Articles

ดูแลตัวเอง เริ่มต้น
จากความเข้าใจ

รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับผิว รูปหน้า และความงาม เพื่อช่วยให้คุณเลือกการดูแลได้อย่างเหมาะสม

December 30, 2024

“เพิ่มคอลลาเจนให้ผิวหน้า” อีกหนึ่งแนวทางที่หลาย ๆ คนกำลังมองหาเพื่อฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์ มีสุขภาพดี และช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ วันนี้ Pattippa Clinic ขอแนะนำ โปรแกรม HACa นวัตกรรมดูแลผิวหน้าที่ช่วยเพิ่มคอลลาเจนพร้อมกระชับกรอบหน้าให้ดูเรียวสวยขึ้น ซึ่งจะมีรายละเอียดที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง มาติดตามไปพร้อม ๆ กัน เพิ่มคอลลาเจนให้ผิวหน้า ลดปัญหาริ้วรอย พร้อมยกกระชับให้กรอบหน้าสวยคมมากขึ้นด้วยโปรแกรม HArmonyCa (HACa) สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีการดูแลผิวหน้าที่ให้ผลลัพธ์ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดริ้วรอย แต่ยังยกกระชับและเสริมความเรียบเนียนให้กรอบหน้าสวยคม การเพิ่มคอลลาเจนเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยฟื้นฟูและเติมเต็มผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์และกระชับยิ่งขึ้น โปรแกรม HArmonyCa (HACa) จึงถือเป็นทางเลือกที่ช่วยในการเพิ่มคอลลาเจนที่ลึกถึงชั้นผิว ช่วยให้ทุกคนเผยผิวหน้าที่สวยและมั่นใจมากขึ้น โปรแกรม HArmonyCa คืออะไร ในปัจจุบัน นวัตกรรมทางด้านความงามได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่อยากคงความอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องผ่าตัด หนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมมากในวงการแพทย์ความงามคือ โปรแกรม HArmonyCa ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีการเติมเต็มและการกระตุ้นการฟื้นฟูผิวในระยะยาว โดยโปรแกรม HArmonyCa นั้นมีจุดเด่นที่แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไป เพราะไม่ได้ทำเพียงแค่เติมเต็มริ้วรอยหรือร่องลึกเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นลึก ทำให้ผิวหน้าได้รับการฟื้นฟูแบบองค์รวม ประกอบด้วยสองส่วนสำคัญ คือ… Hyaluronic Acid (HA): สารเติมเต็มที่ช่วยลดริ้วรอยและทำให้ผิวดูอิ่มฟูทันทีที่ฉีด Calcium Hydroxyapatite (CaHA): สารที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวกระชับขึ้นในระยะยาว โดยการทำงานร่วมกันของสองส่วนนี้ HArmonyCa ไม่เพียงแค่ทำให้ผิวดูดีขึ้นในทันที แต่ยังช่วยปรับปรุงสุขภาพผิวในระยะยาว ทำให้เป็นที่ยอมรับในฐานะตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพสูงและให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน ด้วยข้อมูลที่กล่าวมา จึงทำให้โปรแกรม HArmonyCa คือทางเลือกใหม่สำหรับการฟื้นฟูผิวหน้าแบบองค์รวม ด้วยการเติมเต็มริ้วรอยทันทีและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว เป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและคงอยู่ได้นาน โปรแกรม HArmonyCa เหมาะกับใคร ก่อนตัดสินใจเลือกทำโปรแกรม HArmonyCa คำถามที่หลายคนมักสงสัยคือ “ใครเหมาะสมที่สุดที่จะใช้โปรแกรมนี้?” ความจริงแล้ว โปรแกรม HArmonyCa เหมาะกับคนหลากหลายกลุ่มที่มีเป้าหมายในการดูแลผิวหน้าแตกต่างกันไป ซึ่งโปรแกรมนี้เหมาะสำหรับ… ผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอย: ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยเล็กๆ หรือร่องลึกที่เห็นชัด ผู้ที่ผิวขาดความกระชับ: โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย เช่น บริเวณแก้ม หรือกรอบหน้า ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ: เนื่องจากโปรแกรม HArmonyCa ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ดูแน่นหรือแข็งจนเกินไป แต่ช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัดหรือพักฟื้นนาน: เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วโดยไม่ต้องหยุดพักงาน ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนาน: โปรแกรม HArmonyCa ช่วยลดความถี่ในการทำทรีตเมนต์ซ้ำบ่อยๆ เพราะผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าโปรแกรมเติมเต็มทั่วไป อย่างไรก็ดี โปรแกรม HArmonyCa เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหน้าอย่างล้ำลึกโดยไม่ต้องผ่าตัด และเหมาะสำหรับทุกคนที่มองหาผลลัพธ์ที่เป็นไปตามคาดหวังและตรงตามความต้องการ โปรแกรม HArmonyCa ทำงานอย่างไร สำหรับความโดดเด่นของโปรแกรม HArmonyCa นั้นอยู่ที่กระบวนการทำงานแบบสองระดับ ซึ่งช่วยให้เกิดผลลัพธ์ที่ครอบคลุมทั้งในระยะสั้นและระยะยาวนั่นเอง ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้… ทันทีหลังฉีด: เมื่อฉีด HArmonyCa เข้าไปในบริเวณที่ต้องการแก้ไข Hyaluronic Acid จะทำหน้าที่เติมเต็มบริเวณนั้นทันที ทำให้ผิวดูเรียบเนียน ริ้วรอยลดลง และเพิ่มความอิ่มฟูให้ผิว ในระยะยาว: Calcium Hydroxyapatite ที่อยู่ในส่วนผสมจะกระตุ้นเซลล์ผิวให้สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ในบริเวณที่ฉีดเข้าไป กระบวนการนี้จะช่วยให้ผิวกระชับขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป การทำงานที่ครอบคลุมนี้ไม่เพียงช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังช่วยเสริมสร้างโครงสร้างผิวในระยะยาว ทำให้โปรแกรม HArmonyCa เป็นตัวเลือกที่ได้รับการยอมรับในด้านประสิทธิภาพและความคุ้มค่า ทั้งนี้ โปรแกรม HArmonyCa ทำงานแบบสองระดับ โดยช่วยเติมเต็มและฟื้นฟูผิวในทันที พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวที่ดูดีขึ้นทั้งในด้านความกระชับและสุขภาพผิว โปรแกรม HArmonyCa ช่วยอะไรบ้าง เป็นที่ทราบกันดีว่าการดูแลผิวหน้าที่ครอบคลุมนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่โปรแกรม HArmonyCa ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่พบได้บ่อยในเรื่องของความงาม ซึ่งโปรแกรม HArmonyCa สามารถช่วยได้ในหลายด้าน เช่น… ลดเลือนริ้วรอยและร่องลึก: เช่น ร่องแก้ม ริ้วรอยบนแก้ม หรือร่องใต้ตา เพิ่มความกระชับ: ช่วยฟื้นฟูผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมากระชับขึ้น ปรับปรุงโครงสร้างผิว: ด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผิวจึงมีสุขภาพดีขึ้นและดูเปล่งปลั่ง เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว: ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ โปรแกรม HArmonyCa ยังเป็นโปรแกรมที่ช่วยแก้ไขปัญหาผิวหน้าได้อย่างครอบคลุม ทั้งในด้านการเติมเต็ม ลดเลือนริ้วรอย และเพิ่มความกระชับ ทำให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์อย่างยั่งยืนอีกด้วย โปรแกรม HArmonyCa ฉีดตรงไหนได้บ้าง การเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการฉีด HArmonyCa เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โปรแกรมนี้สามารถฉีดในบริเวณที่มีปัญหาเฉพาะจุด หรือบริเวณที่ต้องการเสริมความกระชับ เช่น: ร่องแก้ม (Nasolabial Folds): เพื่อลดเลือนร่องลึกที่ชัดเจน แก้มส่วนกลาง (Mid-face): เพื่อเติมเต็มและเพิ่มความยกกระชับ กรอบหน้า (Jawline): ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูคมชัดขึ้น บริเวณอื่น ๆ: เช่น บริเวณขมับที่ตอบ หรือจุดที่ผิวหย่อนคล้อย จากที่กล่าวมา ทุกคนจะสามารถเห็นได้แล้วว่า โปรแกรม HArmonyCa นั้นสามารถฉีดในบริเวณที่หลากหลายตามความต้องการ โดยแต่ละจุดจะช่วยแก้ปัญหาที่แตกต่างกันและเสริมสร้างโครงสร้างผิวได้อย่างตรงจุดอีกด้วย โดยสำหรับใครที่สนใจสามารถเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์อย่างละเอียดได้เพิ่มเติมก่อนเข้ารับบริการอีกคครั้ง โปรแกรม HArmonyCa อยู่นานไหม ต้องทำบ่อยแค่ไหน อีกหนึ่งคำถามที่มักถูกถามคือ “ผลลัพธ์ของโปรแกรม HArmonyCa จะอยู่ได้นานแค่ไหน?” โดยทั่วไป โปแรกม HArmonyCa สามารถให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าโปรแกรมฟิลเลอร์ธรรมดา  ระยะเวลาผลลัพธ์: ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ยาวนานประมาณ 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลและสภาพผิวของแต่ละบุคคล ความถี่ในการทำ: เนื่องจาก HArmonyCa มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน การทำซ้ำอาจพิจารณาทุก 12-18 เดือน เพื่อคงผลลัพธ์ไว้ โดยปกติแล้ว โปรแกรม HArmonyCa เป็นหัตถการที่ให้ผลลัพธ์ยาวนานและไม่จำเป็นต้องทำบ่อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวหลังทำและคำแนะนำจากแพทย์ ท้ายที่สุด โปรแกรม HArmonyCa คือทางเลือกใหม่สำหรับการดูแลผิวหน้าแบบองค์รวม ด้วยการผสาน Hyaluronic Acid และ Calcium Hydroxyapatite เข้าด้วยกัน โดยไม่เพียงช่วยเติมเต็มริ้วรอยเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว ทำให้ผิวกระชับและแข็งแรงยิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ โปรแกรม HArmonyCa ยังตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอย เพิ่มความกระชับ และปรับโครงสร้างผิวให้ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัด ทั้งยังมอบผลลัพธ์ที่ยาวนานและคุ้มค่ากว่าการทำทรีตเมนต์ทั่วไป Pattippa Clinic พร้อมให้คำแนะนำและดูแลโดยแพทย์ เพื่อให้มั่นใจว่าผลลัพธ์ที่ได้จะสอดคล้องกับความต้องการของผู้เข้ารับบริการอย่างแท้จริง ปรึกษาเพิ่มเติมได้แล้ววันนี้ เพิ่มคอลลาเจน กระชับหน้าด้วยโปรแกรม HACa ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงาม ดำเนินการโดยแพทย์ตจปฏิบัติการ (ด้านผิวหนัง) ทุกตัวยาและหัตถการ บริการด้วยความใส่ใจ จริงใจ ไม่ยัดเยียดคอร์ส เพราะเราเชื่อว่าอะไรที่ดี ใช้กับตัวเองจนมั่นใจ เราจึงนำมาใช้กับคนไข้ทุกหัตการ ที่ Pattippa clinic ทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ทั้งหมด

December 30, 2024

ผิวหน้าไม่กระชับหย่อนคล้อย ไม่ได้สัดส่วน” สิ่งที่หลาย ๆ คนกำลังเผชิญและกำลังเป็นปัญหากวนใจอย่างเลี่ยงไม่ได้ สาเหตุเหล่านี้มักเกิดขึ้นตามกาลเวลา เมื่อการเสื่อมสภาพของผิวหน้ามาเยือน โดยเฉพาะในช่วงวัยที่เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน หลายคนรู้สึกไม่มั่นใจเมื่อใบหน้าที่เคยเต่งตึงเริ่มสูญเสียความกระชับ รูปหน้าดูหย่อนคล้อยจนเสียสมดุลและไม่เหมือนเดิม สิ่งนี้กลายเป็นเรื่องที่น่าเครียดสำหรับผู้ที่ใส่ใจเรื่องความงามและต้องการย้อนคืนความอ่อนเยาว์ให้กับตัวเอง แต่วิธีการดูแลและรักษาผิวหน้าเพื่อแก้ปัญหานี้มีอยู่มากมาย ซึ่งก็เป็นแนวทางในการฟื้นฟูผิวหน้าที่หย่อนคล้อยได้อย่างตรงสาเหตุให้กลับมาสวยและสมส่วนอีกครั้ง ผิวหน้าไม่กระชับ ไม่เต่งตึง ผิวหย่อนคล้อยจนทำรูปหน้าเสียสัดส่วน แก้ยังไงดี? เมื่ออายุเพิ่มขึ้น แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาด้วยคือความเปลี่ยนแปลงของผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวหน้าที่ไม่กระชับเหมือนเดิม ความเต่งตึงที่ลดลง หรือแม้กระทั่งปัญหาผิวหย่อนคล้อยที่ทำให้รูปหน้าเสียสัดส่วน สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจ แต่ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ ซึ่งบทความนี้ Pattippa Clinic จะพาผู้อ่านไปรู้จักกับวิธีการคืนความกระชับ เต่งตึง และความสมดุลให้ใบหน้าของตนเองกลับมาสวยและมั่นใจอีกครั้ง ซึ่งจะมีรายละเอียดอย่างไร มาติดตามพร้อม ๆ กัน สาเหตุปัญหาผิวหน้าไม่กระชับ ปัญหาผิวหน้าไม่กระชับเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งภายในและภายนอก โดยสาเหตุหลักประกอบด้วย อายุที่เพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น การผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวลดลง ส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและความกระชับ การสูญเสียไขมันใต้ผิวหนังไขมันใต้ชั้นผิวที่ลดลงตามวัยทำให้ผิวขาดการรองรับ ส่งผลให้เกิดความหย่อนคล้อย การเผชิญมลภาวะและแสงแดด รังสี UV สามารถทำลายโครงสร้างคอลลาเจนและทำให้ผิวอ่อนแอเร็วขึ้น< พฤติกรรมการใช้ชีวิตการพักผ่อนไม่เพียงพอ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการรับประทานอาหารที่ขาดสารอาหารล้วนมีผลต่อสุขภาพผิว การแสดงอารมณ์ซ้ำ ๆ เช่น การยิ้ม หัวเราะ หรือการขมวดคิ้วบ่อยครั้ง ทำให้ผิวบริเวณใบหน้าสูญเสียความยืดหยุ่นในระยะยาว อย่างไรก็ดี การดูแลผิวหน้าเพื่อชะลอหรือป้องกันปัญหาผิวหน้าไม่กระชับควรเริ่มจากการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหา เช่น การป้องกันแสงแดด การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการบำรุงผิวอย่างเหมาะสม เพราะการป้องกันตั้งแต่ต้นย่อมง่ายกว่าการแก้ไขเมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ผิวหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับ มีลักษณะอย่างไร ลักษณะของผิวที่หย่อนคล้อยและไม่กระชับมักแสดงออกอย่างชัดเจนในบางจุดของใบหน้า เช่น… แก้มที่ดูหย่อนลง ทำให้โครงหน้าดูไม่ชัดเจน แนวกรามเลือนลาง ไม่มีความคมชัดเหมือนเดิม ผิวบริเวณคางหรือใต้คางหย่อนตัว เกิดเป็นลักษณะเหนียง ผิวดูบางและแห้ง เนื่องจากการเสื่อมของคอลลาเจน เส้นริ้วรอยเด่นชัดขึ้น โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาและมุมปาก นอกจากนี้ ผิวหย่อนคล้อยและไม่กระชับสามารถสังเกตได้จากลักษณะใบหน้าที่เปลี่ยนแปลง เช่น แนวกรามไม่ชัด หรือแก้มที่ดูหย่อนลง การสังเกตความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้สามารถแก้ไขและยกกระชับผิวได้ง่ายขึ้น ผิวไม่กระชับส่งผลต่อรูปหน้าหรือไม่ และส่งผลอย่างไร ผิวไม่กระชับส่งผลต่อรูปหน้าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในด้านความสมดุลและความคมชัดของใบหน้า ดังนี้.. 1.โครงหน้าขาดความคมชัด แนวกรามและขอบคางที่เคยชัดเจนจะดูเลือนลง ทำให้ใบหน้าดูไม่มีมิติ 2.รูปหน้าดูหย่อนคล้อยและไม่สมดุล แก้มที่หย่อนลงทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและแก่กว่าวัย 3.การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิวใต้ชั้นผิวหนัง การสูญเสียความหนาแน่นของไขมันและความยืดหยุ่นในผิวส่งผลให้ใบหน้าดูไม่กระชับและมีความหย่อนคล้อยที่ชัดเจนขึ้น จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า “ผิวไม่กระชับ” ส่งผลต่อความสมดุลและคมชัดของรูปหน้า ทำให้ใบหน้าดูแก่และเหนื่อยล้าเกินวัย การแก้ปัญหาอย่างตรงจุดไม่เพียงช่วยปรับโครงหน้าให้กลับมาคมชัด แต่ยังช่วยฟื้นฟูความมั่นใจได้อีกด้วย ผิวหน้าไม่เต่งตึง ไม่กระชับ แก้ไขยังไงดี? การแก้ไขปัญหาผิวหน้าไม่กระชับสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและความต้องการของแต่ละคน เช่น… การดูแลผิวด้วยตัวเอง ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน เปปไทด์ หรือกรดไฮยาลูโรนิก เพื่อฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิว ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอเพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ผักและผลไม้ การทำหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด โปรแกรม HIFU ( Program High-Intensity Focused Ultrasound): ช่วยยกกระชับผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน โปรแกรม Thermage: ใช้คลื่นวิทยุช่วยกระชับผิวและลดความหย่อนคล้อย โปรแกรมร้อยไหม: ช่วยยกกระชับและปรับรูปหน้าให้คมชัดมากขึ้น การทำหัตถการที่ต้องผ่าตัด การดึงหน้า (Facelift): สำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยอย่างรุนแรง ซึ่งให้ผลลัพธ์ชัดเจนและยาวนาน การปรึกษาแพทย์ที่มีความสามารถด้านนี้โดยตรง ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อประเมินปัญหาและเลือกวิธีการแก้ไขที่เหมาะสมกับสภาพผิวและโครงหน้าของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ดี การแก้ไขปัญหาผิวหน้าไม่กระชับเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพและความมั่นใจในระยะยาว การดูแลผิวตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันและลดความรุนแรงของปัญหาในอนาคตได้อย่างรัดกรุมมากขึ้นด้วย ปรับรูปหน้า โดยไม่ต้องศัลยกรรม ด้วยหัตถการปรับรูปหน้า ที่ไม่ต้องผ่าตัด จาก Pattippa Clinic สำหรับนวัตกรรมสำหรับโปรแกรมยกกระชับเพื่อปรับรูปหน้า ที่ Pattippa Clinicจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้… 1.โปรแกรม โบท็อกซ์ (BOTOX) โปรแกรมโบท็อกซ์ (BOTOX) คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งมีคุณสมบัติในการหยุดการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว จึงสามารถลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว และริ้วรอยบริเวณหางตา ริ้วรอยใต้ตา นอกจากนี้ โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) ยังใช้ในการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ช่วยกระชับผิว กระชับรูขุมขน และลดเหงื่อ ได้อีกด้วย 2.โปรแกรมฟิลเลอร์ การฉีดฟิลเลอร์สามารถเพิ่มปริมาตรและความคมชัดให้กับบริเวณขอบกรามและคาง ทำให้รูปหน้าดูมีมิติและชัดเจนมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หรือรูปหน้าดูอ่อนคล้อยและช่วยยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้าให้ดูเต่งตึงขึ้น โดยการเติมเต็มเนื้อเยื่อใต้ผิว ทำให้เส้นกรอบหน้าดูคมและเด่นชัดขึ้น ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับกรอบหน้าเป็นการแก้ไขที่ไม่ต้องผ่าตัดและเห็นผลลัพธ์ได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับบริการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคนอีกด้วย 3.โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ulthera เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว 4.โปรแกรม Ultraformer เทคโนโลยี Ultraformer นั้น จะแตกต่างจาก Program Ulthera จะได้ช็อตเยอะกว่า ราคาย่อมเยากว่า ทั้งนี้ ยิงได้กระจายได้มากกว่า หลายตำแหน่ง โดย Program Ultraformer เหมาะกับคนที่อายุ 20-30 ต้น ๆ ที่ความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยอาจจะยังไม่ลึกมากนั่นเอง ทั้งนี้ ยังสามารถสลายไขมัน กระตุ้นคอลลาเจน ยกผิวหย่อนคล้อย ยกใบหน้าให้กระชับ ลดและสลายไขมันบนใบหน้าให้ไม่ว่าจะหมุนองศาไหนก็สวย 5.โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของโปรแกรม Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทุกคนคงเห็นแล้วว่าโปรแกรมยกกระชับและปรับรูปหน้าจากทาง Pattippa Clinic ของเรานั้นมีความหลากหลาย ซึ่งเครื่องไหนจะดีที่สุดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคนนั่นเอง ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ปัญหารูปหน้า เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจไม่น้อย แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยยกกระชับหน้าได้อย่างตรงสาเหตุ ก็สามารถช่วยให้ทุก ๆ คนมีใบหน้าที่ได้สัดส่วนและสมดุลมากขึ้น บริการปรับรูปหน้าอื่น ๆ >> บริการปรับรูปหน้า Pattippa Clinic โปรแกรมปรับรูปหน้า ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน

December 30, 2024

แก้มหย่อนคล้อย ทําไงดี? ปัญหาที่หลาย ๆ คนกำลังเผชิญและต้องการทราบคำตอบว่า หากต้องการแก้ไขด้วยการเข้ารับบริการจากหัตถการต่าง ๆ จะมีหัตถการประเภทใดบ้างที่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงสาเหตุของแต่ละบุคคล ซึ่ง ในปัจจุบันเทคโนโลยีและเทคนิคด้านความงามก้าวหน้าอย่างมาก ทำให้มีหัตถการหลากหลายรูปแบบที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวและปรับรูปหน้าโดยเฉพาะ ในบทความนี้ Pattippa Clinic จะพาผู้อ่านไปรู้จักกับหัตถการที่เหมาะสมสำหรับการแก้ไขปัญหาแก้มหย่อนคล้อยแต่ละวิธี เพื่อช่วยให้ทุกคนตัดสินใจได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น แก้มหย่อนคล้อย ทําไงดี ? มีหัตถการไหนที่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้บ้าง ปัญหาแก้มหย่อนคล้อยเป็นหนึ่งในสัญญาณของความเสื่อมสภาพผิวที่หลายคนกังวลใจ เพราะส่งผลต่อความมั่นใจและภาพลักษณ์โดยรวม แต่ในปัจจุบัน มีหลากหลายวิธีทางการแพทย์ที่สามารถช่วยยกกระชับและแก้ปัญหาได้ตรงสาเหตุ มาดูกันว่า หัตถการใดบ้างที่ช่วยคืนความกระชับให้ใบหน้าและสามารถแก้ไขปัญหาแก้มไม่กระชับได้บ้าง? แก้มหย่อนคล้อย คืออะไร? แก้มหย่อนคล้อย หมายถึงสภาพที่ผิวบริเวณแก้มสูญเสียความกระชับและยืดหยุ่น ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นดูหย่อนลงหรือดูเหมือนผิวไม่กระชับอย่างเคย มักเกิดจากกระบวนการเสื่อมของคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นผิว รวมถึงการลดลงของปริมาณไขมันใต้ผิวหนัง ส่งผลให้โครงสร้างผิวไม่สามารถรองรับน้ำหนักของเนื้อเยื่อได้ดีเหมือนเดิม ทำให้เกิดลักษณะหย่อนคล้อยที่มองเห็นได้ชัดเจน สาเหตุของแก้มห้อย แก้มย้อย เกิดจากอะไร? ปัญหาแก้มห้อยหรือแก้มย้อยเกิดจากหลายปัจจัย ดังนี้… อายุที่เพิ่มขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น การผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวหนังลดลง ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและโครงสร้างผิวอ่อนแอลง การสูญเสียไขมันใต้ผิวหนัง การลดลงของปริมาณไขมันในบางจุด (โดยเฉพาะบริเวณแก้ม) ทำให้โครงสร้างผิวไม่สมดุล ส่งผลให้ผิวหนังหย่อนคล้อย พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การสูบบุหรี่ การนอนหลับไม่เพียงพอ หรือการรับประทานอาหารที่ขาดสารอาหารสำคัญ ส่งผลให้ผิวเสื่อมโทรมและไม่กระชับ ผลกระทบจากแสงแดด รังสี UV ทำลายคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวหนังอย่างต่อเนื่อง หากไม่ได้ป้องกันด้วยครีมกันแดด พันธุกรรมและโครงสร้างใบหน้า ลักษณะโครงสร้างใบหน้าที่เป็นพันธุกรรมบางอย่างอาจส่งผลให้ผิวมีแนวโน้มที่จะหย่อนคล้อยได้เร็วขึ้น ปัญหาแก้มหย่อนคล้อยส่งผลกระทบใดตามมาบ้าง? แม้จะเป็นเพียงปัญหารูปหาที่หลาย ๆ คนมองว่าไม่ได้มีผลกระทบที่รุนแรงอะไร แต่แท้จริงแล้วปัญหานี้สามารถส่งผลกระทบให้กับผู้ประสบปัญหาหลายอย่างด้วยกัน เช่น… ความมั่นใจในตัวเองลดลง ลักษณะแก้มหย่อนคล้อยมักทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย ส่งผลให้ผู้ที่ประสบปัญหาอาจรู้สึกไม่มั่นใจในภาพลักษณ์ของตัวเอง โครงหน้าเปลี่ยนแปลง ความหย่อนคล้อยทำให้โครงหน้าขาดความคมชัด เช่น แนวกรามหรือขากรรไกรดูไม่ชัดเจน ผิวหนังสะสมปัญหาอื่น ๆ เมื่อผิวหย่อนคล้อย อาจมีปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่น ริ้วรอยลึก ผิวแห้ง หรือรูขุมขนกว้าง แม้ปัญหาแก้มหย่อนคล้อยอาจดูเหมือนไม่ส่งผลกระทบร้ายแรงในทันที แต่ในความเป็นจริง ปัญหานี้สามารถบั่นทอนความมั่นใจ เปลี่ยนแปลงโครงหน้า และสะสมปัญหาผิวอื่น ๆ ได้ในระยะยาว ดังนั้น เพื่อป้องกันผลกระทบเหล่านี้ การดูแลและแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ทำไมถึงต้องแก้ปัญหาแก้มหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ให้หมดไป? การแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยมีความสำคัญเนื่องจาก… 1.ช่วยคืนความมั่นใจในตัวเอง เมื่อแก้ปัญหาแก้มหย่อนคล้อย ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และสมบูรณ์แบบมากขึ้น ผู้ที่มีปัญหาจะรู้สึกมั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเอง 2.ปรับปรุงโครงสร้างใบหน้า การยกกระชับผิวช่วยทำให้โครงหน้าดูคมชัดและสมดุลมากขึ้น เช่น แนวกรามกลับมาชัดเจน 3.ป้องกันปัญหาผิวในอนาคต การดูแลผิวให้กระชับตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถลดความเสี่ยงของปัญหาอื่น ๆ เช่น ริ้วรอยลึกหรือความหย่อนคล้อยที่รุนแรงขึ้น 4.ส่งเสริมสุขภาพผิวโดยรวมให้ดีขึ้น การดูแลผิวไม่เพียงแค่เพื่อความงามเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผิวสุขภาพดี มีความชุ่มชื้น และลดการเสื่อมสภาพของผิวด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์และสมบูรณ์แบบ การดูแลปัญหาแก้มหย่อนคล้อยตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความมั่นใจเท่านั้น แต่ยังเป็นการปกป้องผิวให้แข็งแรงและสวยงามอีกด้วยนั่นเอง หากคุณกำลังมองหาวิธีปรับรูปหน้าและยกกระชับผิวที่ได้ผลอย่างตรงจุด Pattippa Clinic ขอนำเสนอ 3 โปรแกรมปรับรูปหน้า แก้ปัญหาแก้มหย่อนคล้อย ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ประสบปัญหากลับมามีผิวที่กระชับและใบหน้าที่สมส่วนขึ้นอีกครั้ง 3 โปรแกรมปรับรูปหน้า แก้ปัญหาแก้มหย่อยคล้อย ที่ Pattippa Clinic สำหรับใครที่กำลังมองหาแนวทางแก้ไขปัญหาแก้มหย่อนคล้อยอย่างมีประสิทธิภาพ Pattippa Clinic ได้คัดสรร 3 โปรแกรมปรับรูปหน้า ที่ช่วยยกกระชับผิวและคืนความมั่นใจให้กับทุกคน ซึ่งประกอบด้วย… 1.โปรแกรม โบท็อกซ์ (BOTOX) โปรแกรมโบท็อกซ์ (BOTOX) คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งมีคุณสมบัติในการหยุดการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว ช่วยการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น เป็นการฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์เพื่อคลายกล้ามเนื้อกรามให้เล็กลง เหมาะสำหรับผู้ที่มีกรามใหญ่จากการใช้กล้ามเนื้อบดเคี้ยว การฉีดจะช่วยลดความแข็งของกราม ทำให้หน้าเรียวขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อคลายตัวนอกจากนี้ยังสามารถช่วยกระชับผิว กระชับรูขุมขน และลดเหงื่อ ได้อีกด้วย 2.โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ulthera เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว 3.โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของ Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย ท้ายที่สุด การมีใบหน้าที่เรียวสวยได้รูปและมีความมั่นใจในตนเองคือสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ที่ Pattippa Clinic เราพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลและมอบทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้เข้ารับบริการแต่ละบุคคล ด้วยโปรแกรมปรับรูปหน้าที่ทันสมัย และทีมแพทย์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าปัญหารูปหน้าที่เกิดขึ้นจะได้รับการดูแลอย่างดีและตรงตามความต้องการ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและตรงใจที่สุด บริการปรับรูปหน้าอื่น ๆ >> บริการปรับรูปหน้า Pattippa Clinic โปรแกรมยกกระชับ ปรับรูปหน้า ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน

December 30, 2024

บริหารหน้าเรียว ได้ผลจริงไหม? เป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ที่ต้องการมีรูปหน้าที่เรียวแต่กลัวความเสี่ยงจากการผ่าตัด ดังนั้น การหาแนวทางปรับรูปหน้าด้วยวิธีอื่น ๆ จึงเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนกำลังทำอยู่นั่นเอง แต่คำถามสำคัญคือ การบริหารหน้าเรียวสามารถให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้จริงหรือไม่? และหากวิธีนี้ยังไม่ตอบโจทย์เป้าหมายของคุณ ควรมีแนวทางหรือทางเลือกอื่นใดที่เหมาะสมกว่า เพื่อให้ได้รูปหน้าที่เรียวสวยสมใจโดยไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงหรือความกังวลมากเกินไป บริหารหน้าเรียว ได้ผลจริงไหม หากบริหารไปแล้วยังไม่ได้ผล ควรแก้ยังไงดี? การมีใบหน้าเรียวกระชับเป็นเป้าหมายของใครหลายคนที่ต้องการเสริมความมั่นใจในทุกมุมมอง หลายคนอาจเลือกใช้วิธีบริหารหน้าเพื่อหวังผลลัพธ์ที่ดีขึ้น แต่คำถามคือ วิธีนี้ได้ผลจริงหรือไม่? และหากยังไม่ได้ผลตามที่หวัง ควรมีทางออกอย่างไร?  ในบทความนี้ Pattippa Clinic มีคำตอบมาฝาก ออกกำลังกายใบหน้า คือ.. การออกกำลังกายใบหน้า (Facial exercises) คือการฝึกกล้ามเนื้อใบหน้าเพื่อให้กล้ามเนื้อเหล่านั้นกระชับและแข็งแรงขึ้น ซึ่งช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นและลดปัญหาผิวหย่อนคล้อยหรือหน้าอ้วนได้ การออกกำลังกายใบหน้าเป็นวิธีธรรมชาติที่สามารถทำได้ทุกวันโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือหรือสารเคมีใด ๆ ซึ่งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและการผลิตคอลลาเจนในผิว ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้นและดูเต่งตึง ออกกำลังกายใบหน้าช่วยให้หน้าเรียว จริงไหม? การออกกำลังกายใบหน้าสามารถช่วยให้หน้าเรียวได้จริง โดยการฝึกกล้ามเนื้อใบหน้าและการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่ดีขึ้น ซึ่งมีผลต่อการปรับปรุงลักษณะของใบหน้าให้ดูเรียวขึ้นและกระชับมากขึ้น แต่ต้องเข้าใจว่า ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย รวมถึงความสม่ำเสมอในการฝึกฝนและลักษณะของแต่ละคน ดังนั้น การออกกำลังกายใบหน้าอาจช่วยให้หน้าเรียวได้ในบางกรณี และเป็นวิธีแบบธรรมชาติในการดูแลรูปหน้าของเราให้ดูสมส่วนอยู่เสมอ กระบวนการที่ช่วยให้หน้าเรียวจากการออกกำลังกายใบหน้า การกระชับกล้ามเนื้อใบหน้า การออกกำลังกายใบหน้า เช่น การยิ้มกว้าง, การยกคิ้ว, หรือการออกแรงที่บริเวณกราม ช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อใต้ผิวหน้า กล้ามเนื้อที่กระชับขึ้นจะช่วยให้รูปหน้าดูคมชัดและเรียวขึ้น โดยเฉพาะในบริเวณกรอบหน้า, แก้ม, และคาง การลดการสะสมของไขมัน ท่าบางท่าของการออกกำลังกายใบหน้า เช่น การยกคางหรือลากกล้ามเนื้อบริเวณคอ จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันในบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณใต้คางหรือแก้ม ทำให้ไขมันส่วนเกินลดลงและทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น การเพิ่มการไหลเวียนเลือด การออกกำลังกายใบหน้าช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในผิวหน้า ซึ่งทำให้ผิวดูสดใสและกระชับขึ้น การไหลเวียนเลือดที่ดีช่วยให้ผิวหน้ามีความยืดหยุ่นและช่วยให้ใบหน้าดูเต่งตึงมากขึ้น การลดความหย่อนคล้อยของผิว การออกกำลังกายใบหน้าโดยเฉพาะการฝึกกล้ามเนื้อบริเวณกรามและคางช่วยให้ผิวที่หย่อนคล้อยลดลง และช่วยให้รูปหน้าดูเรียวมากขึ้น ข้อจำกัดของการออกกำลังกายใบหน้า ผลลัพธ์ที่ช้า การออกกำลังกายใบหน้าจะเห็นผลในระยะยาว และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการฝึกฝน ไม่สามารถลดไขมันเฉพาะจุดได้ การออกกำลังกายใบหน้าอาจช่วยลดไขมันในบางจุดได้ แต่ไม่สามารถกำหนดว่าจะลดไขมันในจุดที่ต้องการได้แน่นอน ซึ่งแตกต่างจากการลดน้ำหนักทั่วร่างกาย ผลต่อผิวบางกรณี ในบางกรณีการออกกำลังกายใบหน้าอาจทำให้ผิวหน้าเกิดการตึงหรือหย่อนคล้อยได้หากทำไม่ถูกวิธี หรือไม่สม่ำเสมอ การออกกำลังกายใบหน้าเป็นวิธีธรรมชาติที่สามารถช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นได้ในระยะยาว โดยการกระชับกล้ามเนื้อและลดการสะสมไขมัน แต่การเห็นผลอาจใช้เวลาและต้องทำเป็นประจำ ควบคู่ไปกับการดูแลผิวหน้าและโภชนาการที่ดี ถ้าทำอย่างถูกวิธีและต่อเนื่องก็สามารถเห็นผลลัพธ์ที่ดีได้ ประโยชน์อื่น ๆ ของการออกกำลังกายใบหน้า มีอะไรบ้าง? การออกกำลังกายใบหน้า (Facial exercises) มีหลายประโยชน์ที่ช่วยดูแลและปรับปรุงสภาพของผิวหน้าอย่างธรรมชาติ ซึ่งสามารถช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และเรียวขึ้นได้ โดยการฝึกกล้ามเนื้อใบหน้าจะช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อและผิวหนังอย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไปนี้คือประโยชน์ที่สำคัญของการออกกำลังกายใบหน้า กระชับกล้ามเนื้อใบหน้า การออกกำลังกายใบหน้าช่วยให้กล้ามเนื้อที่อยู่ใต้ผิวหนังมีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กล้ามเนื้อเหล่านั้นแข็งแรงและกระชับขึ้น โดยเฉพาะในบริเวณกรอบหน้า แก้ม และคาง ซึ่งจะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นและลดความหย่อนคล้อยของผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด การทำท่าบริหารใบหน้าจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในพื้นที่ใบหน้า ซึ่งส่งผลให้ผิวได้รับสารอาหารและออกซิเจนอย่างเพียงพอ ช่วยให้ผิวหน้าแลดูกระจ่างใสและมีสุขภาพดี กระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอิลาสติน คอลลาเจนและอิลาสตินเป็นโปรตีนที่สำคัญในการทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและกระชับ การออกกำลังกายใบหน้าสามารถช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นผิว ส่งผลให้ผิวหน้าเต่งตึง ลดความหย่อนคล้อย และชะลอการเกิดริ้วรอย ลดไขมันส่วนเกินในใบหน้า การออกกำลังกายใบหน้าบางท่าช่วยให้กล้ามเนื้อใบหน้าทำงานมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันในบางบริเวณ เช่น บริเวณใต้คางหรือแก้ม ทำให้ใบหน้าดูเรียวและสัดส่วนของใบหน้าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ลดการเกิดริ้วรอย การบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าช่วยให้ผิวหนังยืดหยุ่นและแข็งแรงขึ้น ซึ่งสามารถช่วยลดการเกิดริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ต่าง ๆ เช่น ริ้วรอยที่มุมปาก หน้าผาก หรือรอบดวงตา การเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อบ่อย ๆ ช่วยให้ผิวหน้าไม่เกิดร่องลึกหรือเส้นริ้วที่เกิดจากการเครียดหรือการแสดงอารมณ์ ทำให้ผิวหน้าดูเต่งตึงและมีสุขภาพดี เมื่อกล้ามเนื้อใบหน้าได้รับการฝึกฝนเป็นประจำ ผิวจะมีความกระชับขึ้นและรูปร่างใบหน้าจะดูสมดุลมากขึ้น นอกจากนี้ การไหลเวียนของเลือดที่ดีขึ้นยังช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นและลดการเกิดปัญหาผิวแห้งหรือหมองคล้ำ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้า การออกกำลังกายใบหน้าไม่ได้แค่กระตุ้นกล้ามเนื้อ แต่ยังช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้า โดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่ทำงานมากเกินไปจากการแสดงอารมณ์หรือความเครียด เช่น กล้ามเนื้อที่มุมปากหรือหน้าผาก การผ่อนคลายกล้ามเนื้อช่วยลดการเกิดริ้วรอยจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว การออกกำลังกายใบหน้าช่วยกระตุ้นให้ผิวมีความยืดหยุ่นและคงรูป ท่าบริหารที่ช่วยยกกระชับผิวจะช่วยให้ผิวหน้ามีความยืดหยุ่นมากขึ้น ลดปัญหาผิวหย่อนคล้อย และช่วยให้ใบหน้าดูสดชื่นและอ่อนเยาว์ ช่วยลดอาการตึงเครียดและอาการปวดจากการแสดงอารมณ์สีหน้า การทำท่าบริหารใบหน้าสามารถช่วยลดความตึงเครียดที่เกิดจากการแสดงอารมณ์ เช่น การขมวดคิ้วหรือการยิ้มตลอดเวลา ซึ่งมักเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยที่หน้าผากและรอบดวงตา การผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้าเป็นประจำช่วยลดอาการเหล่านี้ได้ อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายใบหน้าเป็นวิธีธรรมชาติที่สามารถทำได้ทุกวันโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ และสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวและสุขภาพดีขึ้นในระยะยาวอีกด้วย วิธีออกกำลังกายใบหน้า เทคนิคง่าย ๆ ทำได้ทุกคน วิธีออกกำลังกายใบหน้า ที่สามารถทำได้เพื่อช่วยให้หน้าเรียวและกระชับมากขึ้น สามารถทำได้หลายวิธีด้วยกันค่ะ เช่น… วิธีออกกำลังกายใบหน้า การยิ้มให้กว้าง: ยิ้มให้กว้างที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยให้ริมฝีปากยืดออกไปข้าง ๆ จากนั้นค้างไว้ 5-10 วินาที ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง การยิ้มช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อรอบปากและกรอบหน้า โดยช่วยกระชับกล้ามเนื้อที่ทำให้หน้าเรียว และยังช่วยลดความหย่อนคล้อยของผิว การยกคิ้ว: ยกคิ้วขึ้นให้สูงที่สุดและค้างไว้ประมาณ 5 วินาที จากนั้นปล่อย ทำซ้ำ 10 ครั้ง ท่านี้จะช่วยกระชับผิวบริเวณหน้าผาก ลดริ้วรอยที่เกิดจากการขมวดคิ้ว และช่วยยกกระชับผิวบริเวณนี้ ทำให้หน้าผากดูตึงและอ่อนเยาว์ขึ้น การบีบปาก: บีบปากให้แน่นแล้วค้างไว้ 5 วินาที จากนั้นยิ้มกว้างและค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง การบีบปากและยิ้มกว้างช่วยกระชับกล้ามเนื้อรอบปาก ลดริ้วรอยที่มุมปาก และทำให้ผิวรอบปากดูเต่งตึงขึ้น การบิดคอ: หันหน้าตรงและค่อย ๆ หมุนคอไปทางซ้ายและขวา ทำซ้ำ 10 ครั้งในแต่ละด้าน การหมุนคอจะช่วยกระชับผิวบริเวณใต้คางและลำคอ ลดการสะสมของไขมันในบริเวณนี้ ทำให้คางดูเรียวและไม่มีกระเป๋าหรือเหนียง การยกคาง: เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยและยกคางขึ้นให้สูงที่สุด พยายามทำให้กล้ามเนื้อคางและลำคอรู้สึกตึง ค้างไว้ 5 วินาที แล้วทำซ้ำ 10 ครั้ง ท่านี้ช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณคางและลำคอ ลดการหย่อนคล้อยและช่วยให้ผิวบริเวณคางดูเรียวขึ้น การทำท่ากระพริบตา (Blinking exercise): กระพริบตาช้า ๆ ประมาณ 10 ครั้ง จากนั้นปิดตาแน่นๆ แล้วค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตา ลดริ้วรอยและทำให้ผิวรอบดวงตาดูสดชื่น     ประโยชน์เพิ่มเติม การออกกำลังกายใบหน้าไม่เพียงแต่ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น แต่ยังช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีและกระชับขึ้นจากภายใน การทำท่าต่าง ๆ เหล่านี้จะกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้ผิวดูสดใส และลดความเครียดในกล้ามเนื้อใบหน้า นอกจากนี้ยังช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดจากการแสดงอารมณ์ ซึ่งอาจทำให้ริ้วรอยลดลง และช่วยให้กล้ามเนื้อใบหน้ามีความยืดหยุ่นและกระชับมากขึ้น การออกกำลังกายใบหน้าเป็นวิธีที่สามารถทำได้ทุกวัน โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษหรือสารเคมี ช่วยให้คุณดูแลใบหน้าให้สวยและเรียวขึ้นอย่างธรรมชาติ  อย่างไรก็ตาม แม้การออกกำลังกายจะเป็นแนวทางที่สามารถช่วยการปรับรูปหน้าได้ส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังคงต้องอาศัยความมีวินัยของตนตัวผู้ประสบปัญหาเองและต้องอาศัยเวลาที่จะเห็นผล โดยสำหรับบางคนอาจไม่สะดวกในเรื่องของการออกกำลังกายใบหน้าในทุก ๆ วัน Pattippa Clinic จึงขอนำเสนอบริการโปรแกรมปรับรูปหน้าของเราที่มีความหลากหลาย สามารถเลือกให้เหมาะกับแต่ละบุคคลได้เช่นกัน ปรับรูปหน้า โดยไม่ต้องศัลยกรรม ด้วยหัตถการปรับรูปหน้า ที่ไม่ต้องผ่าตัด จาก Pattippa Clinic สำหรับนวัตกรรมสำหรับโปรแกรมยกกระชับเพื่อปรับรูปหน้า ที่ Pattippa Clinicจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้… 1.โปรแกรม โบท็อกซ์ (BOTOX) โปรแกรมโบท็อกซ์ (BOTOX) คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งมีคุณสมบัติในการหยุดการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว จึงสามารถลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว และริ้วรอยบริเวณหางตา ริ้วรอยใต้ตา นอกจากนี้ โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) ยังใช้ในการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ช่วยกระชับผิว กระชับรูขุมขน และลดเหงื่อ ได้อีกด้วย 2.โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler) การฉีดฟิลเลอร์สามารถเพิ่มปริมาตรและความคมชัดให้กับบริเวณขอบกรามและคาง ทำให้รูปหน้าดูมีมิติและชัดเจนมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หรือรูปหน้าดูอ่อนคล้อยและช่วยยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้าให้ดูเต่งตึงขึ้น โดยการเติมเต็มเนื้อเยื่อใต้ผิว ทำให้เส้นกรอบหน้าดูคมและเด่นชัดขึ้น ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับกรอบหน้าเป็นการแก้ไขที่ไม่ต้องผ่าตัดและเห็นผลลัพธ์ได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับบริการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคนอีกด้วย 3.โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ulthera เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว 4.โปรแกรม Ultraformer เทคโนโลยี Ultraformer นั้น จะแตกต่างจาก Program Ulthera จะได้ช็อตเยอะกว่า ราคาย่อมเยากว่า ทั้งนี้ ยิงได้กระจายได้มากกว่า หลายตำแหน่ง โดย Program Ultraformer เหมาะกับคนที่อายุ 20-30 ต้น ๆ ที่ความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยอาจจะยังไม่ลึกมากนั่นเอง ทั้งนี้ ยังสามารถสลายไขมัน กระตุ้นคอลลาเจน ยกผิวหย่อนคล้อย ยกใบหน้าให้กระชับ ลดและสลายไขมันบนใบหน้าให้ไม่ว่าจะหมุนองศาไหนก็สวย 5.โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของโปรแกรม Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทุกคนคงเห็นแล้วว่าโปรแกรมยกกระชับและปรับรูปหน้าจากทาง Pattippa Clinic ของเรานั้นมีความหลากหลาย ซึ่งเครื่องไหนจะดีที่สุดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคนนั่นเอง ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ปัญหารูปหน้า เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจไม่น้อย แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยยกกระชับหน้าได้อย่างตรงสาเหตุ ก็สามารถช่วยให้ทุก ๆ คนมีใบหน้าที่ได้สัดส่วนและสมดุลมากขึ้น All Posts blog เลเซอร์หลุมสิว โปรแกรมรักษารอยสิว ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น Read More Facial design ปรับรูปหน้าไม่ต้องผ่าตัด กับ Pattippa Clinic Read More หน้าบาน กรามใหญ่ แก้ยังไงให้หน้าเรียวได้รูป Pattippa มีคำตอบ Read More โปรแกรมปรับรูปหน้า ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน

December 29, 2024

วิธีทําให้หน้าเรียว ลดกราม มีวิธีใดบ้าง? อีกหนึ่งคำถามที่ผู้ประสบปัญหารูปหน้าเนื่องจาก “ขนาดของกราม ไม่สมดุล” กำลังหาคำตอบกันอยู่ โดยไม่ว่าจะเป็นการมีกรามที่กว้างเกินไป หรือรูปหน้าที่ดูไม่สมดุล ปัญหาเหล่านี้สามารถส่งผลต่อความมั่นใจและภาพลักษณ์ของเราได้ แต่ในปัจจุบันมีวิธีการหลากหลายที่สามารถช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวและสมดุลขึ้นได้ โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดหรือการปรับแต่งที่ซับซ้อน รวมไปถึงไม่ต้องเสี่ยงกับผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ด้วยเช่นกัน “วิธีทําให้หน้าเรียว ลดกราม” ปรับความสมดุลให้ใบหน้าด้วยวิธีแก้หลากหลายรูปแบบที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ เป็นที่ทราบกันดีว่า “การมีใบหน้าที่เรียวและกระชับ” เป็นสิ่งที่หลายคนปรารถนา แต่ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถมีได้ตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีและวิธีการต่าง ๆ ที่มีในปัจจุบัน เราสามารถปรับแต่งรูปหน้าของเราให้สมดุลและดูดีขึ้นได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องพึ่งการศัลยกรรมที่ซับซ้อน ในบทความนี้ Pattippa Clinic จะพาผู้อ่านไปรู้จักกับวิธีการลดกรามและทำให้หน้าเรียวที่หลากหลาย ซึ่งอาจเป็นทางเลือกใหม่ที่หลายคนยังไม่เคยรู้จักมาก่อน ซึ่งจะมีอะไรบ้าง มาติดตามไปพร้อม ๆ กัน กรามใหญ่ เกิดจากอะไร ? กรามใหญ่สามารถเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่… พันธุกรรม: หากครอบครัวมีลักษณะโครงหน้าหรือกรามที่ใหญ่ ก็อาจส่งต่อทางพันธุกรรมได้ การใช้กล้ามเนื้อบริเวณกราม: การเคี้ยวอาหารที่แข็งหรือการบดเคี้ยวแรงๆ อย่างต่อเนื่อง อาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามขยายใหญ่ขึ้น พฤติกรรมการบดฟัน: การนอนกัดฟันหรือการกัดฟันในช่วงเวลาที่เครียด อาจทำให้กล้ามเนื้อกรามโตขึ้น โครงสร้างกระดูก: กรามใหญ่ที่เกิดจากโครงสร้างกระดูกของใบหน้าเอง เช่น กระดูกขากรรไกรใหญ่หรือหนา ปัญหาทางสุขภาพ: บางครั้งกรามใหญ่เกิดจากปัญหาสุขภาพ เช่น การอักเสบหรือความผิดปกติของต่อมน้ำลาย หากต้องการลดขนาดกราม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป กรามใหญ่ มีกี่แบบ ? กรามใหญ่สามารถแบ่งออกเป็นหลักๆ ได้ 2 แบบ ดังนี้… กรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ ลักษณะนี้เกิดจากกล้ามเนื้อที่ใช้ในการบดเคี้ยว เช่น กล้ามเนื้อ Masseter มีการใช้งานบ่อย หรือเกิดจากการบดฟัน ทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่และทำให้กรามดูเด่นชัด กรามใหญ่จากกระดูก ในกรณีนี้เกิดจากโครงสร้างกระดูกของกรามมีลักษณะเด่น หรือกว้างอยู่แล้วตั้งแต่กำเนิด ส่งผลให้ใบหน้าดูเหลี่ยมและมีกรอบหน้าที่ชัดเจน อย่างไรก็ดี การวินิจฉัยว่าเป็นกรามใหญ่จากสาเหตุใด จำเป็นต้องพิจารณาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากขึ้น “กรามใหญ่” ส่งผลต่อรูปหน้าของเราอย่างไร? หลาย ๆ คนอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่า กรามใหญ่สามารถทำให้ใบหน้าดูกว้างหรือหน้าบาน ได้ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะขนาดหรือโครงสร้างของกรามมีผลโดยตรงกับรูปทรงของใบหน้า โดยเฉพาะเมื่อกล้ามเนื้อกรามมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือกระดูกขากรรไกรกว้าง จะทำให้ใบหน้าส่วนล่างดูใหญ่ขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อสัดส่วนของใบหน้าทั้งหมด ทำให้ใบหน้าดูมีความกว้างมากขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น สาเหตุที่กรามใหญ่ทำให้หน้าดูกว้าง… โครงสร้างกระดูก: กรามที่กว้างหรือมีมุมเหลี่ยมชัดเจน ทำให้รูปหน้าดูเป็นทรงสี่เหลี่ยมมากขึ้น กล้ามเนื้อกราม (Masseter Muscle): หากกล้ามเนื้อบริเวณกรามมีการใช้งานบ่อย เช่น การบดเคี้ยว หรือการกัดฟัน จะทำให้กล้ามเนื้อหนาขึ้นและขยายออกด้านข้าง ทำให้ใบหน้าดูบานขึ้นจากการขยายของกล้ามเนื้อ ซึ่งการลดขนาดกรามสามารถช่วยให้รูปหน้าเรียวและได้สัดส่วนมากขึ้น ซึ่งวิธีการลดขนาดกรามมีหลายวิธี เช่น การฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อกราม หรือการผ่าตัดปรับโครงสร้างกระดูก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและแนวทางการรักษาที่เหมาะสม วิธีลดกราม เพื่อสร้างหน้าเรียว มีอะไรบ้าง? การทำให้หน้าเรียวและลดกรามมีหลายวิธีที่สามารถทำได้ทั้งทางการแพทย์และการดูแลตัวเองที่บ้าน ซึ่งแต่ละวิธีมีจุดเด่นและข้อดีแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความต้องการและการตอบสนองของผิวพรรณของแต่ละบุคคล 1.การทำศัลยกรรมลดกราม การผ่าตัดกราม: การผ่าตัดกรามมักจะเป็นวิธีที่ได้ผลมากที่สุดในการลดขนาดกรามที่ใหญ่ โดยศัลยแพทย์จะทำการตัดกระดูกกรามให้เล็กลง วิธีนี้มักจะเหมาะสำหรับคนที่มีกรามใหญ่จากโครงสร้างกระดูก การดูดไขมันกราม: เป็นการใช้เครื่องมือดูดไขมันในบริเวณที่มีกล้ามเนื้อกรามหนาและไขมันสะสม ซึ่งจะช่วยให้รูปหน้าดูเรียวขึ้น 2.การใช้เทคโนโลยีปรับรูปหน้า โปรแกรมโบท็อกซ์ (Botox): การฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ลงไปในกล้ามเนื้อกรามจะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวและลดขนาดลง ทำให้กรามดูเล็กลง โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดจากการขยายตัวของกล้ามเนื้อ (Masseter) ที่ใช้ในการเคี้ยว โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler): โปรแกรมฟิลเลอร์บางชนิดสามารถช่วยเติมเต็มบริเวณที่เว้าหรือไม่สมดุลในรูปหน้า เพื่อให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่ใบหน้าดูอ้วนหรือหนาเกินไป 3.การลดกรามง่าย ๆ ด้วยตนเอง การออกกำลังกายหน้า (Face Exercises): การทำท่าบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและลดความตึงเครียดในบริเวณกราม เช่น การยิ้มกว้าง การขมวดคิ้ว การใช้มือยืดผิวหน้า การใช้มาส์กหน้าหรือครีมลดกราม: บางผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมช่วยกระชับผิว เช่น ครีมที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนหรือสารที่ช่วยให้ผิวหน้าลดการบวมและกระชับขึ้น 4.การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก หากกรามที่ดูหนาหรือใหญ่เกิดจากการสะสมของไขมันในร่างกาย การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนักสามารถช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นได้ เนื่องจากการลดน้ำหนักโดยรวมจะส่งผลให้ไขมันในบริเวณใบหน้าลดลง 5.การใช้เทคโนโลยีทางเลือกอื่น ๆ การใช้โปรแกรม RF (Radio Frequency): โปรแกรมที่ใช้คลื่นความถี่วิทยุช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและช่วยกระชับผิวบริเวณกราม การทำทรีตเมนต์ด้วยโปรแกรมเลเซอร์ต่าง ๆ: เพราะโปรแกรมเลเซอร์บางประเภทของการรักษาด้วยเลเซอร์ช่วยกระชับผิว และลดปริมาณไขมันใต้ผิว ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น ทั้งนี้ วิธีการเหล่านี้มีทั้งที่เหมาะสำหรับการทำเองที่บ้านและการทำในคลินิก ซึ่งควรเลือกตามความเหมาะสมและความสะดวกสบายของแต่ละบุคคล หากต้องการผลลัพธ์ที่เห็นผลชัดเจนและรวดเร็ว การเลือกวิธีทางการแพทย์มักจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า แต่ก็มีค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงตามมาด้วยเช่นกัน ดังนั้น ควรพิจารณาเลือกอย่างรอบคอบ โปรแกรมปรับรูปหน้าให้เรียว แก้ปัญหากรามใหญ่ จาก Pattippa Clinic การแก้ปัญหากรามใหญ่และหน้าบานโดยไม่ต้องผ่าตัดสามารถทำได้ด้วยหลายวิธี ซึ่งที่ Pattippa Clinic ของเราก็มีหลายโปรแกรมที่เปิดให้บริการเพื่อแก้ไขปัญหานี้ เช่น… โปรแกรม โบท็อกซ์ (BOTOX) โปรแกรมโบท็อกซ์ (BOTOX) คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งมีคุณสมบัติในการหยุดการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว ช่วยการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น เป็นการฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์เพื่อคลายกล้ามเนื้อกรามให้เล็กลง เหมาะสำหรับผู้ที่มีกรามใหญ่จากการใช้กล้ามเนื้อบดเคี้ยว การฉีดจะช่วยลดความแข็งของกราม ทำให้หน้าเรียวขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อคลายตัวนอกจากนี้ยังสามารถช่วยกระชับผิว กระชับรูขุมขน และลดเหงื่อ ได้อีกด้วย โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ulthera เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของ Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย ท้ายที่สุด การมีใบหน้าที่เรียวสวยได้รูปและมีความมั่นใจในตนเองคือสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ที่ Pattippa Clinic เราพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลและมอบทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้เข้ารับบริการแต่ละบุคคล ด้วยโปรแกรมปรับรูปหน้าที่ทันสมัย และทีมแพทย์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าปัญหารูปหน้าที่เกิดขึ้นจะได้รับการดูแลอย่างดีและตรงตามความต้องการ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและตรงใจที่สุด บริการปรับรูปหน้าอื่น ๆ >> บริการปรับรูปหน้า Pattippa Clinic ปรับรูปหน้า แก้กรามใหญ่ แก้ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน”

December 29, 2024

ใบหน้าไม่เท่ากันเกิดจากอะไร? เชื่อได้ว่าเป็นคำถามที่ผู้ประสบปัญหารูปหน้าไม่สมดุลต้องการทราบกันอยู่อย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าจะเป็นการมีโครงหน้าที่ไม่สมดุล หรือการเกิดความเบี้ยวจากสาเหตุต่างๆ เช่น พันธุกรรม, การบาดเจ็บ, หรือแม้แต่ผลจากการทำศัลยกรรม ก็ล้วนแต่สามารถส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและภาพลักษณ์ของเราได้ทั้งสิ้น ดังนั้น หากใครกำลังเผชิญกับปัญหานี้อยู่ ไม่ควรปล่อยให้ความรู้สึกไม่มั่นใจครอบงำชีวิต แต่อย่าพึ่งกังวลไป เพราะการแก้ไขใบหน้าไม่เท่ากันสามารถทำได้หลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เกิดขึ้น และในบทความนี้ Pattippa Clinic จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับสาเหตุของความไม่สมดุลของใบหน้าและวิธีการแก้ไขที่เหมาะสม เพื่อคืนความมั่นใจให้กับทุกคนอีกครั้ง ใบหน้าไม่เท่ากันเกิดจากอะไร มีลักษณะยังไง แก้ไขได้หรือเปล่า? เป็นที่ทราบกันดีว่า โดยทั่วไปแล้วทุกคนต่างมีลักษณะใบหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่สำหรับบางคน ความไม่สมมาตรของใบหน้ากลับกลายเป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึกกังวลหรือไม่มั่นใจ ใบหน้าที่ไม่เท่ากันสามารถเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งทางพันธุกรรม พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน หรือแม้กระทั่งผลกระทบจากการบาดเจ็บหรือโรคบางประการด้วยนั่นเอง หน้าไม่เท่ากัน คือ… ใบหน้าที่ไม่เท่ากัน หรือที่เรียกว่าความไม่สมมาตรของใบหน้า (Facial asymmetry) คือสภาพที่โครงสร้างของใบหน้าทั้งสองข้างไม่สมดุลกัน อาจสังเกตได้จากลักษณะของอวัยวะต่าง ๆ บนใบหน้าที่มีขนาดหรือรูปร่างแตกต่างกัน เช่น ดวงตาข้างหนึ่งอาจดูใหญ่กว่าอีกข้าง โหนกแก้มอาจไม่เท่ากัน ริมฝีปากอาจเบี้ยว หรือแนวคางและขากรรไกรอาจเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง ในความเป็นจริง ใบหน้าของทุกคนมักมีความไม่สมมาตรอยู่บ้างเล็กน้อย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม หากความไม่สมมาตรปรากฏเด่นชัดจนส่งผลต่อบุคลิกภาพ ความมั่นใจ หรือการทำงานของอวัยวะ เช่น การพูด การเคี้ยวอาหาร หรือการแสดงออกทางสีหน้า อาจจำเป็นต้องปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเพื่อวินิจฉัยและแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมต่อไป หน้าไม่เท่ากัน เกิดจากปัจจัยใดได้บ้าง? ใบหน้าไม่เท่ากันหรือใบหน้าที่ไม่สมมาตร (Facial asymmetry) สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้… 1.พันธุกรรมและการเจริญเติบโต ลักษณะทางพันธุกรรมอาจส่งผลให้โครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อบนใบหน้าเจริญเติบโตไม่สมดุลกัน เช่น ขากรรไกรหรือโหนกแก้มข้างหนึ่งใหญ่หรือเล็กกว่าปกติ 2.พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การนอนตะแคงด้านใดด้านหนึ่งเป็นประจำ การเคี้ยวอาหารด้วยฟันข้างเดียว การแสดงสีหน้าหรือท่าทางที่ใช้กล้ามเนื้อใบหน้าข้างใดข้างหนึ่งมากกว่า 3.การบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ กระดูกใบหน้าแตกหรือเคลื่อนหลังจากเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บตั้งแต่วัยเด็กที่อาจรบกวนการเจริญเติบโตของกระดูก 4.การเปลี่ยนแปลงตามวัย กล้ามเนื้อและไขมันใบหน้าเสื่อมสภาพหรือหย่อนคล้อยไม่เท่ากันเมื่ออายุมากขึ้น การสูญเสียฟันหรือการเปลี่ยนแปลงของกระดูกขากรรไกร 5.โรคหรือความผิดปกติ โรคเบลล์พัลซี (Bell’s palsy) ทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าด้านหนึ่งอ่อนแรง ภาวะข้อต่อขากรรไกรอักเสบ (TMJ disorder) 6.ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม การสัมผัสแสงแดดหรือมลภาวะมากเกินไปอาจทำให้ผิวหนังเสื่อมสภาพไม่เท่ากัน หากใบหน้าไม่เท่ากันส่งผลกระทบต่อความมั่นใจหรือการใช้ชีวิต ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านโครงสร้างใบหน้าหรือศัลยกรรมตกแต่ง เพื่อประเมินและหาวิธีการรักษาที่เหมาะสม หน้าไม่เท่ากัน เป็นแบบไหน มีลักษณะอย่างไร? จากที่กล่าวไปข้างต้นว่า ปัญหา “หน้าไม่เท่ากัน” หรือที่บางครั้งเรียกว่า “หน้าเบี้ยว” หรือ “หน้าผิดรูป” หมายถึง ภาพรวมของใบหน้าที่มีลักษณะไม่สมดุลกันระหว่างสองข้าง ซึ่งอาจทำให้ดูเหมือนว่าหน้าข้างหนึ่งสูงกว่าหรือมีรูปทรงแตกต่างไปจากข้างอื่น ๆ ลักษณะของหน้าไม่เท่ากันสามารถพบได้ในหลายกรณี ซึ่งมักเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรม ความเครียด หรือปัญหาจากการเสริมความงามต่าง ๆ ที่ทำให้ใบหน้าเกิดการผิดรูป ลักษณะของหน้าไม่เท่ากัน… ความไม่สมดุลระหว่างสองข้างของใบหน้า: ข้างหนึ่งอาจดูใหญ่กว่า ข้างหนึ่งอาจดูเล็กกว่า หรือหนึ่งข้างอาจยิ้มได้มากกว่าข้างอื่น โหนกแก้มสูงต่ำไม่เท่ากัน: การที่โหนกแก้มข้างหนึ่งสูงกว่าหรือยุบลง คิ้วไม่เท่ากัน: คิ้วข้างหนึ่งอาจสูงหรือต่ำกว่าข้างอื่น ขากรรไกรหรือปากไม่ตรง: การเบี่ยงเบนของปากหรือขากรรไกรที่ไม่ได้อยู่ในแนวตรง วิธีสังเกต… ลองถ่ายรูปหน้าตรง: การถ่ายภาพในมุมที่ตรงและไม่เอียง จะทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าใบหน้ามีความไม่สมดุลหรือไม่ สังเกตขนาดและตำแหน่งของหู: หากหูข้างหนึ่งดูเหมือนจะอยู่สูงหรือต่ำกว่าข้างอื่น อาจเป็นสัญญาณของความไม่สมดุล ดูที่สายตา: อีกวิธีคือลองตั้งใจมองที่ดวงตา ดูว่าข้างหนึ่งดูเล็กหรือใหญ่กว่าข้างอื่น ๆ หรือไม่ซึ่งหากมีขนาดไม่เท่ากัน อาจหมายถึงว่าเรากำลังประสบปัญหาหน้าไม่สมมาตรอยู่ ท่าทางการพูดหรือการยิ้ม: การพูดหรือการยิ้มอาจทำให้เห็นความไม่สมดุลที่ชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบระหว่างสองข้างของใบหน้า อย่างไรก็ดี หากลองสังเกตตนเองแล้วรู้สึกว่าใบหน้ามีความไม่สมดุลที่ส่งผลต่อความมั่นใจหรือสุขภาพ ควรปรึกษาเพื่อหาทางแก้ไขที่เหมาะสมกับตนเองต่อไป หน้าไม่เท่ากัน ข้อเสียที่ทุกคนอาจคาดไม่ถึง หลาย ๆ คนอาจไม่ทราบหรือคิดไม่ถึงมาก่อนว่าการที่ใบหน้ามีความไม่สมดุล อาจมีข้อเสียหลายประการ ทั้งในด้านความสวยงามและสุขภาพจิต ซึ่งข้อเสียหลักที่อาจเกิดขึ้นมักประกอบด้วย… ส่งผลต่อความมั่นใจ ความไม่สมดุลของใบหน้าอาจทำให้รู้สึกไม่มั่นใจในรูปลักษณ์ของตนเอง โดยเฉพาะในสังคมที่มีมาตรฐานความงามที่ค่อนข้างสูง บางคนอาจรู้สึกไม่พอใจในภาพลักษณ์ของตัวเอง ทำให้เกิดปัญหาทางด้านจิตใจ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล หรือความรู้สึกไม่เป็นที่ยอมรับ ปัญหาทางด้านสังคม คนที่รู้สึกไม่มั่นใจในความไม่สมดุลของใบหน้าอาจหลีกเลี่ยงการถ่ายรูปหรือการปรากฏตัวในที่สาธารณะ ซึ่งอาจทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวหรือไม่สะดวกในการเข้าสังคม ปัญหาทางการมองเห็นหรือการเคลื่อนไหว ในบางกรณีที่หน้าไม่เท่ากันเกิดจากปัญหาสุขภาพ เช่น ภาวะกระดูกหน้าเบี้ยว หรือความผิดปกติในการพัฒนาโครงสร้างใบหน้า อาจทำให้เกิดปัญหาทางด้านการมองเห็นหรือการเคลื่อนไหวของใบหน้า เช่น ขากรรไกรไม่ตรง ทำให้การเคี้ยวหรือการพูดลำบาก ปัญหาทางการหายใจ ในบางกรณีที่มีการเบี่ยงเบนของจมูกหรือกระดูกโครงหน้า อาจทำให้เกิดปัญหาการหายใจไม่สะดวก เช่น หายใจทางจมูกข้างหนึ่งได้ไม่เต็มที่ ผลกระทบจากการทำศัลยกรรมหรือการเสริมความงาม หากมีการเสริมความงามหรือทำศัลยกรรมเพื่อแก้ไขหน้าไม่เท่ากัน โดยที่ไม่ได้รับการทำอย่างถูกต้อง หรือไม่มีการคำนึงถึงโครงสร้างใบหน้าที่แท้จริง อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น การบวมเกินไป หรือการที่ไม่สามารถแก้ไขความไม่สมดุลได้อย่างถาวร การเสื่อมสภาพของโครงหน้า ในบางกรณีที่ใบหน้าไม่เท่ากันเกิดจากการเสื่อมสภาพของกระดูกหรือเนื้อเยื่อใบหน้า เช่น การที่ผิวหนังหย่อนคล้อย หรือการที่กระดูกบางจุดได้รับผลกระทบจากกระบวนการชราภาพ อาจทำให้ลักษณะใบหน้าเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ทั้งนี้ การที่ใบหน้ามีความไม่สมดุลเป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำศัลยกรรม หรือการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ที่เหมาะสม หากความไม่สมดุลนี้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกหรือสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางแก้ไขที่ดีที่สุด หน้าไม่เท่ากัน แก้ยังไงดี? โปรแกรมปรับรูปหน้า ไม่ต้องผ่าตัด ที่ Pattippa Clinic เป็นคำตอบให้ได้ สำหรับนวัตกรรมสำหรับโปรแกรมยกกระชับเพื่อปรับรูปหน้า ที่ Pattippa Clinicจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้… 1.โปรแกรม โบท็อกซ์ (BOTOX) โปรแกรมโบท็อกซ์ (BOTOX) คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งมีคุณสมบัติในการหยุดการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว จึงสามารถลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว และริ้วรอยบริเวณหางตา ริ้วรอยใต้ตา นอกจากนี้ โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) ยังใช้ในการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ช่วยกระชับผิว กระชับรูขุมขน และลดเหงื่อ ได้อีกด้วย 2.โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler) การฉีดฟิลเลอร์สามารถเพิ่มปริมาตรและความคมชัดให้กับบริเวณขอบกรามและคาง ทำให้รูปหน้าดูมีมิติและชัดเจนมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หรือรูปหน้าดูอ่อนคล้อยและช่วยยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้าให้ดูเต่งตึงขึ้น โดยการเติมเต็มเนื้อเยื่อใต้ผิว ทำให้เส้นกรอบหน้าดูคมและเด่นชัดขึ้น ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับกรอบหน้าเป็นการแก้ไขที่ไม่ต้องผ่าตัดและเห็นผลลัพธ์ได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับบริการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคนอีกด้วย 3.โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ulthera เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว 4.โปรแกรม Ultraformer เทคโนโลยี Ultraformer นั้น จะแตกต่างจาก Program Ulthera จะได้ช็อตเยอะกว่า ราคาย่อมเยากว่า ทั้งนี้ ยิงได้กระจายได้มากกว่า หลายตำแหน่ง โดย Program Ultraformer เหมาะกับคนที่อายุ 20-30 ต้น ๆ ที่ความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยอาจจะยังไม่ลึกมากนั่นเอง ทั้งนี้ ยังสามารถสลายไขมัน กระตุ้นคอลลาเจน ยกผิวหย่อนคล้อย ยกใบหน้าให้กระชับ ลดและสลายไขมันบนใบหน้าให้ไม่ว่าจะหมุนองศาไหนก็สวย 5.โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของโปรแกรม Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทุกคนคงเห็นแล้วว่าโปรแกรมยกกระชับและปรับรูปหน้าจากทาง Pattippa Clinic ของเรานั้นมีความหลากหลาย ซึ่งเครื่องไหนจะดีที่สุดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคนนั่นเอง ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ปัญหารูปหน้า เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจไม่น้อย แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยยกกระชับหน้าได้อย่างตรงสาเหตุ ก็สามารถช่วยให้ทุก ๆ คนมีใบหน้าที่ได้สัดส่วนและสมดุลมากขึ้น โปรแกรมปรับรูปหน้า ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน”

November 26, 2024

“หน้าบาน กรามใหญ่” ปัญหาที่หลาย ๆ คนกำลังเผชิญและทำให้สูญเสียความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก เพราะปัญหารูปหน้านั้นส่งผลในเรื่องบุคลิกภาพเป็นอย่างมากจึงอาจทำให้ผู้ประสบปัญหาหลาย ๆ คนต้องการแก้ไขปัญหานี้ให้หมดไป อย่างไรก็ตาม หากผู้อ่านกำลังเผชิญกับปัญหาหน้าบาน กรามใหญ่ ที่ทำให้ใบหน้าดูไม่สมส่วน หรือขาดความมั่นใจในทุกครั้งที่มองกระจก อย่าเพิ่งกังวลใจ เพราะ Pattippa Clinic พร้อมมอบคำตอบและทางเลือกที่หลากหลายในการปรับรูปหน้าให้เรียวได้รูปอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยเทคโนโลยีและวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล หน้าบาน กรามใหญ่ ปัญหารูปหน้าที่แก้ไม่ตก แก้ไขยังไงดี? หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาหน้าดูกว้างหรือหน้าบานจากโครงสร้างกรามที่ใหญ่ ซึ่งทำให้ขาดความมั่นใจในการแสดงออกหรือเมื่อมองตัวเองในกระจก การมีกรามใหญ่ไม่เพียงแค่ส่งผลต่อรูปลักษณ์ แต่ยังมีผลต่อความรู้สึกในหลายด้าน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีวิธีแก้ไขปัญหานี้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่เทคโนโลยีทางการแพทย์ไปจนถึงวิธีการดูแลตัวเองที่จะช่วยให้ใบหน้าของคุณดูเรียวและได้สัดส่วนมากขึ้น ซึ่งจะมีวิธีใดบ้างนั้น ในบทความนี้มีคำตอบ “กรามใหญ่” สาเหตุที่ทำให้ “หน้าบาน” ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ หลาย ๆ คนอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่า กรามใหญ่สามารถทำให้ใบหน้าดูกว้างหรือหน้าบาน ได้ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะขนาดหรือโครงสร้างของกรามมีผลโดยตรงกับรูปทรงของใบหน้า โดยเฉพาะเมื่อกล้ามเนื้อกรามมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือกระดูกขากรรไกรกว้าง จะทำให้ใบหน้าส่วนล่างดูใหญ่ขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อสัดส่วนของใบหน้าทั้งหมด ทำให้ใบหน้าดูมีความกว้างมากขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น สาเหตุที่กรามใหญ่ทำให้หน้าดูกว้าง… โครงสร้างกระดูก: กรามที่กว้างหรือมีมุมเหลี่ยมชัดเจน ทำให้รูปหน้าดูเป็นทรงสี่เหลี่ยมมากขึ้น กล้ามเนื้อกราม (Masseter Muscle): หากกล้ามเนื้อบริเวณกรามมีการใช้งานบ่อย เช่น การบดเคี้ยว หรือการกัดฟัน จะทำให้กล้ามเนื้อหนาขึ้นและขยายออกด้านข้าง ทำให้ใบหน้าดูบานขึ้นจากการขยายของกล้ามเนื้อ ซึ่งการลดขนาดกรามสามารถช่วยให้รูปหน้าเรียวและได้สัดส่วนมากขึ้น ซึ่งวิธีการลดขนาดกรามมีหลายวิธี เช่น การฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อกราม หรือการผ่าตัดปรับโครงสร้างกระดูก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและแนวทางการรักษาที่เหมาะสม กรามใหญ่ เกิดจากอะไร ? กรามใหญ่สามารถเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่… พันธุกรรม: หากครอบครัวมีลักษณะโครงหน้าหรือกรามที่ใหญ่ ก็อาจส่งต่อทางพันธุกรรมได้ การใช้กล้ามเนื้อบริเวณกราม: การเคี้ยวอาหารที่แข็งหรือการบดเคี้ยวแรงๆ อย่างต่อเนื่อง อาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามขยายใหญ่ขึ้น พฤติกรรมการบดฟัน: การนอนกัดฟันหรือการกัดฟันในช่วงเวลาที่เครียด อาจทำให้กล้ามเนื้อกรามโตขึ้น โครงสร้างกระดูก: กรามใหญ่ที่เกิดจากโครงสร้างกระดูกของใบหน้าเอง เช่น กระดูกขากรรไกรใหญ่หรือหนา ปัญหาทางสุขภาพ: บางครั้งกรามใหญ่เกิดจากปัญหาสุขภาพ เช่น การอักเสบหรือความผิดปกติของต่อมน้ำลาย หากต้องการลดขนาดกราม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป กรามใหญ่ มีกี่แบบ ? กรามใหญ่สามารถแบ่งออกเป็นหลักๆ ได้ 2 แบบ ดังนี้… กรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ ลักษณะนี้เกิดจากกล้ามเนื้อที่ใช้ในการบดเคี้ยว เช่น กล้ามเนื้อ Masseter มีการใช้งานบ่อย หรือเกิดจากการบดฟัน ทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่และทำให้กรามดูเด่นชัด กรามใหญ่จากกระดูก ในกรณีนี้เกิดจากโครงสร้างกระดูกของกรามมีลักษณะเด่น หรือกว้างอยู่แล้วตั้งแต่กำเนิด ส่งผลให้ใบหน้าดูเหลี่ยมและมีกรอบหน้าที่ชัดเจน อย่างไรก็ดี การวินิจฉัยว่าเป็นกรามใหญ่จากสาเหตุใด จำเป็นต้องพิจารณาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากขึ้น วิธีแก้กรามใหญ่ หน้าบาน แก้ด้วยวิธีใดได้บ้าง? การแก้ไขปัญหากรามใหญ่และใบหน้าที่ดูบานสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้กรามใหญ่ ซึ่งสามารถแบ่งแนวทางการรักษาออกได้ดังนี้… 1. การรักษาด้วยโปรแกรมโบท็อกซ์ (Program Botulinum Toxin) หากกรามใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อที่มีขนาดใหญ่ เช่น กล้ามเนื้อ Masseter สามารถฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์เพื่อลดขนาดของกล้ามเนื้อได้ ทำให้กรามดูเล็กลงและช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น 2. การทำโปรแกรมเลเซอร์หรือเทคโนโลยียกกระชับ (เช่น โปรแกรม HIFU, โปรแกรม Ulthera) วิธีนี้ช่วยกระชับผิวหน้าและกล้ามเนื้อบริเวณกราม รวมถึงช่วยลดไขมันสะสมใต้ผิวที่อาจทำให้หน้าดูบานหรือใหญ่ได้ เป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด และไม่มีการใช้เข็ม 3. การผ่าตัดกราม (Jaw Surgery / Mandibular Contouring) สำหรับกรณีที่กรามใหญ่เกิดจากโครงสร้างกระดูกที่มีขนาดใหญ่ การผ่าตัดตกแต่งกระดูกกรามจะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการแก้ไขปัญหา โดยแพทย์จะทำการปรับลดขนาดกระดูกกรามเพื่อให้ได้รูปหน้าที่สวยงามตามต้องการ 4. การดูดไขมันบริเวณกรามและใบหน้า (Liposuction) หากปัญหาเกิดจากการสะสมของไขมันส่วนเกินบริเวณใบหน้าหรือกราม การดูดไขมันสามารถช่วยลดขนาดและปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้นได้ ทั้งนี้ การเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยสาเหตุของกรามใหญ่และแนะนำแนวทางที่เหมาะสมที่สุด โปรแกรมปรับรูปหน้า แก้ปัญหากรามใหญ่ หน้าบาน จาก Pattippa Clinic การแก้ปัญหากรามใหญ่และหน้าบานโดยไม่ต้องผ่าตัดสามารถทำได้ด้วยหลายวิธี ซึ่งที่ Pattippa Clinic ของเราก็มีหลายโปรแกรมที่เปิดให้บริการเพื่อแก้ไขปัญหานี้ เช่น… โปรแกรม โบท็อกซ์ (BOTOX) โปรแกรมโบท็อกซ์ (BOTOX) คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งมีคุณสมบัติในการหยุดการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว ช่วยการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น เป็นการฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์เพื่อคลายกล้ามเนื้อกรามให้เล็กลง เหมาะสำหรับผู้ที่มีกรามใหญ่จากการใช้กล้ามเนื้อบดเคี้ยว การฉีดจะช่วยลดความแข็งของกราม ทำให้หน้าเรียวขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อคลายตัวนอกจากนี้ยังสามารถช่วยกระชับผิว กระชับรูขุมขน และลดเหงื่อ ได้อีกด้วย โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ulthera เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของ Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย ท้ายที่สุด การมีใบหน้าที่เรียวสวยได้รูปและมีความมั่นใจในตนเองคือสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ที่ Pattippa Clinic เราพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลและมอบทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้เข้ารับบริการแต่ละบุคคล ด้วยโปรแกรมปรับรูปหน้าที่ทันสมัย และทีมแพทย์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าปัญหารูปหน้าที่เกิดขึ้นจะได้รับการดูแลอย่างดีและตรงตามความต้องการ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและตรงใจที่สุด บริการปรับรูปหน้าอื่น ๆ >> บริการปรับรูปหน้า Pattippa Clinic กรามใหญ่ หน้าบาน แก้ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงาม ดำเนินการโดยแพทย์ตจปฏิบัติการ (ด้านผิวหนัง) ทุกตัวยาและหัตถการ บริการด้วยความใส่ใจ จริงใจ ไม่ยัดเยียดคอร์ส เพราะเราเชื่อว่าอะไรที่ดี ใช้กับตัวเองจนมั่นใจ เราจึงนำมาใช้กับคนไข้ทุกหัตการ ที่ Pattippa clinic ทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ทั้งหมด

November 25, 2024

ปรับรูปหน้า ที่ไหนดี ? อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญและเป็นเรื่องที่ควรศึกษารายละเอียดเอาไว้สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจเข้ารับบริการ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า การปรับรูปหน้าเป็นหนึ่งในกระแสที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะไม่เพียงแต่ช่วยเสริมความมั่นใจ แต่ยังสามารถเปลี่ยนแปลงลักษณะใบหน้าให้ดูสมส่วนและสวยงามยิ่งขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาจะเกิดขึ้นได้หรือไม่นั้น คลินิกที่ให้บริการ ถือเป็นปัจจัยสำคัญมากทีเดียว ดังนั้น การเลือกคลินิกที่ให้บริการจึงเป็นเรื่องสำคัญตามที่กล่าวไว้ข้างต้นนั่นเอง ปรับรูปหน้า ที่ไหนดี? รวมลิสต์สิ่งที่ต้องพิจารณาเมื่อต้องเลือกคลินิกปรับรูปหน้าให้ตนเอง “การปรับรูปหน้า” เป็นหนึ่งในกระแสความงามที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ด้วยความสามารถในการช่วยเสริมความมั่นใจและให้ใบหน้าดูสมส่วนยิ่งขึ้น แต่การเลือกคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือและมีมาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการตัดสินใจเลือกคลินิกผิดอาจส่งผลต่อผลลัพธ์และและร่างกายของผู้เข้ารับบริการ ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจเข้ารับบริการการปรับรูปหน้า มาทำความรู้จักกับ 7 เทคนิคเลือกคลินิกที่คุณควรทราบ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับบริการที่ดีและเหมาะสม ซึ่งจะมีรายละเอียดและข้อมูลที่ควรรู้อะไรบ้างนั้น มาติดตามไปพร้อม ๆ กัน ปรับรูปหน้า คืออะไร ทำไมจึงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน? การปรับรูปหน้า (facial contouring) คือ กระบวนการที่ช่วยปรับเปลี่ยนหรือปรับแต่งโครงหน้าให้ดูสมส่วนมากขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อแก้ไขหรือปรับลักษณะต่าง ๆ ของใบหน้าให้ดูสวยงามขึ้นตามความต้องการของแต่ละบุคคล เช่น การทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น ลดความหย่อนคล้อยของผิว หรือการเสริมความสมดุลของใบหน้าในส่วนต่าง ๆ เช่น คาง แก้ม หรือกรอบหน้า การปรับรูปหน้านี้สามารถทำได้หลายวิธีทั้งโดยการใช้เทคนิคที่ไม่ต้องผ่าตัด (เช่น การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ โปรแกรมโบท็อกซ์ การยกกระชับด้วยคลื่นความถี่ต่าง ๆ) หรือวิธีการผ่าตัดศัลยกรรม ซึ่งจะขึ้นอยู่กับปัญหาที่ต้องการแก้ไขและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล โดยทั่วไป การปรับรูปหน้าจะช่วยเสริมความมั่นใจให้กับบุคคลที่ต้องการปรับเปลี่ยนลักษณะเฉพาะตัวบนใบหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติและตอบโจทย์ความต้องการด้านความงามและความสมดุลให้มากขึ้น ทำไม “การเลือกคลินิกปรับรูปหน้า” จึงสำคัญ? การเลือกคลินิกปรับรูปหน้าที่มีมาตรฐานสำคัญมาก เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อร่างกายและผลลัพธ์ที่ผู้เข้ารับบริการจะได้รับจากการรักษา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ ผลลัพธ์, ความสามารถของแพทย์, การติดตามผลและดูแลหลังการรักษาของทางคลินิก และมาตรฐานของบริการ ก็ต่างเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้เข้ารับบริการต้องพิจารณาเลือกอย่างถี่ถ้วน ทั้งนี้ การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานจะช่วยให้ทุกคนได้รับการรักษาที่เหมาะสม ดังนั้น การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานจึงเป็นเรื่องที่สำคัญเพราะจะสามารถช่วยให้ผู้เข้ารับบริการได้รับการรักษาที่ดี และผลลัพธ์ที่ดีตามความต้องการ โดยไม่ต้องเสี่ยงกับปัญหาหรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้บริการที่ไม่ได้มาตรฐานนั่นเอง คลินิกปรับรูปหน้าที่ไหนดี? 7 เทคนิคเลือกคลินิกให้บริการที่ถูกต้อง การเลือกคลินิกปรับรูปหน้ามีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณาเพื่อให้มั่นใจว่าได้รับบริการที่มีคุณภาพและได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง ซึ่งปัจจัยที่ทุกคนควรพิจารณาในการเลือกคลินิกที่ดีได้แก่… 1.ความสามารถและประสบการณ์ของแพทย์ ควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์ที่มีความสามารถในด้านการปรับรูปหน้า และมีประสบการณ์ในการทำหัตถการที่คุณต้องการ ควรตรวจสอบใบประกอบวิชาชีพและการฝึกอบรมเพิ่มเติมของแพทย์ด้วย 2.มาตรฐานและการมีใบอนุญาต ตรวจสอบว่าคลินิกได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อรับประกันมาตรฐานของการรักษาและอุปกรณ์ที่ใช้ 3.รีวิวและความคิดเห็นจากผู้เคยเข้ารับบริการ การอ่านรีวิวจากผู้ที่เคยใช้บริการจะช่วยให้เห็นถึงผลลัพธ์และประสบการณ์ของผู้ใช้บริการจริง อีกทั้งยังสามารถถามคำถามหรือขอคำแนะนำจากคนรู้จักที่เคยไปใช้บริการ 4.เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ใช้ คลินิกที่ดีควรใช้เทคโนโลยีทันสมัยและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพเพื่อผลลัพธ์ที่ดีและเป็นไปตามที่คาดหวัง 5.การปรึกษาและการดูแลหลังการรักษา คลินิกที่ดีควรมีการให้คำปรึกษาก่อนการรักษาอย่างละเอียด และมีการติดตามผลหลังการรักษา รวมถึงการให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 6.ค่าใช้จ่าย ตรวจสอบค่าใช้จ่ายการรักษาอย่างโปร่งใส และควรระวังคลินิกที่มีราคาต่ำกว่ามาตรฐาน เนื่องจากอาจเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีหรือสารที่ไม่ได้มาตรฐาน 7.บรรยากาศและความสะอาด คลินิกควรมีบรรยากาศที่สะอาดและดูเป็นมืออาชีพ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสุขอนามัยและการดูแลความสะอาดของอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษา อย่างไรก็ดี การเลือกคลินิกที่มีคุณภาพเป็นขั้นตอนสำคัญในการรับบริการที่ดีและเหมาะสมในเรื่องการปรับรูปหน้า ดังนั้น จึงไม่ควรละเลยและพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ สรุปข้อควรรู้เกี่ยวกับ การเลือกคลินิกปรับรูปหน้า การเลือกคลินิกที่เหมาะสมสำหรับการปรับรูปหน้าเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้คุณมั่นใจในผลลัพธ์ที่ได้และมาตรฐานของการรักษา ด้วยการพิจารณา 7 เทคนิคที่ Pattippa Clinic ได้นำเสนอ ทุกคนจะสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้ดีที่สุด อย่าลืมว่า ความงามที่ดีเริ่มต้นจากการเลือกคลินิกที่เชื่อถือได้และแพทย์ที่มีความสามารถ เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการได้รับประสบการณ์การปรับรูปหน้าที่เหมาะสมและมีคุณภาพ บริการปรับรูปหน้าอื่น ๆ >> บริการปรับรูปหน้า Pattippa Clinic ทำไมต้องเลือกโปรแกรมปรับรูปหน้า ที่ Pattippa Clinic? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงาม ดำเนินการโดยแพทย์ตจปฏิบัติการ (ด้านผิวหนัง) ทุกตัวยาและหัตถการ บริการด้วยความใส่ใจ จริงใจ ไม่ยัดเยียดคอร์ส เพราะเราเชื่อว่าอะไรที่ดี ใช้กับตัวเองจนมั่นใจ เราจึงนำมาใช้กับคนไข้ทุกหัตการ ที่ Pattippa clinic ทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ทั้งหมด

November 25, 2024

ปรับรูปหน้าให้เท่ากัน ควรทำวิธีไหนดี? เชื่อได้ว่าเป็นปัญหาที่หลาย ๆ คนกำลังประสบอยู่ ซึ่งปัญหารูปหน้าไม่เท่ากันหรือไม่ได้สัดส่วนนั้นเป็นเรื่องที่สามารถพบได้บ่อย โดยปัญหารูปหน้าไม่เท่ากันนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุและแสดงออกมาได้หลายรูปแบบโดยที่มีความแตกต่างกันออกไป ดังนั้น การเลือกแนวทางแก้ไขของแต่ละคนจึงอาจแตกต่างกันออกไปได้เช่นเดียวกัน ปรับรูปหน้าให้เท่ากัน สร้างสมดุลให้สัดส่วนใบหน้า เสริมความมั่นใจให้ตนเองมากขึ้น “ใบหน้าที่ได้สัดส่วนสมดุล” เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเสริมความมั่นใจและสร้างความประทับใจในทุกมุมมอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว หลายคนอาจพบกับปัญหาใบหน้าที่ไม่สมมาตร ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น โครงสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ หรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะในบทความนี้ Pattippa Clinic จะพาผู้อ่านไปศึกษาเคล็ดลับและวิธีแก้ไขที่สามารถช่วยปรับรูปหน้าให้สมดุล พร้อมทั้งแนะนำเทคนิคการปรับรูปหน้าที่เหมาะสม เพื่อคืนความมั่นใจและความสวยงามให้กับทุกคนอีกครั้ง ซึ่งจะมีอะไรบ้าง มาติดตามไปพร้อม ๆ กัน หน้าไม่เท่ากัน คืออะไร ? “หน้าไม่เท่ากัน” หรือ ความไม่สมดุลของใบหน้า หมายถึง การที่ขนาด รูปทรง หรือสัดส่วนของใบหน้าทั้งสองข้างไม่เท่ากัน ซึ่งอาจสังเกตได้จากลักษณะของกราม แก้ม ดวงตา คิ้ว หรือส่วนอื่น ๆ ที่ดูไม่สมดุลเมื่อเปรียบเทียบระหว่างซีกซ้ายและขวา ความไม่สมมาตรของใบหน้าเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไปในคนส่วนใหญ่และมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น กรรมพันธุ์ พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การนอนในท่าเดิมนาน ๆ หรือการเคี้ยวอาหารข้างเดียว รวมถึงอายุที่เพิ่มขึ้นหรือปัจจัยด้านโครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อก็สามารถส่งผลได้เช่นกัน ปัญหาหน้าไม่เท่ากัน เกิดจาก…. ปัญหาหน้าไม่เท่ากันสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งมีทั้งปัจจัยภายในและภายนอกที่ส่งผลต่อโครงสร้างและความสมดุลของใบหน้า โดยสาเหตุหลัก ๆ ที่พบบ่อยมีดังนี้… กรรมพันธุ์ – ความไม่สมดุลของใบหน้าอาจมีสาเหตุมาจากพันธุกรรมที่สืบทอดมาจากครอบครัว ซึ่งทำให้โครงสร้างใบหน้าแตกต่างกันไปในแต่ละคน การเจริญเติบโตที่ไม่สมบูรณ์ – ในบางกรณี การพัฒนาและเจริญเติบโตของกระดูกและกล้ามเนื้อใบหน้าอาจไม่สมดุลกันตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ส่งผลให้เกิดความแตกต่างเมื่อโตขึ้น พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน – การนอนในท่าเดิมนาน ๆ, การเคี้ยวอาหารข้างเดียว, การยิ้ม, การพูด หรือท่าทางที่ซ้ำ ๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าด้านหนึ่งทำงานหนักเกินไป จนเกิดความไม่สมดุล อายุที่เพิ่มขึ้น – เมื่ออายุมากขึ้น โครงสร้างของกระดูกใบหน้าและการสูญเสียคอลลาเจนสามารถทำให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อยและไม่สมดุล การบาดเจ็บหรือการศัลยกรรม – การบาดเจ็บที่ใบหน้า เช่น การหกล้มหรืออุบัติเหตุที่ส่งผลกระทบต่อกระดูกใบหน้า รวมถึงการทำศัลยกรรมบางประเภทที่อาจทำให้ใบหน้าเกิดความไม่สมดุลได้ ความผิดปกติทางโครงสร้างกระดูก – ภาวะบางอย่าง เช่น ขากรรไกรผิดปกติ หรือโรคเกี่ยวกับโครงสร้างกระดูกใบหน้า อาจทำให้เกิดความไม่สมมาตรของใบหน้าได้ ปัญหากล้ามเนื้อและประสาทใบหน้า – โรคหรือภาวะที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทบริเวณใบหน้า เช่น อัมพาตใบหน้าครึ่งซีก (Bell’s Palsy) ก็สามารถทำให้ใบหน้าดูไม่สมดุล อย่างไรก็ดี การเข้าใจสาเหตุของความไม่สมดุลนี้ช่วยให้เราสามารถเลือกวิธีแก้ไขหรือปรับปรุงใบหน้าให้สมดุลมากขึ้นได้อย่างเหมาะสมต่อไป หน้าไม่เท่ากันดูอย่างไร สามารถสังเกตด้วยวิธีไหนได้บ้าง? การสังเกตว่าใบหน้ามีความไม่เท่ากันหรือไม่ สามารถทำได้โดยสังเกตลักษณะภายนอกและใช้เทคนิคที่ช่วยให้เห็นความแตกต่างของโครงสร้างใบหน้าอย่างชัดเจน ซึ่งวิธีการตรวจสอบนั้นมีดังนี้… 1.การสังเกตด้วยสายตาในกระจก ยืนตรงหน้ากระจกและมองที่ใบหน้าของคุณอย่างละเอียดโดยแบ่งใบหน้าออกเป็นสองซีก (ซ้ายและขวา) จากจุดศูนย์กลางของใบหน้า เช่น จมูก คุณอาจลองเปรียบเทียบว่าคิ้ว ดวงตา แก้ม ริมฝีปาก หรือกรามทั้งสองข้างมีความสมดุลหรือไม่ 2.การถ่ายรูปและเปรียบเทียบ ถ่ายรูปใบหน้าตรงและใช้แอปพลิเคชันหรือซอฟต์แวร์ที่สามารถแสดงภาพใบหน้าในลักษณะสมมาตรได้ เช่น การแยกครึ่งหน้าและสร้างภาพซีกซ้ายหรือขวาทั้งหมดจากครึ่งเดียว เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างอย่างชัดเจน 3.การวัดสัดส่วน อาจลองใช้ไม้บรรทัดหรือเครื่องมือวัดวางตรงกลางใบหน้า จากนั้นสังเกตว่าสัดส่วนของใบหน้าทั้งสองข้างมีความเท่ากันหรือมีจุดที่เห็นได้ชัดเจนว่าไม่สมดุล เช่น ระยะห่างระหว่างตากับคิ้ว หรือความสูงของแก้ม 4.การเปรียบเทียบรูปใบหน้าของตนเองในอดีต ดูภาพถ่ายในอดีตแล้วเปรียบเทียบกับใบหน้าปัจจุบัน เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความสมดุลของโครงสร้างหรือรูปหน้าที่เปลี่ยนไปจากพฤติกรรมหรือปัจจัยอื่น ๆ 5.การขยับกล้ามเนื้อใบหน้า ลองยิ้ม ยกคิ้ว หรือขยับใบหน้าในท่าต่าง ๆ แล้วสังเกตว่ากล้ามเนื้อใบหน้าทั้งสองข้างเคลื่อนไหวเหมือนกันหรือไม่ หากด้านใดด้านหนึ่งเคลื่อนไหวได้ยากหรือไม่สมดุล อาจเป็นสัญญาณของความไม่เท่ากัน 6.การปรึกษาแพทย์ หากต้องการตรวจสอบอย่างละเอียดและแม่นยำ ควรปรึกษาแพทย์ เช่น แพทย์ผิวหนังหรือนักศัลยกรรมตกแต่งที่สามารถประเมินและแนะนำวิธีการตรวจสอบความไม่สมดุลของใบหน้าได้อย่างละเอียด ทั้งนี้ การตรวจสอบเบื้องต้นเหล่านี้ถือเป็นเรื่องจำเป็น เพราะจะสามารถช่วยให้ทุกคนสามารถสังเกตถึงปัญหาความไม่สมดุลและพิจารณาทางเลือกในการแก้ไขหรือปรับปรุงได้อย่างเหมาะสมอีกด้วยนั่นเอง หน้าไม่เท่ากันปรับอย่างไร เคล็ดลับปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนที่ควรรู้ มีอะไรบ้าง? หากใบหน้าของเรามีความไม่สมดุล หรือไม่เท่ากัน สามารถปรับได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล ตัวเลือกที่สามารถพิจารณาได้มีดังนี้.. การดูแลรักษาความสมดุลของกล้ามเนื้อและผิวหนัง การนวดหน้า: นวดหน้าสามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลดความตึงเครียดในบริเวณต่างๆ ของใบหน้า การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว: การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกระชับผิวสามารถช่วยทำให้ใบหน้าดูสมดุลและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น การปรับรูปหน้าโดยการทำศัลยกรรม การผ่าตัดยกคิ้ว: หากคิ้วไม่เท่ากัน การยกคิ้วสามารถช่วยปรับสมดุลให้คิ้วอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม การเสริมคาง: ถ้าคางเบี้ยวหรือไม่สมดุล การเสริมคางสามารถช่วยปรับรูปหน้าให้สวยงามขึ้น การผ่าตัดเสริมจมูก: หากจมูกไม่เท่ากัน การเสริมจมูกอาจช่วยให้หน้าได้สัดส่วนที่ดีขึ้น การปรับรูปหน้าโดยการใช้หัตถการด้านความงาม โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler): การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ในบริเวณที่มีความบกพร่อง เช่น แก้ม หรือขมับ สามารถช่วยปรับรูปหน้าให้สมดุล โปรแกรมโบท็อกซ์ (Botox): การฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์เพื่อปรับกล้ามเนื้อในบางส่วนของใบหน้า เช่น การยกคิ้วหรือลดการหดตัวของกล้ามเนื้อที่ทำให้ใบหน้าไม่เท่ากัน การปรับรูปหน้าด้วยการรักษาด้วยโปรแกรมเลเซอร์ โปรแกรม Endolift: การใช้โปรแกรมเลเซอร์ Endolift ซึ่งเป็นการยกกระชับผิวหน้าเพื่อปรับรูปหน้าและลดความหย่อนคล้อย ทั้งนี้ สำหรับผู้อ่านท่านใดที่กำลังประสบปัญหารูปหน้าไม่เท่ากันอยู่ ก็สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมกับลักษณะและความต้องการของแต่ละคนด้วย ปรับรูปหน้า โดยไม่ต้องศัลยกรรม ด้วยหัตถการปรับรูปหน้า ที่ไม่ต้องผ่าตัด จาก Pattippa Clinic สำหรับนวัตกรรมสำหรับโปรแกรมยกกระชับเพื่อปรับรูปหน้า ที่ Pattippa Clinicจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้… 1.โปรแกรม โบท็อกซ์ (BOTOX) โปรแกรมโบท็อกซ์ (BOTOX) คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งมีคุณสมบัติในการหยุดการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว จึงสามารถลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว และริ้วรอยบริเวณหางตา ริ้วรอยใต้ตา นอกจากนี้ โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) ยังใช้ในการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ช่วยกระชับผิว กระชับรูขุมขน และลดเหงื่อ ได้อีกด้วย 2.โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler) การฉีดฟิลเลอร์สามารถเพิ่มปริมาตรและความคมชัดให้กับบริเวณขอบกรามและคาง ทำให้รูปหน้าดูมีมิติและชัดเจนมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หรือรูปหน้าดูอ่อนคล้อยและช่วยยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้าให้ดูเต่งตึงขึ้น โดยการเติมเต็มเนื้อเยื่อใต้ผิว ทำให้เส้นกรอบหน้าดูคมและเด่นชัดขึ้น ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับกรอบหน้าเป็นการแก้ไขที่ไม่ต้องผ่าตัดและเห็นผลลัพธ์ได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับบริการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคนอีกด้วย 3.โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ulthera เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว 4.โปรแกรม Ultraformer เทคโนโลยี Ultraformer นั้น จะแตกต่างจาก Program Ulthera จะได้ช็อตเยอะกว่า ราคาย่อมเยากว่า ทั้งนี้ ยิงได้กระจายได้มากกว่า หลายตำแหน่ง โดย Program Ultraformer เหมาะกับคนที่อายุ 20-30 ต้น ๆ ที่ความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยอาจจะยังไม่ลึกมากนั่นเอง ทั้งนี้ ยังสามารถสลายไขมัน กระตุ้นคอลลาเจน ยกผิวหย่อนคล้อย ยกใบหน้าให้กระชับ ลดและสลายไขมันบนใบหน้าให้ไม่ว่าจะหมุนองศาไหนก็สวย 5.โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของโปรแกรม Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทุกคนคงเห็นแล้วว่าโปรแกรมยกกระชับและปรับรูปหน้าจากทาง Pattippa Clinic ของเรานั้นมีความหลากหลาย ซึ่งเครื่องไหนจะดีที่สุดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคนนั่นเอง ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ปัญหารูปหน้า เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจไม่น้อย แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยยกกระชับหน้าได้อย่างตรงสาเหตุ ก็สามารถช่วยให้ทุก ๆ คนมีใบหน้าที่ได้สัดส่วนและสมดุลมากขึ้น บริการปรับรูปหน้าอื่น ๆ >> บริการปรับรูปหน้า Pattippa Clinic โปรแกรมปรับรูปหน้า ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงาม ดำเนินการโดยแพทย์ตจปฏิบัติการ (ด้านผิวหนัง) ทุกตัวยาและหัตถการ บริการด้วยความใส่ใจ จริงใจ ไม่ยัดเยียดคอร์ส เพราะเราเชื่อว่าอะไรที่ดี ใช้กับตัวเองจนมั่นใจ เราจึงนำมาใช้กับคนไข้ทุกหัตการ ที่ Pattippa clinic ทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ทั้งหมด

November 25, 2024

สาเหตุ อ้วนออกหน้า มีอะไรบ้าง? คำถามที่หลาย ๆ คนต้องการทราบคำตอบ ซึ่งหลายคนอาจเคยสงสัยว่าทำไมถึงมีไขมันส่วนเกินสะสมที่ใบหน้า ทำให้โครงหน้าดูบวมและไม่เรียวอย่างที่ต้องการ ปัญหา ‘อ้วนออกหน้า’ นี้ไม่ได้มีสาเหตุเพียงแค่การกินอาหารอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ซับซ้อนกว่า เช่น พันธุกรรม ฮอร์โมน และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ในบทความนี้ Pattippa Clinic จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา พร้อมวิธีปรับโครงหน้าให้เรียวขึ้นเพื่อความมั่นใจที่มากขึ้นของทุกคน สาเหตุ อ้วนออกหน้า มีอะไรบ้าง ใครอยากน่าเรียวต้องรู้! หลายคนคงเคยรู้สึกว่าต่อให้ออกกำลังกายหรือลดน้ำหนักแค่ไหน แต่ใบหน้าก็ยังดูบวมและไม่เรียวตามที่ต้องการ ปัญหาหน้าอ้วนหรือใบหน้าที่ดูบวมเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เราขาดความมั่นใจ ทั้งที่จริงแล้ว ‘ความอ้วนออกหน้า’ อาจไม่ได้เกิดจากน้ำหนักตัวเพียงอย่างเดียว บทความนี้จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้ใบหน้าดูอ้วน พร้อมแนะนำวิธีปรับหน้าให้เรียวสวยขึ้นอย่างเหมาะสม ซึ่งจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามไปพร้อม ๆ กัน ทำความเข้าใจ “ลักษณะหน้าอ้วน เป็นอย่างไร” ลักษณะของ “หน้าอ้วน” โดยทั่วไปมักหมายถึงลักษณะใบหน้าที่มีความบวม หรือเนื้อส่วนเกินที่ทำให้ใบหน้าดูกว้างและไม่มีมิติ ซึ่งอาจรวมถึงลักษณะดังนี้… แก้มอิ่มหรือบวม – มีไขมันสะสมที่บริเวณแก้ม ทำให้หน้าดูกลม และไม่มีโครงหน้าที่ชัดเจน คางสองชั้น (Double Chin) – การสะสมของไขมันใต้คางหรือบริเวณลำคอ ทำให้เส้นคางดูไม่ชัดเจนและดูหนาขึ้น กรอบหน้าไม่ชัดเจน – เมื่อมีไขมันหรือเนื้อบริเวณกรอบหน้ามากเกินไป จะทำให้โครงหน้าดูเบลอและขาดความคมชัด โหนกแก้มที่ดูใหญ่ – บางครั้งการสะสมของไขมันบริเวณโหนกแก้มทำให้ใบหน้าดูมีมิติที่กว้างขึ้นหรือบวมมากกว่าที่ควรจะเป็น ใบหน้ากลม – การกระจายตัวของไขมันบนใบหน้าที่เท่าๆ กันทำให้รูปหน้าดูกลมมากกว่ารูปทรงอื่น ๆ เช่น หน้ารูปไข่หรือรูปหัวใจ อย่างไรก็ตาม ลักษณะของใบหน้าอ้วนหรือบวมอาจเกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น พันธุกรรม ฮอร์โมน การบวมน้ำ หรือพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ดังนั้น ในการแก้ไขปัญหารูปหน้าประเภทนี้ต้องพิจารณาจากสาเหตุของแต่ละบุคคลด้วยเพื่อที่จะหาแนวทางในการแก้ไขที่ถูกต้องต่อไป   อ้วนออกหน้า เกิดจาก? เปิด 8 สาเหตุที่คนหน้าอ้วนอาจไม่รู้มาก่อน สาเหตุที่ทำให้มีการสะสมไขมันที่หน้า หรือ “อ้วนออกหน้า” อาจเกิดจากหลายปัจจัย ซึ่งรวมถึง… 1.พันธุกรรม บางคนอาจมีแนวโน้มสะสมไขมันบริเวณใบหน้าเนื่องจากลักษณะทางพันธุกรรม ซึ่งอาจทำให้การสะสมไขมันในส่วนนี้เกิดขึ้นง่ายกว่า 2.น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เมื่อร่างกายมีการสะสมไขมันมากขึ้นจากการทานอาหารที่มีแคลอรีสูงและการขาดการออกกำลังกาย ไขมันอาจสะสมในบริเวณต่างๆ รวมทั้งใบหน้า 3.การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ในช่วงวัยรุ่นหรือการตั้งครรภ์ อาจทำให้การสะสมไขมันเกิดขึ้นในบริเวณใบหน้า 4.การกินอาหารที่มีเกลือสูง การบริโภคเกลือในปริมาณมากอาจทำให้ร่างกายเก็บน้ำมากขึ้น ทำให้ใบหน้าดูบวมและอวบอิ่มขึ้น 5.การขาดการออกกำลังกาย การไม่ออกกำลังกายหรือมีการเคลื่อนไหวน้อยอาจทำให้ร่างกายเก็บไขมันมากขึ้น รวมถึงบริเวณใบหน้า 6.การนอนหลับไม่เพียงพอ การนอนหลับไม่เพียงพออาจส่งผลต่อฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความหิว ทำให้มีการทานอาหารมากขึ้นและอาจส่งผลต่อการสะสมไขมันในร่างกาย รวมถึงใบหน้า 7.การดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากสามารถกระตุ้นให้ร่างกายสะสมไขมันและทำให้ใบหน้าดูบวมได้ 8.สภาพแวดล้อมและสุขภาพโดยรวม อาจเป็นความเครียด หรือโรคบางชนิด เช่น ภาวะการทำงานของต่อมไทรอยด์ที่ไม่ปกติ (hypothyroidism) อาจส่งผลต่อการสะสมไขมันในร่างกายและใบหน้า ซึ่งการแก้ไขหรือควบคุมปัญหานี้อาจทำได้โดยการรักษาสุขภาพที่ดี เช่น การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง หรือ อาจพิจารณาหัตถการปรับรูปหน้าต่าง ๆ อ้วนออกหน้า ลดยังไง แก้ด้วยวิธีไหนเพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น? 1. การควบคุมอาหารและออกกำลังกาย ลดการบริโภคโซเดียม: โซเดียมมีผลต่อการกักเก็บน้ำในร่างกาย ซึ่งอาจทำให้เกิดการบวมที่ใบหน้าหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงและน้ำตาลมาก: การลดอาหารที่มีแคลอรีสูงช่วยลดการสะสมของไขมันในร่างกาย รวมถึงบริเวณใบหน้าด้วย ออกกำลังกาย: ควรเน้นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น วิ่ง เดินเร็ว หรือว่ายน้ำ เพื่อลดไขมันในร่างกายโดยรวม นอกจากนี้สามารถเสริมด้วยการออกกำลังกายเฉพาะส่วน เช่น การบริหารกล้ามเนื้อหน้า   2. การปรับพฤติกรรมชีวิตประจำวัน ดื่มน้ำให้เพียงพอ: การดื่มน้ำมากพอจะช่วยลดการสะสมของโซเดียมในร่างกายและลดการบวมน้ำ นอนหลับเพียงพอ: การพักผ่อนที่เพียงพอช่วยลดความเครียดและลดการบวมน้ำที่ใบหน้าหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์: แอลกอฮอล์มีผลต่อการกักเก็บน้ำและทำให้ใบหน้าดูบวมได้   3. การจัดการปัจจัยสุขภาพอื่น ๆ รักษาสมดุลของฮอร์โมน: ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกายอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการสะสมไขมัน ปรึกษาแพทย์: หากการลดน้ำหนักทั่วไปไม่เห็นผล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับปัญหาใบหน้าและน้ำหนักที่ไม่ลดลง   4. การใช้เทคโนโลยีด้านความงามเพื่อปรับรูปหน้า การทำทรีตเมนต์กระชับหน้า: เช่น การนวดหน้าหรือการทำโปรแกรมเลเซอร์กระชับผิว สามารถช่วยลดความบวมที่อาจเกิดขึ้นได้และทำให้กรอบหน้าชัดเจนขึ้นโปรแกรมสลายไขมัน (Fat Dissolving Injections): เป็นการฉีดสารที่ช่วยลดการสะสมของไขมันบริเวณใบหน้า เช่น แก้ม หรือคาง การทำหัตถการเพื่อปรับรูปหน้า: เช่น การใช้เครื่องมือเทคโนโลยีความถี่สูง (โปรแกรม HIFU), โปรแกรม Thermage หรือการทำ โปรแกรม Endolift ซึ่งช่วยยกกระชับใบหน้าและลดไขมันใต้ผิวได้   ทั้งนี้ การเลือกวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล การปรึกษาแพทย์จะช่วยให้ได้คำแนะนำและคำปรึกษาที่เหมาะสมให้กับผู้เข้ารับบริการแต่ละคนต่อไป กระชับใบหน้าให้เรียวเล็กลง ด้วยหัตถการปรับรูปหน้า จาก Pattippa Clinic โปรแกรมกระชับกรอบหน้า ปรับรูปหน้า ที่ไหนดี?? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงาม ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ ทุกตัวยาและหัตถการ บริการด้วยความใส่ใจ จริงใจ ไม่ยัดเยียดคอร์ส เพราะเราเชื่อว่าอะไรที่ดี ใช้กับตัวเองจนมั่นใจ  สำหรับโปรแกรมปรับรูปหน้าเพื่อกระชับใบหน้าให้เรียวเล็กลง ที่ Pattippa Clinic สามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน ดังนี้… โปรแกรม Facial thightening “Facial thightening” เทคโนโลยีการรักษาเพื่อกำจัดไขมันที่สะสมอยู่บริเวณแก้ม โดยการใช้เทคนิคที่ไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งมักจะใช้เทคโนโลยีการสลายไขมันหรือการทำลายเซลล์ไขมันใต้ผิวหนัง เช่น การใช้เลเซอร์ หรือเครื่องมือที่มีการปล่อยคลื่นพลังงานไปยังชั้นไขมันเพื่อทำให้ไขมันนั้นสลายตัวหรือถูกกำจัดออกไป ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นหลังการทำ เห็นผลเร็ว ลดแก้มได้อย่างเห็นได้ชัด ช่วยให้รูปหน้าดูเรียวและกระชับขึ้น โปรแกรม โบท็อกซ์ (BOTOX) โปรแกรมโบท็อกซ์ (BOTOX) คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งมีคุณสมบัติในการหยุดการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว จึงสามารถลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว และริ้วรอยบริเวณหางตา ริ้วรอยใต้ตา นอกจากนี้ โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) ยังใช้ในการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ช่วยกระชับผิว กระชับรูขุมขน และลดเหงื่อ ได้อีกด้วย โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ulthera เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว โปรแกรม Ultraformer โปรแกรม Ultraformer นั้น จะแตกต่างจากโปรแกรม Ulthera จะได้ช็อตเยอะกว่า ราคาย่อมเยากว่า ทั้งนี้ ยิงได้กระจายได้มากกว่า หลายตำแหน่ง โดยโปรแกรม Ultraformer เหมาะกับคนที่อายุ 20-30 ต้น ๆ ที่ความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยอาจจะยังไม่ลึกมากนั่นเอง ทั้งนี้ ยังสามารถสลายไขมัน กระตุ้นคอลลาเจน ยกผิวหย่อนคล้อย ยกใบหน้าให้กระชับ ลดและสลายไขมันบนใบหน้าให้ไม่ว่าจะหมุนองศาไหนก็สวย โปรแกรม Thermage FLX เป็นโปรแกรมที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของ Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงบริการส่วนหนึ่งของทาง Pattippa Clinic ที่แนะนำเพื่อแก้ไขปัญหาหน้าอ้วน แก้มเยอะเท่านั้น ยังมีอีกหลายเทคโนโลยีและหลายนวัตกรรมด้วยกัน ซึ่งสำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้ารับคำปรึกษาและการประเมินจากแพทย์เพื่อหาแนวมทางที่เหมาะสมต่อไป All Posts blog Thermage หรือ Ulthera อยากยกระชับ ทำหัตถการไหนก่อนดี? Read More ยกกระชับหน้า มีกี่แบบ แบบไหนดีที่สุด Pattippa Clinic มีคำตอบ Read More “ผิวหน้าไม่กระชับ หย่อนคล้อย ไม่ได้สัดส่วน” ปัญหากวนใจที่ต้องแก้ Read More

November 25, 2024

กรอบหน้าชัด ทําไง? เชื่อได้ว่าเป็นคำถามที่หลาย ๆ คนอยากทราบ เนื่องจากการมีกรอบหน้าที่คมชัดเป็นสิ่งที่หลายคนต้องการ เพราะสามารถเพิ่มความมั่นใจและเสริมบุคลิกภาพให้โดดเด่นยิ่งขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม วิธีปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้นมีหลากหลายวิธี ไม่ใช่เพียงวิธีที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดเสมอไป แต่ยังมีหัตถการอีกหลาย ๆ รูปแบบที่สามารถแก้ปัญหานี้ได้เช่นกัน กรอบหน้าชัด ทําไง ปรับรูปหน้าด้วยหัตถการไหนได้บ้าง ให้กรอบใบหน้าแลดูชัดและกระชับมากขึ้น? ปัญหากรอบหน้าที่ไม่ชัดเจน หรือมีความหย่อนคล้อย อาจทำให้หลายคนรู้สึกกังวลและขาดความมั่นใจในการเผยใบหน้า แต่คุณทราบหรือไม่ว่าการปรับรูปหน้าด้วยหัตถการต่าง ๆ ที่ไม่ต้องผ่าตัดในปัจจุบันมีให้เลือกมากมายและมีประสิทธิภาพไม่แพ้การศัลยกรรมแบบเดิม ๆ? บทความนี้ Pattippa Clinic จะพาทุกคนไปรู้จักกับวิธีการปรับรูปหน้าที่หลากหลาย ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน เพื่อให้ผู้ประสบปัญหารูปหน้าทุกคนมั่นใจในกรอบหน้าที่ชัดเจนขึ้น พร้อมกลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง ซึ่งจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง มาติดตามไปพร้อม ๆ กัน กรอบหน้าชัด คืออะไรและมีลักษณะเป็นอย่างไร? “กรอบหน้าชัด” หมายถึงลักษณะของใบหน้าที่มีเส้นกรอบชัดเจนและมีความสมดุลระหว่างสัดส่วนต่าง ๆ ของใบหน้า ทำให้ใบหน้าแลดูมีโครงสร้างที่คมชัด โดยปกติลักษณะของกรอบหน้าชัดจะมีลักษณะดังนี้.. แนวกรามที่ชัดเจน – กรามที่เห็นได้ชัดและเรียวไม่หย่อนคล้อย ทำให้เส้นขอบกรอบหน้าดูเป็นรูปร่างเด่นชัด คางได้รูป – คางที่สมดุลกับสัดส่วนของใบหน้า ไม่เบี้ยวหรือดูใหญ่เกินไป ช่วยเสริมให้กรอบหน้าดูสมบูรณ์ ไร้ความหย่อนคล้อย – ผิวบริเวณคอและใต้คางกระชับ ทำให้กรอบหน้าดูไม่เบลอหรือมีลักษณะ ‘เหนียง’ แนวโหนกแก้มที่พอดี – โหนกแก้มที่มีรูปทรงและไม่ยกสูงเกินไปหรือแบนราบจนทำให้กรอบหน้าดูไม่มีมิติ อย่างไรก็ตาม การมีกรอบหน้าชัดเจนช่วยทำให้ใบหน้าดูมีโครงสร้างที่น่ามอง เสริมบุคลิกภาพให้ดูมั่นใจมากขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลาย ๆ คนจะพยายามหาแนวทางแก้ไขปัญหารูปหน้าของตนเองที่มีอยู่เพื่อให้มีรูปหน้าที่ชัดเจนและได้รูปมากขึ้น กรอบหน้าไม่ชัด เกิดจาก… สาเหตุที่ทำให้กรอบหน้าไม่ชัดอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น… การสูญเสียคอลลาเจนและอิลาสติน – เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินน้อยลง ส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อยและกรอบหน้าไม่คมชัด ไขมันสะสมบริเวณใบหน้าและลำคอ – การสะสมของไขมันส่วนเกินสามารถทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัดเจน เช่น คางสองชั้น ความหย่อนคล้อยของผิว – อายุที่มากขึ้นส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อย ซึ่งทำให้กรอบหน้าดูไม่กระชับ การสูญเสียปริมาณกระดูกและเนื้อเยื่อใต้ผิว – โครงสร้างกระดูกใบหน้าและเนื้อเยื่อใต้ผิวอาจลดลง ทำให้รูปร่างของใบหน้าเปลี่ยนแปลงไป พันธุกรรมและปัจจัยทางโครงสร้าง – โครงสร้างกระดูกหรือพันธุกรรมบางอย่างอาจมีผลให้กรอบหน้าไม่ชัดตั้งแต่กำเนิด การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว – การเพิ่มหรือลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วสามารถทำให้ผิวไม่ยืดหยุ่นและเกิดความหย่อนคล้อยได้ ทั้งนี้ เมื่อทราบสาเหตุของการมีกรอบหน้าไม่ชัดแบบพอสังเขปแล้ว หากต้องการกรอบหน้าที่ชัดเจนขึ้น อาจต้องพิจารณาการดูแลผิวพรรณ การออกกำลังกายบริเวณใบหน้า หรือการใช้เทคโนโลยีด้านความงาม เช่น การยกกระชับด้วยเลเซอร์ หรือหัตถการต่าง ๆ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคลด้วย กรอบหน้าชัด มีความคมและสมส่วนกับองค์ประกอบใบหน้า มีข้อดีอย่างไร? แม้จะเป็นเพียงการปรับกรอบหน้า แต่ต้องบอกก่อนว่า แท้จริงแล้วข้อดีของการมีกรอบหน้าที่ชัดเจนนั้นมีหลายประการด้วยกัน เช่น… เสริมความมั่นใจ กรอบหน้าที่ชัดเจนทำให้ใบหน้าดูสวยงามและสมส่วนมากขึ้น ส่งผลให้มีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้นเมื่อพบปะผู้คนหรือในสถานการณ์ทางสังคมต่างๆ ทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัย กรอบหน้าที่คมชัดช่วยลดลักษณะของความหย่อนคล้อยและริ้วรอย ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์มากขึ้น เสริมบุคลิกภาพ การมีโครงหน้าที่เด่นชัดช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ และดูดีมากขึ้น เพิ่มความสมส่วนให้กับใบหน้า โครงหน้าที่ชัดเจนช่วยเน้นโครงสร้างของใบหน้า เช่น คางและแนวกราม ทำให้ดูมีความสมดุลและเป็นธรรมชาติ ช่วยในการแต่งหน้า กรอบหน้าที่ชัดเจนทำให้การแต่งหน้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากมีพื้นที่และโครงสร้างที่เหมาะสมในการเน้นจุดเด่นของใบหน้า เช่น การคอนทัวร์หน้า เป็นต้น ทั้งนี้ การมีกรอบหน้าชัดไม่เพียงแต่ช่วยให้ทุกคนดูดีขึ้น แต่ยังเสริมความมั่นใจและสร้างบุคลิกที่โดดเด่นให้กับคุณได้อย่างมาก หากคุณกำลังมองหาวิธีปรับรูปหน้าเพื่อเพิ่มความมั่นใจ การเลือกใช้หัตถการที่เหมาะสมสามารถเป็นทางเลือกที่ดีในการสร้างผลลัพธ์ที่พึงพอใจได้ อยากกรอบหน้าชัด โดยไม่ศัลยกรรม ที่ Pattippa Clinic มีวิธีไหนบ้าง? สำหรับหัตถการปรับรูปหน้า แก้ปัญหากรอบหน้าไม่ชัดที่ Pattippa Clinic นั้นมีหลากหลายบริการด้วยกัน ประกอบด้วย… โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ulthera เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว โปรแกรม Ultraformer เทคโนโลยี Ultraformer นั้น จะแตกต่างจาก Program Ulthera จะได้ช็อตเยอะกว่า ราคาย่อมเยากว่า ทั้งนี้ ยิงได้กระจายได้มากกว่า หลายตำแหน่ง โดย Program Ultraformer เหมาะกับคนที่อายุ 20-30 ต้น ๆ ที่ความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยอาจจะยังไม่ลึกมากนั่นเอง ทั้งนี้ ยังสามารถสลายไขมัน กระตุ้นคอลลาเจน ยกผิวหย่อนคล้อย ยกใบหน้าให้กระชับ ลดและสลายไขมันบนใบหน้าให้ไม่ว่าจะหมุนองศาไหน ก็สวยทุกมุมมอง ถ่ายรูปกับใครก็หน้าเล็ก ไม่ต้องไปหลบอยู่ข้างหลัง เพราะหน้าเล็กสุด ๆ แบบฉุดไม่อยู่ ยิงยก ลงลึก อีกด้วย โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของ Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย โปรแกรมโบท็อกซ์ (Botox) โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งมีคุณสมบัติในการหยุดการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว จึงสามารถลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว และริ้วรอยบริเวณหางตา ริ้วรอยใต้ตา นอกจากนี้ โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) ยังใช้ในการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ช่วยกระชับผิว กระชับรูขุมขน และลดเหงื่อ ได้อีกด้วย โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler) การฉีดฟิลเลอร์สามารถเพิ่มปริมาตรและความคมชัดให้กับบริเวณขอบกรามและคาง ทำให้รูปหน้าดูมีมิติและชัดเจนมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หรือรูปหน้าดูอ่อนคล้อยและช่วยยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้าให้ดูเต่งตึงขึ้น โดยการเติมเต็มเนื้อเยื่อใต้ผิว ทำให้เส้นกรอบหน้าดูคมและเด่นชัดขึ้น ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับกรอบหน้าเป็นการแก้ไขที่ไม่ต้องผ่าตัดและเห็นผลลัพธ์ได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับบริการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคนอีกด้วย โปรแกรมร้อยไหม Facelift ดึงยกกระชับ โปรแกรมการร้อยไหม (Thread Lift) เป็นหนึ่งในเทคนิคที่นิยมใช้ในวงการความงามเพื่อการดึงยกและกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเฉพาะในคลินิกความงามอย่าง Pattippa Clinic ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจำนวนมาก โปรแกรมร้อยไหมเป็นการใช้ไหมที่ทำจากวัสดุสลายได้ (Biodegradable) ดึงผิวหนังให้กระชับในตำแหน่งที่ต้องการ ผลลัพธ์จะช่วยลดริ้วรอย ลดความหย่อนคล้อย เพิ่มความกระชับให้ใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นแลดูเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทุกคนคงเห็นแล้วว่าโปรแกรมปรับรูปหน้าจากทาง Pattippa Clinic ของเรานั้นมีความหลากหลาย ซึ่งเครื่องไหนจะเหมาะที่สุดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับปัญหารูปหน้าของแต่ละคนนั่นเอง ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ปัญหารูปหน้า เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจไม่น้อย แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถช่วยยกกระชับหน้าและแก้ไขปัญหาได้ตรงสาเหตุ ก็สามารถช่วยให้ทุก ๆ คนมีกรอบหน้าที่ชัดเจน บริการปรับรูปหน้าอื่น ๆ >> บริการปรับรูปหน้า Pattippa Clinic โปรแกรมกระชับกรอบหน้า ปรับรูปหน้า ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงาม ดำเนินการโดยแพทย์ตจปฏิบัติการ (ด้านผิวหนัง) ทุกตัวยาและหัตถการ บริการด้วยความใส่ใจ จริงใจ ไม่ยัดเยียดคอร์ส เพราะเราเชื่อว่าอะไรที่ดี ใช้กับตัวเองจนมั่นใจ เราจึงนำมาใช้กับคนไข้ทุกหัตการ ที่ Pattippa clinic ทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ทั้งหมด

November 22, 2024

V Shape หน้าเรียว นั้น ถือเป็นรูปหน้าที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบันไปทั่วโลก เพราะเป็นลักษณะหน้าที่มีหน้าเรียวสวย สมส่วน ดูแล้วมีมิติ และนอกจากนี้ยังสามารถเข้าได้กับทรงผมหลาย ๆ ทรง จึงไม่แปลกที่ทำไมหลาย ๆ คนจึงอยากมีรูปหน้านี้ อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยหลาย ๆ คนมีปัญหารูปหน้าที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ก่อนจะเข้ารับการปรับรูปหน้าจึงควรศึกษาข้อควรรู้ไว้ก่อนเพื่อนำไว้ใช้ประกอบการตัดสินใจร่วมด้วยเช่นกัน โดยในบทความนี้ Pattippa Clinic มีข้อมูลมาฝาก V Shape หน้าเรียว วงการรูปหน้าสวยที่เข้าแล้วออกยาก การมีใบหน้าที่เรียวได้รูป เป็นหนึ่งในควาต้องการของหลายคนในยุคปัจจุบัน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเสริมบุคลิกภาพเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ที่ต้องการรูปลักษณ์ที่ดูดีและสมดุลมากขึ้น โดยในปัจจุบันเทคโนโลยีด้านความงามได้พัฒนาไปไกลถึงขั้นที่สามารถทำให้เรามีใบหน้าที่เรียวสวยได้โดยไม่ต้องพึ่งการศัลยกรรม ด้วยวิธีการทำ V Shape ที่ตอบโจทย์การปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์มากขึ้น และด้วยเหตุผลดังกล่าว การทำ V Shape จึงกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการเสริมสร้างความงามตามแบบฉบับของแต่ละบุคคล ทำความเข้าใจกันก่อน “หน้าไม่เรียว” เกิดจากอะไร? “หน้าไม่เรียว” สามารถเกิดจากหลายปัจจัยที่มีผลต่อรูปร่างและโครงสร้างของใบหน้า ดังนี้… ไขมันสะสมที่ใบหน้า: การสะสมของไขมันที่ใบหน้าจะทำให้หน้าดูบวมและไม่เรียว ซึ่งอาจเกิดจากการทานอาหารที่มีปริมาณแคลอรีสูง, การไม่ออกกำลังกาย, หรือการมีพฤติกรรมการทานที่ไม่เหมาะสม การขยายตัวของกราม: หากมีกล้ามเนื้อกรามที่ใหญ่หรือแข็งแรงเกินไป จะทำให้กรามดูชัดเจนและใบหน้าดูเหลี่ยมมากขึ้น อาจเกิดจากการขบเคี้ยวหรือพฤติกรรมการขบฟันที่ทำให้กล้ามเนื้อกรามทำงานหนัก การเปลี่ยนแปลงของกระดูกใบหน้า: เมื่ออายุเพิ่มขึ้น กระดูกบางส่วนในใบหน้าอาจสูญเสียมวลและทำให้ใบหน้าไม่คมชัดหรือดูเบี้ยวไปบ้าง เช่น กระดูกกรามหรือลูกนัยน์ตาอาจเปลี่ยนแปลงตามวัย การสูญเสียความกระชับของผิว: การลดลงของคอลลาเจนและอีลาสตินตามวัย ทำให้ผิวหนังที่ใบหน้าไม่ยืดหยุ่นและเกิดการหย่อนคล้อย ส่งผลให้ใบหน้าดูไม่เรียวและมีลักษณะบวม. พันธุกรรม: โครงสร้างของใบหน้าและกระดูกใบหน้าที่ได้รับมาจากพันธุกรรมก็สามารถมีผลต่อรูปร่างใบหน้าได้ บางคนอาจมีโครงหน้าที่ใหญ่หรือไม่เรียวจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม. ปัญหาสุขภาพ: โรคบางชนิด เช่น โรคไทรอยด์ที่มีผลต่อการเผาผลาญของร่างกาย ก็อาจทำให้ใบหน้าดูบวมและไม่เรียวได้ การดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น การควบคุมอาหาร, การออกกำลังกาย, การรักษาผิวให้กระชับ, และการใช้เทคนิคทางการแพทย์ที่ช่วยปรับรูปหน้า เช่น โปรแกรมโบท็อกซ์, โปรแกรมฟิลเลอร์ หรือการทำโปรแกรมเลเซอร์ ก็สามารถช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นได้ หน้า v shape คือ… หน้าวีเชฟ คือ รูปทรงของใบหน้าที่มีลักษณะเป็นรูปตัว V ซึ่งหมายถึงโครงหน้าที่ดูคมชัดและมีความเรียวลงไปที่บริเวณคาง โดยมักจะมีลักษณะการเน้นกรอบหน้าทั้งสองข้างให้ดูแคบลง และคางมีความเรียวหรือแหลมมากขึ้น ลักษณะนี้มักจะถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความงามและความเยาว์วัยในหลายๆ วัฒนธรรม เพราะช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติและดูอ่อนเยาว์ขึ้น ซึ่งการทำให้ใบหน้ามีรูปทรง V Shape สามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน โดยจุดประสงค์หลักจะเป็นการช่วยกระชับผิวหน้าและยกกระชับกรอบหน้าให้เรียวขึ้นนั่นเอง หน้า V Shape เป็นยังไง? จากที่กล่าวไปข้างต้นว่า ลักษณะรูปหน้า V Shape คือ โครงหน้าที่มีลักษณะเรียวและคมชัด โดยมีลักษณะเด่นที่บริเวณกรอบหน้าทั้งสองข้างที่ค่อย ๆ แคบลงและมีความชัดเจน ส่วนคางจะมีรูปร่างเรียวแหลมหรือเล็กลง ซึ่งทำให้ใบหน้าดูมีมิติและโค้งเว้าแบบตัว V จากกรามถึงคาง ลักษณะนี้มักจะทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และมีความสมส่วนมากขึ้น โดยทั่วไปแล้ว รูปหน้า V Shape จะมีลักษณะดังนี้: กรามและโหนกแก้ม: บริเวณกรามและโหนกแก้มจะไม่กว้างจนเกินไป มีลักษณะเรียวขึ้น ทำให้ใบหน้าดูคมและไม่บาน กรอบหน้า: กรอบหน้าจะมีลักษณะค่อย ๆ แคบลงจากโหนกแก้มไปที่คาง คาง: คางจะมีลักษณะเรียวแหลมหรือแคบลง ซึ่งทำให้ใบหน้าดูยาวขึ้นและสมส่วน จากลักษณะรูปหน้าที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ก็จะเห็นได้ถึงความสมดุลและมีมิติที่สวยงาม จึงทำให้ใบหน้ารูป V Shape เป็นทรงหน้าที่ได้รับความนิยมเพราะทำให้ดูมีเสน่ห์และมีความงามที่สมดุลนั่นเอง ใครบ้างที่เหมาะกับการทำหน้า V Shape? การทำหน้าวีเชฟเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าหรือปรับโครงหน้าให้ดูเรียวขึ้น มีแนวคางที่ชัดเจน และลดความกว้างของใบหน้าส่วนล่าง โดยทั่วไป คนที่เหมาะกับการทำหน้าวีเชฟ ได้แก่: ผู้ที่มีใบหน้ากลมและต้องการให้ดูเรียวขึ้น ผู้ที่มีกรามใหญ่หรือมีกล้ามเนื้อกรามแข็งแรง ซึ่งอาจทำให้รูปหน้าดูกว้างเกินไป ผู้ที่มีปัญหาคางสั้นหรือคางไม่สมดุลกับใบหน้า และต้องการปรับรูปคางให้ยาวขึ้นหรือดูเรียวสมส่วนขึ้น ผู้ที่มีปัญหาไขมันสะสมบริเวณใบหน้าส่วนล่าง เช่น คางสองชั้น หรือแก้มเยอะ ซึ่งทำให้รูปหน้าไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม การปรับรูปหน้าวีเชฟมีหลากหลายวิธี เช่น การใช้โปรแกรมโบท็อกซ์ลดกราม การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ปรับรูปคาง และโปรแกรมร้อยไหม ขึ้นอยู่กับความต้องการและปัญหาเฉพาะของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินวิธีการที่เหมาะสม ทำหน้าวีเชฟคืออะไร และมีวิธีใดบ้าง? การทำหน้าวีเชฟ (V-shape face) เป็นการทำให้รูปหน้าดูเรียวและมีมิติแบบรูปตัว “V” โดยมักใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น การฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ (Botox), โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler), หรือการทำโปรแกรมเลเซอร์ (Laser treatments) เพื่อลดกราม ลดริ้วรอย เพื่อเพิ่มความกระชับให้กับผิวหน้า และโปรแกรมเลเซอร์ยกกระชับ คลื่นวิทยุ คลื่นอัลตราซาวด์ ซึ่งจะทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นและมีลักษณะเฉพาะของรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ของความสวยงามแบบคมชัด รูปหน้าแบบ V-shape เป็นที่นิยมในวงการความงามเนื่องจากช่วยให้ดูอ่อนเยาว์และมีลุคที่ดูสมดุลมากขึ้น 3 หัตถการหน้าเรียว โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้เข็ม จาก Pattippa Clinic ที่ควรรู้จัก การ ปรับรูปหน้า v shape ด้วยหัตถการและเทคโนโลยีด้านความงามนั้นมีหลากหลายวิธี โดยสำหรับ 3 นวัตกรรมสำหรับโปรแกรมยกกระชับเพื่อปรับรูปหน้า ที่ Pattippa Clinicจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้… 1.โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ulthera เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว 2.โปรแกรม Ultraformer เทคโนโลยี Ultraformer นั้น จะแตกต่างจาก Program Ulthera จะได้ช็อตเยอะกว่า ราคาย่อมเยากว่า ทั้งนี้ ยิงได้กระจายได้มากกว่า หลายตำแหน่ง โดย Program Ultraformer เหมาะกับคนที่อายุ 20-30 ต้น ๆ ที่ความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยอาจจะยังไม่ลึกมากนั่นเอง ทั้งนี้ ยังสามารถสลายไขมัน กระตุ้นคอลลาเจน ยกผิวหย่อนคล้อย ยกใบหน้าให้กระชับ ลดและสลายไขมันบนใบหน้าให้ไม่ว่าจะหมุนองศาไหน ก็สวยทุกมุมมอง ถ่ายรูปกับใครก็หน้าเล็ก ไม่ต้องไปหลบอยู่ข้างหลัง เพราะหน้าเล็กสุด ๆ แบบฉุดไม่อยู่ ยิงยก ลงลึก อีกด้วย 3.โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของ Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทุกคนคงเห็นแล้วว่าทั้ง 3 โปรแกรมยกกระชับจากทาง Pattippa Clinic ของเรานั้นมีความหลากหลาย ซึ่งเครื่องไหนจะดีที่สุดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับปัญหารูปหน้าของแต่ละคนนั่นเอง ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ปัญหารูปหน้า เป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจไม่น้อย แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถช่วยยกกระชับหน้าและแก้ไขปัญหาได้ตรงสาเหตุและไร้แผล ก็สามารถช่วยให้ทุก ๆ คนมีใบหน้าและผิวอ่อนเยาว์ขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทันใจมากขึ้น บริการปรับรูปหน้าอื่น ๆ >> บริการปรับรูปหน้า Pattippa Clinic โปรแกรมปรับรูปหน้า V Shape ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงาม ดำเนินการโดยแพทย์ตจปฏิบัติการ (ด้านผิวหนัง) ทุกตัวยาและหัตถการ บริการด้วยความใส่ใจ จริงใจ ไม่ยัดเยียดคอร์ส เพราะเราเชื่อว่าอะไรที่ดี ใช้กับตัวเองจนมั่นใจ เราจึงนำมาใช้กับคนไข้ทุกหัตการ ที่ Pattippa clinic ทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ทั้งหมด

Pattippa Clinic คลินิกดูแลผิวและความงาม
ให้บริการยกกระชับ ปรับรูปหน้า ดูแลหลุมสิว
รอยสิว รวมถึงโปรแกรม Body / Skin / Hair
โดยแพทย์ประเมินให้เหมาะกับแต่ละบุคคล