippa Clinic มีคำตอบมาฝาก ทำความรู้จัก Facial Design คืออะไร เหมาะกับใคร มีขั้นตอนอะไรบ้าง? Facial Design หมายถึง กระบวนการออกแบบหรือปรับแต่งใบหน้าเพื่อสร้างความสมดุลและความงามที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยพิจารณาจากโครงสร้างใบหน้า สัดส่วน และลักษณะเฉพาะของแต่ละคน ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ Facial Design ผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนใบหน้าให้สมดุล ผู้ที่มีปัญหาใบหน้าไม่สมมาตร ผู้ที่ต้องการเสริมความมั่นใจและเพิ่มความสวยงามให้เหมาะสมกับบุคลิกภาพ ขั้นตอนหลักของการทำ Facial Design 1.การวิเคราะห์โครงหน้า (Facial Analysis) ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินโครงสร้างใบหน้า เช่น รูปหน้า (ทรงกลม รูปไข่ หรือเหลี่ยม) สัดส่วนระหว่างส่วนบน กลาง และล่างของใบหน้า รวมถึงความสมมาตร 2.การออกแบบและวางแผน (Design & Planning) ใช้ข้อมูลที่วิเคราะห์มาออกแบบวิธีการปรับปรุง เช่น การเติมเต็มส่วนที่ขาด (Volume Enhancement) หรือการลดส่วนที่เด่นเกินไป (Contouring) เพื่อให้เกิดความสมดุล 3.เทคนิคการปรับรูปหน้า (Aesthetic Techniques) อาจใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น… การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ เพื่อเติมเต็มและปรับสัดส่วน การฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ เพื่อปรับกล้ามเนื้อและลดริ้วรอย การทำโปรแกรมร้อยไหม เพื่อยกกระชับ โปรแกรม Endolift หรือโปรแกรมเลเซอร์ เพื่อกระชับผิวและลดไขมัน อย่างไรก็ตาม Facial Design ไม่ใช่การสร้างใบหน้าที่เหมือนกับคนอื่น แต่เป็นการเสริมจุดเด่นและปรับจุดด้อยเพื่อคงความเป็นธรรมชาติ ทั้งนี้ Facial Design ยังเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยทั้งศาสตร์และความสามารถในการออกแบบเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมาสอดคล้องกับความงามเฉพาะบุคคลให้ได้มากที่สุดด้วย ทำความรู้จัก หัตถการปรับรูปหน้า ที่ไม่ต้องผ่าตัด เพื่อการทำ Facial Design จาก Pattippa Clinic สำหรับนวัตกรรมสำหรับโปรแกรมปรับรูปหน้าเพื่อปรับรูปหน้า ที่ Pattippa Clinicจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้… 1.โปรแกรม โบท็อกซ์ (BOTOX)  โปรแกรมโบท็อกซ์ (BOTOX) คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งมีคุณสมบัติในการหยุดการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว จึงสามารถลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว และริ้วรอยบริเวณหางตา ริ้วรอยใต้ตา นอกจากนี้ โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) ยังใช้ในการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ช่วยกระชับผิว กระชับรูขุมขน และลดเหงื่อ ได้อีกด้วย 2.โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler) การฉีดฟิลเลอร์สามารถเพิ่มปริมาตรและความคมชัดให้กับบริเวณขอบกรามและคาง ทำให้รูปหน้าดูมีมิติและชัดเจนมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หรือรูปหน้าดูอ่อนคล้อยและช่วยยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้าให้ดูเต่งตึงขึ้น โดยการเติมเต็มเนื้อเยื่อใต้ผิว ทำให้เส้นกรอบหน้าดูคมและเด่นชัดขึ้น ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับกรอบหน้าเป็นการแก้ไขที่ไม่ต้องผ่าตัดและเห็นผลลัพธ์ได้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับบริการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคนอีกด้วย 3.โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ulthera เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว 4.โปรแกรม Ultraformer เทคโนโลยี Ultraformer นั้น จะแตกต่างจาก Program Ulthera จะได้ช็อตเยอะกว่า ราคาย่อมเยากว่า ทั้งนี้ ยิงได้กระจายได้มากกว่า หลายตำแหน่ง โดย Program Ultraformer เหมาะกับคนที่อายุ 20-30 ต้น ๆ ที่ความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยอาจจะยังไม่ลึกมากนั่นเอง ทั้งนี้ ยังสามารถสลายไขมัน กระตุ้นคอลลาเจน ยกผิวหย่อนคล้อย ยกใบหน้าให้กระชับ ลดและสลายไขมันบนใบหน้าให้ไม่ว่าจะหมุนองศาไหนก็สวย 5.โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของโปรแกรม Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทุกคนคงเห็นแล้วว่าโปรแกรมปรับรูปหน้าจากทาง Pattippa Clinic ของเรานั้นมีความหลากหลาย ซึ่งเครื่องไหนจะดีที่สุดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคนนั่นเอง ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ปัญหารูปหน้า เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจไม่น้อย แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยยกกระชับหน้าได้อย่างตรงสาเหตุ ก็สามารถช่วยให้ทุก ๆ คนมีใบหน้าที่ได้สัดส่วนและสมดุลมากขึ้น บริการปรับรูปหน้าอื่น ๆ >> บริการปรับรูปหน้า Pattippa Clinic โปรแกรมปรับรูปหน้า Facial Design ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน All Posts blog Facial design ปรับรูปหน้าไม่ต้องผ่าตัด กับ Pattippa Clinic Read More “ผิวหน้าไม่กระชับ หย่อนคล้อย ไม่ได้สัดส่วน” ปัญหากวนใจที่ต้องแก้ Read More 8 สาเหตุ อ้วนออกหน้า ที่คนอยากหน้าเรียวต้องรู้ Read More

December 30, 2024

ยกกระชับหน้า มีกี่แบบ? เชื่อได้ว่าเป็นคำถามที่หลาย ๆ คนสงสัย เพราะในปัจจุบันมีวิธีการยกกระชับหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามความต้องการและปัญหาผิวที่แตกต่างกันไป แต่แบบไหนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเรา? วันนี้ Pattippa Clinic มีคำตอบครบทุกข้อสงสัย เพื่อให้ทุกคนตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ และเลือกวิธีที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับใบหน้าและผิวพรรณของตนเอง ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น มาติดตามไปพร้อม ๆ กัน ยกกระชับหน้า มีกี่แบบ ไขข้อสงสัย การยกกระชับแบบไหนที่เหมาะกับเรา? “ยกกระชับ” อีกหนึ่งบริการที่หลาย ๆ คนสนใจเป็นอย่างมากในปัจจุบันโดยเฉพาะกลุ่มคุณผู้หญิงในช่วงวัย 25+ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อเราอายุมากขึ้นผิวหนังไม่ได้แก่แค่ภายนอก แต่ลึกลงไปถึงชั้นผิวหนังแท้ ชั้นไขมันก็มีการทรุด กล้ามเนื้อหย่อนคล้อยและกระดูกเริ่มยุบตัวลง ดังนั้น การยกกระชับ จึงกลายมาเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อยที่ทุกคนกำลังมองหากันนั่นเอง ยกกระชับ คืออะไร สามารถใช้เทคนิคนี้กับส่วนไหนได้บ้าง? จากที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า สาเหตุหลักที่หลาย ๆ คนต้องการเข้ารับบริการยกกระชับคือ ปัญหาความหย่อนคล้อยของผิว ที่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น อายุที่เพิ่มขึ้น, กระดูกบางลงและยุบตัวลง, ไขมันสะสมบนใบหน้า,แสงแดด, ความเครียด, นอนดึก, ดื่มน้ำน้อย ฯลฯ โดยไม่ว่าจะเกิดจากปัจจัยใด ๆ ก็แล้วแต่ แต่ปัญหาผิวหย่อนคล้อยก็เป็นปัญหาที่สาว ๆ มักจะอดใจไม่ได้ ต้องรีบแก้ไขโดยด่วนที่สุด ยกกระชับ คือ… เทคนิค ยกกระชับ คือ การปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ ทำให้ใบหน้ากลับมาเต่งตึงขึ้น ด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง หรือการใช้เทคนิคทางการแพทย์ในการการดึงรั้งกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังให้กลับมาเข้าที่ให้และกลับมาเต่งตึง สดใส อ่อนเยาว์ขึ้นนั่นเอง ยกกระชับหน้า มีกี่แบบ มีอะไรบ้างที่ทุกคนควรรู้จัก? การยกกระชับหน้าที่นิยมทำในปัจจุบันมีด้วยกัน 2 แบบครับ คือการยกกระชับหน้าแบบผ่าตัดและการยกกระชับหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด โดยจะมีความแตกต่างกัน ดังนี้… 1.การยกกระชับหน้าแบบผ่าตัด สำหรับการยกกระชับหน้าแบบผ่าตัด (Face lift) คือการศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า เพื่อยกกระชับไขมันใต้ผิวและกล้ามเนื้อให้กลับไปยังตำแหน่งที่เหมาะสม ปัจจุบันนิยมใช้วิธีการผ่าตัดส่องกล้อง (Endoscopic facelift) ในการใช้กล้องขนาดเล็ก สอดเข้าไปเพื่อทำการผ่าตัดตกแต่งกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้ผิวหนัง ให้ยกกระชับโดยไม่จำเป็นต้องตัดผิวหนังออกเหมือนการผ่าตัดดึงหน้าแบบเก่า  สำหรับการยกกระชับหน้าแบบผ่าตัด มีข้อดีคือ ใบหน้าจะยกกระชับขึ้นทันทีสามารถคงผลลัพธ์ได้นาน แต่ข้อเสียของการยกกระชับหน้าแบบผ่าตัด คือหลังผ่าตัดจะมีอาการบวมหรือเขียวช้ำ บางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ผิวหนังขาดเลือดมาเลี้ยง, เลือดคั่ง เสียเลือด เป็นต้น รวมถึงต้องพักฟื้นในระยะเวลานานเนื่องจากต้องเข้ารับการผ่าตัดซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นและพังผืดได้ ดังนั้น ก่อนเข้ารับบริการควรพิจารณาเลือกคลินิกอย่างรอบคอบเพื่อให้แก้ไขปัญหาของเราได้อย่างตรงจุดมากที่สุด โดยการยกกระชับแบบผ่าตัดนั้นก็มีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น… Facelift การผ่าตัดดึงหน้าทั่วไปที่เน้นการแก้ไขความหย่อนคล้อยของผิวหนังและกล้ามเนื้อในส่วนล่างของใบหน้า เช่น บริเวณแก้มและกรอบหน้า Neck Lift การผ่าตัดที่เน้นบริเวณลำคอและแนวกราม เพื่อยกกระชับผิวและแก้ไขกล้ามเนื้อบริเวณคอที่หย่อนคล้อย Endoscopic Facelift เทคนิคที่ใช้กล้องขนาดเล็ก (Endoscope) ช่วยในการผ่าตัด แผลมีขนาดเล็กและลดระยะเวลาการพักฟื้น เหมาะสำหรับการยกกระชับบริเวณหน้าผากและส่วนบนของใบหน้า Mid-Face Lift การผ่าตัดที่เน้นยกกระชับบริเวณแก้มส่วนกลาง เพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยที่ทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้าให้ดีขึ้นได้ Brow Lift (Forehead Lift) การยกกระชับเฉพาะส่วนหน้าผากและคิ้ว เพื่อลดริ้วรอยและทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น Thread Lift (โปรแกรมผ่าตัดแบบร้อยไหม) แม้ว่าจะไม่ได้เป็นการผ่าตัดใหญ่ แต่เป็นการยกกระชับด้วยไหมละลาย ซึ่งสามารถช่วยยกกระชับผิวหน้าในระดับเบา-ปานกลางให้กระชับขึ้นได้อย่างตรงสาเหตุและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม แนวทางการยกกระชับผ่าตัดแต่ละแบบนั้น แม้จะมีผลลัพธ์ในการช่วยยกกระชับผิวเหมือนกัน แต่ทุกคนจะเห็นได้แล้วว่าแต่ลบะรูปแบบจะสามารถตอบโจทย์แต่ละปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ก่อนเข้ารับบริการ ควรเข้ารับการประเมินและคำปรึกษาจากแพทย์อย่างละเอียดก่อน เพื่อที่จะได้เลือกแนวทางที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด 2.การยกกระชับหน้าแบบไม่ผ่าตัด สำหรับการยกกระชับหน้าแบบไม่ผ่าตัด เป็นการยกกระชับหน้าที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นผลเร็ว ไม่มีเวลาพักฟื้น โดยปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายที่ช่วยยกกระชับผิว การจะเลือกเครื่องมือหรือวิธีการไหน ขึ้นกับสภาพผิวหน้าของแต่ละบุคคล เทคโนโลยีที่ใช้ช่วยกระชับใบหน้าจะช่วยฟื้นฟูผิวที่ชั้นต่าง ๆ ดังนี้… ยกกระชับด้วย โปรแกรม Thermage เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องผ่าตัดคงผลลัพธ์ได้นาน 1-2 ปีโดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก ยกกระชับด้วย โปรแกรม Hifu ทั้งสองโปรแกรมดังกล่าวเป็นเทคนิคที่ใช้หลักการทำงานโดยใช้คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์เข้มข้นยิงเข้าไปใต้ชั้นผิวแต่ละชั้นเพื่อทำให้ผิวชั้นนั้นหดตัวเสมือนกับการเย็บที่เนื้อ โดยทั้งสองวิธี ช่วยยกกระชับใบหน้า ลดริ้วรอย ร่องลึก กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และสลายไขมันใต้ชั้นผิวให้เต่งตึงและกระชับขึ้น ยกกระชับด้วย โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ยกกระชับด้วย โปรแกรม Sculptra “Sculptra” คือ สารกำเนิดคอลลาเจนในรูปแบบฉีดที่ประกอบด้วยอนุภาคของ PLLA (Poly-L-Lactic Acid) มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type 1 ได้ถึง 66.5% ซึ่งสามารถเติมเต็มและยกกระชับใบหน้าให้เต่งตึงและกระชับมากขึ้น ทั้งนี้ ยังเป็นเป็นสารสังเคราะห์จากพืชตามธรรมชาติที่ไม่ส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายอีกด้วย โปรแกรมร้อยไหมยกกระชับใบหน้า การร้อยไหม คือ การใช้เข็มนำเส้นไหมละลายสอดลงในชั้นผิวหนัง ผิวก็จะถูกเงี่ยงเกี่ยวขึ้นมาตามเส้นไหมในทิศทางที่ร้อยไหมเข้าไป ซึ่งจะคล้าย ๆ ตะขอเกี่ยว เป็นวิธีการยกกระชับหน้าที่เห็นผลลัพธ์ทันที จากนั้นจะค่อยๆ เห็นผลชัดเจนขึ้นตามลำดับดยผิวบริเวณที่ร้อยไหมจะเกิดการสร้างเส้นใยอีลาสตินขึ้นมาช่วยประคองผิว ทำให้ผิวกระชับขึ้นและลดเลือนริ้วรอยได้ โปรแกรมฟิลเลอร์ ยกกระชับหน้า โปรแกรมการฟิลเลอร์ยกกระชับ คือ การฉีดสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid หรือ HA ช่วยเติมเต็มหรือเสริมชั้นในผิวหนังและใต้ผิวหนัง ที่ช่วยลดและแก้ไขปัญหาผิว ริ้วรอยร่องลึก บริเวณต่าง ๆ ของใบหน้า ให้กลับมาดูอ่อนเยาว์ กระชับ เปล่งปลั่งนั่นเอง โปรแกรมเรเดียสซ์ หรือ Program RADIESSE มีสารสำคัญในการออกฤทธิ์คือ CaHA microsphere (คา-ฮ่า ไมโครสเฟียร์) ที่มีรูปร่างและขนาดที่เป็นเอกลักษณ์ นั่นคือ มีลักษณะเป็นทรงกลม ขนาดอนุภาคสม่ำเสมอกันอยู่ในช่วง 25-45 ไมครอน ส่งผลให้ฟื้นฟูการทำงานของ Fibroblast ทำให้มีการกระตุ้นสร้างสารสำคัญทั้ง 5 ตัวที่มีส่วนช่วยให้ผิวสุขภาพดี ดูอ่อนเยาว์มากขึ้นนั่นเอง โปรแกรมนวดยกกระชับใบหน้า การนวดหน้า เป็นวิธียกกระชับหน้าด้วยตัวเอง ช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้ดี ใช้มือนวดคลึงบนใบหน้าเบา ๆ โดยอาจใช้ร่วมกับครีมบำรุงผิวซึ่งจะช่วยให้ผิวหน้ากระชับขึ้น หรือ เข้ารับบริการการนวดยกกระชับด้วย คลื่นวิทยุขั้วเดียว Mono Polar Radiofrequency (Program venus viva diamaond polar) ซึ่งสามารถกระชับผิวใบหน้าได้อย่างอ่อนโยน แนะนำให้เข้ารับการนวดกระชับด้วยบริการนี้อย่างต่อเนื่องเพราะจะเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนมากขึ้น ท้ายที่สุด ปัญหาผิวหย่อนคล้อย เป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจไม่น้อย แต่ก็โชคดีที่เราสามารถจัดการปัญหาผิวหย่อนคล้อย หรือยกกระชับหน้าได้อย่างตรงจุด ด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะด้วยวิธีผ่าตัดก็ดี หรืออาศัยหัตถการทางการแพทย์ต่าง ๆ เพื่อยกกระชับผิวแบบไร้แผล ช่วยให้ทุก ๆ คนอ่อนเยาว์ขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทันใจมากขึ้น ปรับรูปหน้า โดยไม่ต้องศัลยกรรม ด้วยหัตถการปรับรูปหน้า ที่ไม่ต้องผ่าตัด จาก Pattippa Clinic สำหรับนวัตกรรมสำหรับโปรแกรมยกกระชับเพื่อปรับรูปหน้า ที่ Pattippa Clinicจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้… 1.โปรแกรม โบท็อกซ์ (BOTOX)  โปรแกรมโบท็อกซ์ (BOTOX) คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งมีคุณสมบัติในการหยุดการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว จึงสามารถลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว และริ้วรอยบริเวณหางตา ริ้วรอยใต้ตา นอกจากนี้ โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) ยังใช้ในการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ช่วยกระชับผิว กระชับรูขุมขน และลดเหงื่อ ได้อีกด้วย 2.โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler) การฉีดฟิลเลอร์สามารถเพิ่มปริมาตรและความคมชัดให้กับบริเวณขอบกรามและคาง ทำให้รูปหน้าดูมีมิติและชัดเจนมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หรือรูปหน้าดูอ่อนคล้อยและช่วยยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้าให้ดูเต่งตึงขึ้น โดยการเติมเต็มเนื้อเยื่อใต้ผิว ทำให้เส้นกรอบหน้าดูคมและเด่นชัดขึ้น ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับกรอบหน้าเป็นการแก้ไขที่ไม่ต้องผ่าตัดและเห็นผลลัพธ์ได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับบริการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคนอีกด้วย 3.โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ulthera เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว 4.โปรแกรม Ultraformer เทคโนโลยี Ultraformer นั้น จะแตกต่างจาก Program Ulthera จะได้ช็อตเยอะกว่า ราคาย่อมเยากว่า ทั้งนี้ ยิงได้กระจายได้มากกว่า หลายตำแหน่ง โดย Program Ultraformer เหมาะกับคนที่อายุ 20-30 ต้น ๆ ที่ความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยอาจจะยังไม่ลึกมากนั่นเอง ทั้งนี้ ยังสามารถสลายไขมัน กระตุ้นคอลลาเจน ยกผิวหย่อนคล้อย ยกใบหน้าให้กระชับ ลดและสลายไขมันบนใบหน้าให้ไม่ว่าจะหมุนองศาไหนก็สวย 5.โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของโปรแกรม Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทุกคนคงเห็นแล้วว่าโปรแกรมยกกระชับและปรับรูปหน้าจากทาง Pattippa Clinic ของเรานั้นมีความหลากหลาย ซึ่งเครื่องไหนจะดีที่สุดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคนนั่นเอง ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ปัญหารูปหน้า เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจไม่น้อย แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยยกกระชับหน้าได้อย่างตรงสาเหตุ ก็สามารถช่วยให้ทุก ๆ คนมีใบหน้าที่ได้สัดส่วนและสมดุลมากขึ้น All Posts blog รีวิว โปรแกรม ฟิลเลอร์งานผิว Read More รีวิว โปรแกรม ยกกระชับตา Elegance Eye Opening Read More รีวิว โปรแกรม Ulthera ยกกระชับหน้า Read More ยกกระชับหน้า ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน

Pattippa Clinic คลินิกดูแลผิวและความงาม
ให้บริการยกกระชับ ปรับรูปหน้า ดูแลหลุมสิว
รอยสิว รวมถึงโปรแกรม Body / Skin / Hair
โดยแพทย์ประเมินให้เหมาะกับแต่ละบุคคล