Articles
รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับผิว รูปหน้า และความงาม เพื่อช่วยให้คุณเลือกการดูแลได้อย่างเหมาะสม
“หน้าเหี่ยวย่น” ปัญหาที่ไม่ได้ส่งผลอันตรายร้ายแรง แต่ส่งผลต่อความมั่นใจของผู้ประสบปัญหาเป็นอย่างมาก โดยไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยบริเวณหน้าผาก หางตา หรือร่องแก้ม ก็ล้วนเป็นสัญญาณของผิวที่เสื่อมสภาพและสูญเสียความยืดหยุ่น อย่างไรก็ตาม หลายคนพยายามหาวิธีรับมือกับปัญหานี้ ทั้งการใช้สกินแคร์ การทำทรีทเมนต์ หรือแม้แต่พึ่งเทคโนโลยีด้านความงามที่ทันสมัย ซึ่งในบทความนี้ Pattippa Clinic จะขอนำเสนอโปรแกรมฟื้นฟูผิวรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจ เหมาะกับการแก้ไขปัญหาผิวหน้าเหี่ยว ผิวหย่อนคล้อยได้อย่างตรงสาเหตุ อย่างโปรแกรม Profiglow ที่ทุกคนควรรู้จักในยุคนี้ หน้าเหี่ยวย่น เกิดจากอะไร ทำไมต้องใช้ โปรแกรม Profiglow เข้าช่วย? “ริ้วรอยและความเหี่ยวย่นบนใบหน้า” ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณของวัยที่หลายคนกังวล ไม่ว่าจะเกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น การขาดความชุ่มชื้น หรือผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น แสงแดดและมลภาวะ ปัจจุบันมีหลากหลายวิธีในการฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น และหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมคือโปรแกรม Profiglow ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูผิวให้เต่งตึงขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด และเพื่อให้ผู้อ่านได้ทำความรู้จักและเข้าใจเกี่ยวกับโปรแรมนี้มากขึ้น ในบทความนี้ Pattippa Clinic จะพาทุกคนไปรู้จักกับปัญหาผิวเหี่ยวย่น สาเหตุ และวิธีแก้ไขด้วยโปรแกรม Profiglow อย่างละเอียด ซึ่งจะมีข้อมูลที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง มาติดตามพร้อม ๆ กัน ปัญหาผิวเหี่ยวย่นเกิดจากอะไร? สำหรับปัญหาผิวเหี่ยวย่นนั้นเป็นผลมาจากหลาย ๆ ปัจจัยที่ส่งผลต่อโครงสร้างของผิวหนัง เช่น… การเสื่อมสภาพของคอลลาเจนและอิลาสติน :เป็นที่ทราบกันดีว่าคอลลาเจนนั้นเป็นโปรตีนสำคัญที่ช่วยให้ผิวเต่งตึง แต่เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายก็ผลิตคอลลาเจนน้อยลง จึงทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและเกิดริ้วรอยนั่นเอง ขาดความชุ่มชื้น :เพราะผิวที่ขาดน้ำมีลักษณะที่แห้ง ไม่มีความยืดหยุ่นเพียงพอ จึงทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้นกว่าผิวรูปแบบอื่น ๆ ผลกระทบจากรังสียูวี : เนื่องจากแสงแดดทำให้คอลลาเจนถูกทำลายเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย อาจเกิดขึ้นได้แม้แต่ในกลุ่มผู้ที่มีอายุน้อย พฤติกรรมที่เร่งให้ผิวเสื่อมเร็ว :เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ พักผ่อนไม่เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง ล้วนส่งผลให้ผิวเหี่ยวย่นเร็วขึ้นทั้งสิ้น ดังนั้น การเข้าใจถึงปัจจัยที่ทำให้ผิวเหี่ยวย่นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยให้เราสามารถดูแลและป้องกันปัญหาผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ การปกป้องผิวจากแสงแดด หรือการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม นอกจากนี้ การเลือกใช้เทคโนโลยีฟื้นฟูผิวที่เหมาะสม เช่น โปรแกรม Profiglow ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยและคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง ผิวเหี่ยวย่น แก้ยังไงได้บ้าง? การดูแลผิวเพื่อชะลอและลดเลือนริ้วรอยสามารถทำได้หลายวิธี เช่น… การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของเรตินอล กรดไฮยาลูโรนิก และสารต้านอนุมูลอิสระ การปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น นอนหลับให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้มากขึ้น และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การเข้ารับทรีทเมนต์หรือโปรแกรมฟื้นฟูผิว เช่น โปรแกรม Profiglow ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอนั้นเป็นกุญแจสำคัญในการชะลอและลดเลือนริ้วรอย ไม่ว่าจะเป็นการใช้สกินแคร์ที่เหมาะสม การป้องกันผิวจากแสงแดด หรือการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ดีขึ้น ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน เทคโนโลยีด้านความงามอย่างโปรแกรม Profiglow ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียน กระชับ และดูอ่อนเยาว์ขึ้น แลดูเป็นธรรมชาติอีกด้วย ทำความรู้จัก โปรแกรม Profiglow คืออะไร มีจุดเด่นยังไง และผลลัพธ์ที่ได้หลังการรักษาเป็นอย่างไรบ้าง? จากที่ได้กล่าวไปตั้งแต่ข้างต้นว่า โปรแกรม Profiglow หรือ โปรแกรม Profhilo นั้น เป็นโปรแกรมฟื้นฟูผิวที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยและความเหี่ยวย่นโดยใช้พลังงานความร้อนที่ควบคุมได้อย่างแม่นยำ เทคนิคนี้ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ ทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียนและกระชับขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด จุดเด่นของโปรแกรม Profiglow 1. ไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน หนึ่งในข้อได้เปรียบที่สำคัญของโปรแกรม Profiglow คือ เป็นวิธีฟื้นฟูผิวที่ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดหรือใช้เข็มฉีดยา ซึ่งหมายความว่าผู้เข้ารับบริการสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ทันทีหลังทำ ไม่ต้องกังวลเรื่องระยะพักฟื้นเหมือนกับการทำศัลยกรรมหรือนวัตกรรมที่มีการรบกวนผิวในระดับลึก 2. ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายใน ฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงขึ้น เทคโนโลยีของโปรแกรม Profiglow ทำงานโดยการส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวอย่างล้ำลึก กระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินตามธรรมชาติของร่างกาย เมื่อคอลลาเจนถูกสร้างขึ้นใหม่ ผิวจะค่อย ๆ กระชับ เต่งตึง และดูสุขภาพดีขึ้น นอกจากช่วยลดเลือนริ้วรอยแล้ว ยังช่วยให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น และสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดียิ่งขึ้น 3. เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ผิวดูอ่อนเยาว์และเรียบเนียนขึ้น หลังจากเข้ารับการรักษาด้วยโปรแกรม Profiglow ผู้ใช้ส่วนใหญ่มักสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวภายในไม่กี่สัปดาห์ ริ้วรอยและร่องลึกดูตื้นขึ้น ผิวกระชับขึ้น สีผิวดูสม่ำเสมอและเปล่งปลั่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ผลลัพธ์ยังดูเป็นธรรมชาติ ไม่ทำให้ใบหน้าดูแข็งหรือเปลี่ยนแปลงมากเกินไป 4. เหมาะกับทุกสภาพผิว โปรแกรม Profiglow ได้รับการออกแบบให้สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม หรือแม้แต่ผิวบอบบางแพ้ง่าย โดยไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง เนื่องจากเป็นนวัตกรรมที่มีความแม่นยำสูงและไม่ทำลายเนื้อเยื่อผิวหนังชั้นบน ทำให้ผู้เข้ารับบริการสามารถมั่นใจและไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษา ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดนี้ จึงทำให้โปรแกรม Profiglow เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้กลับมาดูอ่อนเยาว์ แลดูธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้สารเติมเต็มใด ๆ ที่อาจส่งผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ตามมา ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำโปรแกรม Profiglow เมื่อได้รับบริการโปรแกรม Profiglow ผู้เข้ารับการรักษามักพบการเปลี่ยนแปลงที่น่าพอใจในหลายๆ ด้านของผิวพรรณ ดังนี้… ผิวกระชับขึ้น : โปรแกรมนี้ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ซึ่งจะช่วยให้ผิวดูตึงและกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในบริเวณที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย หรือริ้วรอยลึก เช่น บริเวณกรอบหน้าและลำคอ ริ้วรอยลดเลือนลง : ด้วยเทคโนโลยีที่ใช้ในโปรแกรม Profiglow สามารถลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงอารมณ์ หรือการเสื่อมสภาพของผิวที่เกิดจากอายุ เช่น ริ้วรอยรอบดวงตาและมุมปาก ทำให้ผิวดูกระชับและเรียบเนียนขึ้น สีผิวสม่ำเสมอและเรียบเนียน : โปรแกรมนี้ช่วยปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดจุดด่างดำและรอยหมองคล้ำ รวมถึงช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสและดูสุขภาพดี ผิวดูอ่อนเยาว์และชุ่มชื้น : การเพิ่มความชุ่มชื้นและการฟื้นฟูผิวจะทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และสดชื่นขึ้น รวมถึงช่วยลดความแห้งกร้านที่เกิดจากมลภาวะและการเสื่อมสภาพตามอายุ โปรแกรม Profiglow เหมาะกับใครบ้าง? โปรแกรม Profiglow เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวและลดเลือนปัญหาผิวพรรณ โดยไม่ต้องพึ่งการศัลยกรรมหรือกระบวนการที่รุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มต่อไปนี้… ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยและความเหี่ยวย่น เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้า เช่น ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ร่องแก้ม หรือรอยย่นบนหน้าผาก โปรแกรมนี้จะช่วยลดเลือนริ้วรอยเหล่านั้นให้ดูจางลงอย่างชัดเจน ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้เต่งตึงขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการความกระชับของผิวในพื้นที่ต่างๆ เช่น หน้าและลำคอ โดยไม่ต้องการผ่าตัดศัลยกรรมหรือลงทุนในวิธีที่มีความเสี่ยง โปรแกรม Profiglow สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ดี ผู้ที่ต้องการลดเลือนร่องลึกบริเวณหน้าผาก ร่องแก้ม และรอบดวงตา โปรแกรมนี้ช่วยเติมเต็มร่องลึกเหล่านี้ให้ดูตื้นขึ้น ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสและเรียบเนียน ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยจากอายุที่เพิ่มขึ้น การสูญเสียคอลลาเจนและอิลาสตินทำให้ผิวเริ่มมีการหย่อนคล้อยตามวัย การทำโปรแกรมนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูผิวให้กลับมาดูตึงและกระชับขึ้นอีกครั้ง ทั้งนี้ นอกจากกลุ่มผู้ที่เหมาะกับกับการทำโปรแกรม Profiglow ที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว โปรแกรมนี้ก็ยังเหมาะมากกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวอย่างล้ำลึก และต้องการผลลัพธ์โดยไม่ต้องเสี่ยงหรือใช้เวลานานในการฟื้นฟูผิว เช่น การศัลยกรรมหรือสารเติมเต็มอื่น ๆ อีกด้วย ข้อควรรู้ก่อนเข้ารับบริการ ด้วยหัตถการต่าง ๆ ที่ Pattippa Clinic มีวิธีไหนบ้าง? การเตรียมตัวก่อนทำ : ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดจัด และงดใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของเรตินอลหรือกรดผลไม้ล่วงหน้า 2-3 วัน ระหว่างให้บริการ : อาจรู้สึกอุ่น ๆ ที่ผิวขณะรับบริการ แต่ไม่รู้สึกเจ็บ การดูแลหลังทำ : หลีกเลี่ยงการออกแดดจัดเป็นเวลา 24-48 ชั่วโมง และใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวมากขึ้น จากข้อมูลเบื้องต้นทั้งหมดที่กล่าวมา ทุกคนจะเห็นได้แล้วว่า โปรแกรม Profiglow นั้นถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้กลับมาดูอ่อนเยาว์และกระชับ โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดหรือสารเติมเต็มที่อาจมีผลข้างเคียง การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินจากภายในทำให้ผิวของทุกคนกลับมาดูสดใส เรียบเนียน และดูมีชีวิตชีวามากขึ้นในระยะเวลาไม่นาน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย หรือผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียน ดังนั้น หากสนใจ สามารถเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ได้เพื่อทราบรายละเอียดอีกครั้งก่อนเข้ารับบริการ สรุปข้อควรรู้เกี่ยวกับ โปรแกรม Profiglow ในการแก้ไขปัญหาผิวเหี่ยวย่น ปัญหาผิวเหี่ยวย่นเป็นสิ่งที่หลายคนต้องเผชิญเมื่ออายุเพิ่มขึ้น แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการดูแลผิวที่เหมาะสมและเทคโนโลยีความงามที่ทันสมัยอย่าง โปรแกรม Profiglow ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูผิวให้กลับมาเต่งตึงอีกครั้ง สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีลดเลือนปัญหาริ้วรอย โปรแกรม Profiglow อาจเป็นตัวเลือกที่ดีให้กับทุกคน โปรแกรม Profiglow ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน
Facial design หรือ การปรับรูปหน้า เป็นอีกหนึ่งบริการที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจเพราะกำลังประสบปัญหารูปหน้ากันอยู่ ซึ่งต้องบอกก่อนว่าแม้ปัญหารูปหน้าจะฟังดูไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ แต่จริง ๆ แล้วก็สามารถทำให้ผู้ประสบปัญหาสูญเสียความมั่นใจได้เป็นอย่างมากทีเดียว ซึ่งปัจจุบันการ “ปรับรูปหน้าเรียว” กำลังเป็นที่นิยม โดยเทคนิคนี้จะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ ปัญหาที่เกิดขึ้นบนใบหน้านั้นมีหลากหลาย เช่น การปรับรูปหน้าบาน กรามใหญ่ หน้าเหลี่ยม หน้าตอบ กระดูกโหนกแก้มเด่น หน้าหัก สัดส่วนหน้าไม่สวยงาม เช่น คางสั้น จมูกสั้น หน้าผากแคบ ขมับตอบ แก้มตอบ กระดูกทรุดตัวบริเวณส่วนกลางใบหน้า หรือ มิดเฟส (Midface) ฯลฯ ซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจในการใช้ชีงวิตประจำวันของผู้ประสบปัญหามาก ๆ ซึ่งปัจจุบันมีวิธีทางการแพทย์ในการช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กอยู่หลายวิธี ขึ้นกับปัญหาของแต่ละคน โดยจะมีวิธีใดบ้างมาติดตามไปพร้อม ๆ กัน Facial Design เพิ่มมิติให้ใบหน้า ที่ Pattippa Clinic มีปัญหาหน้าไม่เท่ากัน หน้าเบี้ยว ใบหน้าไม่สมส่วน อยากปรับรูปหน้า แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ? เชื่อได้ว่าเป็นปัญหาที่หลาย ๆ คนกำลังเผชิญอยู่อย่างแน่นอน ต้องบอกก่อนว่าการ “ปรับรูปหน้า” ให้เรียวเล็ก หรือ “หน้าวีเชฟ” เป็นสิ่งหลายคนต้องการไม่ว่าจะเป็นเพศไหน ๆ การมีรูปหน้าที่สมส่วนเหมาะรับกับองค์ประกอบเครื่องหน้าถือเป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน ดังนั้น เทคนิคทางการแพทย์ในการช่วยแก้ไขปัญหารูปหน้าต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นจึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับทุก ๆ คน โปรแกรมปรับรูปหน้า เหมาะกับใคร? สำหรับบริการปรับรูปหน้านั้นเหมาะกับผู้มีปัญหาหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น… หน้าบาน หน้าใหญ่ หน้าเหลี่ยม กรามใหญ่ หน้าไม่เรียว มีไขมันสะสม หน้าตอบ กระดูกโหนกแก้มเด่น กล้ามเนื้อหย่อนคล้อยเนื่องด้วยอายุที่มากขึ้น สัดส่วนหน้าไม่สวยงาม โดยในแต่ละเคสก็จะมีปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น จากที่ได้กล่าวไปว่าในปัจจุบันมีวิธีทางการแพทย์ในการช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กอยู่หลายวิธี ขึ้นกับปัญหาของแต่ละคน บางคนใช้แค่วิธีเดียวก็ได้ผล บางคนอาจต้องใช้หลายวิธีร่วมกันจึงจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ จึงควรเข้ารับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนเข้ารับบริการเพื่อทราบแนวทางการรักษาที่ละเอียดมากขึ้น 7 โปรแกรมการปรับรูปหน้า ที่ Pattippa Clinic สำหรับเทคนิคทางการแพทย์เพื่อช่วยแก้ไขปัญหารูปหน้านั้นมีหลายรูปแบบด้วยกัน ดังนี้… โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปหน้า แก้ปัญหาหน้าไม่เท่ากัน เป็นวิธีที่ได้รับความนิยม และเป็นหัตถการต้น ๆ ซึ่งสามารถแก้ปัญหาหน้าไม่เท่ากันได้หลายตำแหน่ง โดยการเติมโปรแกรมฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปหน้าให้เกิดความสมดุลมีมิติ หมอจะต้องประเมินสัดส่วนใบหน้า เพื่อหาจุดบกพร่องที่ต้องแก้ไข และฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่ควรเติมอย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้ใบหน้าได้รูปสมส่วนมากขึ้น ( รีวิว Program Filler จาก Pattippa Clinic ) โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ การปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับ ด้วยโปรแกรมโบท็อกซ์ลดกราม ซึ่งเหมาะกับคนที่กล้ามเนื้อกรามใหญ่ (Masseter) วิธีการปรับรูปหน้าด้วย Botulinum toxin หรือ โบท็อก จะช่วยปรับลดการทำงานของกล้ามเนื้อ โดยโปรแกรมโบท็อกซ์จะช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อขยับน้อยลง กล้ามเนื้อจะมีขนาดเล็กลงทำให้กรอบหน้าค่อย ๆ ดูเรียวเล็ก จากกล้ามเนื้อที่ขนาดเล็กลงได้นั่นเอง ( รีวิว Program Botulinum toxin จาก Pattippa Clinic ) โปรแกรมฉีดเมโสแฟต เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการปรับรูปหน้าให้เล็ก และเรียวขึ้นได้ ด้วยหลักการทำงานของตัวโปรแกรม เมโสแฟต ซึ่งเป็นตัวยาที่ออกฤทธิ์ช่วยสลายไขมัน เข้าไปบริเวณแก้มที่ใหญ่หรือมีไขมันสะสม ทำให้ไขมันลดลง แก้มเล็กลง และใบหน้าโดยรวมเรียวสวยขึ้น ในตัวโปรแกรมเมโสแฟต จะมี Artichoke extract (Cynara scolymus) เป็นสารที่ออกฤทธิ์หลักโดยสามารถช่วยลดเนื้อเยื่อไขมัน ลดการสังเคราะห์กรดไขมัน เหมาะกับคนที่ต้องการลดไขมันเฉพาะจุด สามารถฉีดสลายไขมันบริเวณแก้ม หรือที่หลาย ๆ คนรู้จัก คือ ฉีดแฟตแก้ม หรือ แฟตเหนียง นั่นเอง ( รีวิว ยกกระชับใบหน้า จาก Pattippa Clinic ) โปรแกรมร้อยไหม เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหน้าอ้วนกลม หน้าไม่เรียวเข้ารูป ประกอบกับมีความหย่อนคล้อยของชั้นผิว การปรับรูปหน้าด้วยการร้อยไหมเป็นอีกหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมครับ สามารถช่วยยกหน้าและกระชับผิวได้ ( รีวิว โปรแกรมร้อยไหม จาก Pattippa Clinic ) ยกกระชับ ปรับรูปหน้า ด้วยโปรแกรม Hifu เป็นเทคนิคที่ใช้หลักการทำงานโดยใช้คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ยิงเข้าไปใต้ชั้นผิวแต่ละชั้นเพื่อทำให้ผิวชั้นนั้นหดตัวเสมือนกับการเย็บที่เนื้อ ช่วยดึงหน้าขึ้น ส่งผลให้ผิวดูยกกระชับและอ่อนเยาว์มากขึ้น ( รีวิว โปรแกรมยกกระชับใบหน้า จาก Pattippa Clinic ) ยกกระชับ ปรับรูปหน้า ด้วยโปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมาก ( รีวิว Program Ulthera จาก Pattippa Clinic ) ยกกระชับ ปรับรูปหน้า ด้วยโปรแกรม Thermage เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องผ่าตัดคงผลลัพธ์ได้นาน 1-2 ปีโดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก ( รีวิว Program Thermage จาก Pattippa Clinic ) อย่างไรก็ดี แม้แนวทางทั้งหมดนี้จะเป็นวิธีทางการแพทย์ แต่ผู้สนใจเข้ารับบริการทุกคนควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน เพื่อที่จะได้รับทราบถึงแผนการรักษาและนำไปประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับบริการอย่างละเอียดอีกครั้ง ติดตามข้อมูล โปรแกรม Facial Design ที่ Pattipa Clinic เพิ่มเติมที่ >> Facial Service Facial Design ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน
“รักษาสิว” โปรแกรมการรักษาที่ผู้ประสบปัญหาหลาย ๆ คนกำลังศึกษาเพื่อหาแนวทางแก้ไขให้ปัญหาสิวนี้หมดไป ซึ่งต้องบอกก่อนว่า “สิว” ถือเป็นต้นเหตุที่ทำให้หลายคนรู้สึกเสียความมั่นใจ เพราะคนส่วนใหญ่ยังชื่อว่าคนเป็นสิว ไม่ว่าที่ลำตัว หรือหน้า การมีสิวเกิดจากการไม่รักษาความสะอาด แต่แท้จริงแล้วความสกปรกไม่ใช่สาเหตุส่วนใหญ่ของการเกิดสิว และสิวยังคงสามารถเกิดขึ้นได้แม้จะรักษาความสะอาดดีแล้วก็ตาม ดังนั้น เมื่อทราบเช่นนี้ ก็คงทำให้ทุกคนเกิดความสงสัยขึ้นไปอีกว่าแนวทางกการรักษาควรเป็นเช่นไร ในบทความนี้ Pattippa Clinic มีคำตอบมาให้ศึกษากัน รักษาสิว เผยผิวหน้ากระจ่างใส หมดกังวลการรักษาแบบเลี้ยงไข้ ที่ Pattippa Clinic สิว เป็นเรื่องที่พบได้ทั้งกับเพศหญิงและเพศชาย เพราะเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ทุกคนก็จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนครั้งใหญ่ หลายคนเป็นสิวยาวนานจนโตเป็นผู้ใหญ่ แต่บางคนอาจจะมาเป็นสิวภายหลังเมื่อผ่านพ้นช่วงวัยรุ่นไปแล้วก็เป็นได้ เพราะการเกิดสิวมีปัจจัยประกอบหลายอย่างที่ต่างกัน ปัญหาสิวที่พบ มีตั้งแต่การอุดตันเล็กน้อย สิวอักเสบมากทั่วทั้งใบหน้า หรือรวมไปถึงเป็นสิวที่หน้าอกและหลังด้วย ผลกระทบที่ตามมาคือทำให้ผู้ที่เป็นสิวเสียความมั่นใจ ทำให้เสียบุคลิกภาพและถือเป็นปัญหาใหญ่ในการใช้ชีวิตประจำวันเลยทีเดียว สิว คือ… สิว คือตุ่มเม็ดเล็กๆบนใบหน้าที่เกิดจากการอุดตันของรูขุมขนที่อยู่ใต้ผิวหนัง สิวมักขึ้นบริเวณบนใบหน้า ที่ถือเป็นปัญหากวนใจเรื้อรัง และส่งผลกระทบต่อผิวหนังในระยะยาว อย่าง รอยสิว ไปจนถึงแผลเป็นหลุมสิว จนทำให้ขาดความมั่นใจ โดยสิวจะมีหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น สิวอุดตัน สิวอักเสบที่เป็นตุ่มแดง ตุ่มหนอง ไปจนถึงสิวอักเสบขนาดใหญ่ สิว เกิดจากอะไรได้บ้าง? สิวเกิดจากการอุดตันของรูขุมขนที่อยู่ใต้ผิวหนัง โดย สิวมักจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเกิดการผลิตน้ำมันมากเกินไปในต่อมไขมันใต้ผิวหนัง น้ำมันส่วนมากที่สร้างปัญหาสิวเป็นน้ำมันจากต่อมไขมันที่ชื่อว่าเซบัม (sebum) การอุดตันของเซบัมสามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากหลายสาเหตุ ฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่นในช่วงวัยรุ่น หรือระหว่างรอบเดือนของผู้หญิง สามารถกระตุ้นการผลิตน้ำมันที่มากขึ้นและนำไปสู่การเกิดสิว กรรมพันธุ์ หากมีคนในครอบครัวที่มีประวัติเป็นสิว ก็มีโอกาสที่จะเกิดสิวได้มากขึ้น การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันหรือสารเคมีที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนและนำไปสู่การเกิดสิว ความเครียด ความเครียดอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและกระตุ้นการเกิดสิว อาหาร อาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูง อาจกระตุ้นการเกิดสิวในบางคน อย่างไรก็ตาม นอกจากสาเหตุต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว “พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน” ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่มีผลต่อการความมันบนผิวหนัง ฮอร์โมนในร่างกาย พันธุกรรม รวมถึง การสะสมสิ่งสกปรกอุดตันในรูขุมขนสามารถทำให้เกิดสิวได้ หากเกิดสิวแล้วควรรักษาอย่างถูกวิธี และแนะนำปรึกษาแพทย์ผู้เชียวชาญด้านผิวหนังโดยเฉพาะซึ่งช่วยให้การรักษาได้ประสิทธิภาพมากที่สุด สิวมีกี่ประเภท อะไรบ้าง? จากที่กล่าวไปว่า “สิว” เป็นความผิดปกติอย่างหนึ่งของผิวหนัง ซึ่งเป็นภาวะการเกิดความผิดปกติบริเวณรูขุมขนและต่อมไขมันในรูขุมขน (Pilosebaceous unit) สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกายไม่ใช่เฉพาะใบหน้าเพียงอย่างเดียว สาเหตุของการเกิดสิวไม่ได้เกิดขึ้นเพราะการไม่รักษาความสะอาด แต่เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ และทำให้เกิดสิวได้หลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีวิธีดูแลรักษาต่างกันออกไป สำหรับประเภทของสิวสามารถแบ่งออกเป็น 2 หมวดใหญ่ ๆ ดังนี้… 1. สิวอักเสบ (Inflammatory Acne) สิวอักเสบเกิดจากอะไร สิวอักเสบ (Inflammatory Ance) เกิดจากปฎิกิริยาของผิวหนังต่อสิ่งแปลกปลอม ที่มีเชื้อแบคทีเรียกชื่อว่า C.acnes เป็นปัจจัยที่สำคัญ โดย C.Acnes มีเอนไซม์ lipase ย่อยไขมันจนเกิดเป็นกรดไขมัน (free fatty acid) ออกมาข้างนอกบริเวณผิวหนัง กระตุ้นให้เกิดการอักเสบและ C.acnes ยังกระตุ้นให้มีการหลั่ง protease cytokines ที่ทำให้เกิดการอักเสบเช่นกัน 2. สิวอุดตัน (Non-Inflammatory Acne) สิวอุดตัน เกิดจากอะไร สิวอุดตันหรือสิวไขมันอุดตัน คือสิวไม่อักเสบประเภทหนึ่ง มีลักษณะเป็นสิวหัวนูนออกมาจากผิวหนัง เมื่อจับไปจะรู้สึกถึงความไม่เรียบ เกิดจากการอุดตันของรูขุมขนบนผิวหนัง บางครั้งสิ่งอุดตันที่เราเรียกกันว่าหัวสิว ก็โผล่ออกมาให้เห็นได้จากภายนอกเช่นกัน ทั้งนี้ สำหรับการรักษา นอกจากประเภทของสิวแล้ว แพทย์ต้องทำการแบ่งประเภทตามความรุนแรงของสิวที่เกิดขึ้นด้วย โดยความรุนแรงแต่ละระดับนั้น จะใช้เทคนิคหรือโปรแกรมการรักษาที่ต่างกันออกไป ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและทำการวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละเคสมากที่สุด การรักษาสิว มีกี่แบบ? การรักษาสิวประเภททั่วไปนั้น สามารถแบ่งได้หลัก ๆ 3 วิธีด้วยกัน 1. การรับประทานยาและการทายา อาจใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือใช้สองวิธีร่วมกันก็ขึ้นอยู่กับปัญหาสิวว่ามีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด ถ้าสิวมีการอักเสบมาก กลายเป็นสิวหัวช้าง อาจต้องฉีดยาให้ยุบเร็วขึ้น 2. การรักษาด้วยแสง ( LED Light ) สำหรับคนที่มีปัญหาสิวอักเสบ จำนวนมากหรือดื้อยา แสง LED จะช่วยลดการอักเสบของสิว และฆ่าเชื้อแบคทีเรีย 3. การรักษาด้วยโปรแกรม Skin Detox หรือ การดีท็อกซ์ผิวหน้า ถือเป็นหนึ่งในแนวทางที่สามารถจบปัญหาสารพัดสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผิวอักเสบ ผิวหมองคล้ำไม่สดใส ตัวการร้ายกวนใจ พร้อมเผยใบหน้าเรียบเนียนใส ซึ่งเป็นนวัตกรรมทำความสะอาดผิวแบบล้ำลึก ล้างสารพิษ ช่วยให้ผิวใสและลดโอกาสในการเกิดสิวได้ดีมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นอกจากการรักษาตามจุดต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ สิ่งสำคัญคือ เมื่อเริ่มเป็นสิวแล้วก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ต้องรู้จักวิธีดูแลผิวหน้าอย่างถูกต้อง คือ “การไม่แกะหรือบีบสิว” และควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกจุด รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับการดูแลสภาพผิวของแต่ละคน เพราะหากขาดการดูแลที่ดี อาจสร้างรอยแผลเป็นบริเวณที่เกิดสิว กลายเป็นหน้าพังยับเยินซึ่งมาแก้ไขภายหลังได้ยาก ( รีวิว โปรแกรม ลดปัญหาสิว จาก Pattippa Clinic ) โปรแกรมรักษาสิวด้วย Skin Detox ที่ Pattippa Clinic สำหรับโปรแกรม Skin Detox เพื่อรักษาสิวที่ Pattippa Clinic ของเรานั้น จะเป็นโปรแกรมการรักษาที่ออกแบบมาเพื่อการขับล้างสารพิษออกจากผิวโดยเฉพาะ โดยเป็นการกระตุ้นให้เซลล์ผิวขับล้างสารพิษออกทางระบบน้ำเหลืองและเป็นการกระจายสารอาหารไปในตัว ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาผิวได้อย่างหลากหลาย เช่น… ลดปัญหาสิว ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ลดปัญหาผิวหมองคล้ำ จากมลภาวะ และความเครียด ช่วยปรับผิวให้ดูสดใส สุขภาพดีจากภายใน ดีท็อก ผิวใสช่วยกระตุ้นการทำงานของอวัยวะที่ทำหน้าที่ในการขับถ่าย อาทิ ตับ ลำไส้ ต่อมน้ำเหลือง ฯลฯ ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด ช่วยส่งสารอาหารและวิตามินที่จำเป็นต่อผิวได้อย่างเพียงพอ การ Detox หน้า ช่วยปรับสมดุลให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดีมากยิ่งขึ้น Detox ผิว ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ ให้ดูจางลง อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ต่าง ๆ ที่กล่าวมาจะขึ้นอยู่กับการตอบสนองการรักษาของคนไข้แต่ละเคสด้วย ซึ่งหากคนไข้ท่านใดที่ส่วนใจ สามารถเข้ารับคำแนะนำจากแพทย์ที่ Pattippa Clinic ได้ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิดและให้คำแนะนำอย่างละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนจบ ติดตามข้อมูล โปรแกรมรักษาสิว จาก Pattippa Clinic เพิ่มเติมที่ >> Scars Service รักษาสิว ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน
เรเดียส ฉีดหน้า เป็นอีกหนึ่งหัตถการที่หลาย ๆ คนอาจยังไม่รู้จัก ซึ่งโปรแกรม เรเดียสซ์ (Radiesse) นั้นเป็นโปรแกรมฟิลเลอร์ชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยในเรื่องของการกระชับใบหน้าและเติมเต็มริ้วรอยให้หน้ากลับดูอ่อนเยาว์ลงได้เช่นกัน แม้ในส่วนใหญ่เราอาจคุ้นเคยกับโปรแกรมฟิลเลอร์ที่นำมาฉีดเพื่อเติมเต็มตามส่วนต่าง ๆ ของใบหน้าเพื่อให้ได้รูปทรงที่สวยงามมากขึ้น แต่สำหรับโปรแกรม เรเดียสซ์ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของโปรแกรมฟิลเลอร์ที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาผิวได้อย่างมากมาย มันจึงเป็นอีกหนึ่งหัตถการที่น่าสนใจนั่นเอง เรเดียส ฉีดหน้า คืออะไร ให้ผลลัพธ์กับผิวยังไงบ้าง? โปรแกรม Radiesse (เรเดียสซ์) มีสารสำคัญในการออกฤทธิ์คือ CaHA microsphere (คา-ฮ่า ไมโครสเฟียร์) ที่มีรูปร่างและขนาดที่เป็นเอกลักษณ์ นั่นคือ มีลักษณะเป็นทรงกลม ขนาดอนุภาคสม่ำเสมอกันอยู่ในช่วง 25-45 ไมครอน ส่งผลให้ฟื้นฟูการทำงานของ Fibroblast ทำให้มีการกระตุ้นสร้างสารสำคัญทั้ง 5 ตัวทีมีส่วนช่วยให้ผิวสุขภาพดี ดูอ่อนเยาว์ ทั้งนี้ ยังเป็นการสารฉีดกระตุ้นการสร้างเส้นใยตาข่ายผิวใหม่แบบครบ 5 ประการเลยทีเดียว โดยผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ โปรแกรม Radiesse 5 ประการ ประกอบด้วย… ผิวสุขภาพดีขึ้น ผิวเฟิร์ม อิ่มฟู เด้ง กระชับ ริ้วรอยร่องตื้นลดลง ใบหน้ายกกระชับ ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ คงผลลัพธ์นานถึง 2 ปี โดยเป็น 5 ผลลัพธ์ที่เป็นจุดโดดเด่นของการฉีดโปรแกรม Radiesse เลยก็ว่าได้ โปรแกรม Radiesse Filler ฉีดจุดไหนได้บ้าง ? โปรแกรม Radiesse filler สามารถฉีดแก้ไขรอยพับและร่องลึกบริเวณใบหน้า เช่น … ใบหน้า หน้าแก้ม ร่องแก้ม ร่องนํ้าหมาก หลังมือ ทั้งนี้ ไม่แนะนาให้ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณกล้ามเนื้อรอบดวงตา ร่องระหว่างคิ้ว จมูก ปาก และรอบปาก ซึ่งถ้าหากคนไข้มีปัญหาผิวและมีความกังวลในจุดนี้ก็สามารถเลือกทำหัตถการอื่น ๆ แทนได้ อย่างการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ก็จะเป็นการแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่า มาดูกัน โปรแกรม Radiesse เหมาะกับใครบ้าง? สำหรับหัตถการนี้ แม้จะเป็นหัตถการเล็ก ๆ ไม่ซับซ้อน แต่ต้องบอกก่อนว่าเหมาะกับผู้มีปัญหาผิวมากมาย เช่น… คนที่ผิวหน้าขาดคอลลาเจน ไม่มีวอลลุ่ม คนที่มีผิวหน้าหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด คนที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณหลังมือ ลำคอ คนที่มีผิวแห้ง ผิวหมองคล้ำ ขาดความชุ่มชื้น มีรูขุมขนกว้าง คนที่มีผิวหนังยุบลง มีรอยแผลเป็น มีรอยบุ๋ม หรือมีหลุมสิวที่ไม่ลึกมาก คนที่มีริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้า เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ร่องมุมปาก คนที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป มีริ้วรอยที่เกิดขึ้นตามวัย ต้องการมีผิวเด็ก อยากเพิ่มคอลลาเจนให้ผิว อย่างไรก็ตาม นอกจากผู้ที่เหมาะกับการทำโปรแกรม Radiesse แล้ว ก็ยังมีผู้ที่ควรระมัดระวังการเข้ารับการฉีดโปรแกรม Radiesse ด้วย ดังนั้น ก่อนเข้ารับบริการควรปรึกษากับแพทย์ก่อนเพื่อความปลอดภัย การทำงานของโปรแกรม Radiesse มีกลไกยังไง? หลักการทำงานของโปรแกรม Radiesse filler นั้น จะเริ่มจากการที่แพทย์ฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นระนาบใต้ผิว เมื่อตัวยาเข้าไปในผิวแล้ว จะกระตุ้นการทำงานของ Fibroblasts (ไฟโบรบลาส) ที่เป็นเซลล์ต้นกำเนิดคอลลาเจนในผิวให้มีจำนวนมากขึ้น หลังจากนั้นอนุภาค CaHA จะก่อตัวเป็นโครงสร้าง และเกิดการกระตุ้นเซลล์ให้ผลิตคอลลาเจนรอบ ๆ โครงสร้าง หรือเส้นใยตาข่าย 3 มิติ (3D Matrix) ทําให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว เสริมความแข็งแรงถึงโครงสร้างรอบเซลล์ผิวในผิวชั้นลึก หลังฉีดผิวจะถูกเติมเต็มได้ทันที อิ่มฟูขึ้น นอกจากนี้ CaHA ยังเข้าไปช่วยฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพจากอายุที่มากขึ้น กระตุ้นให้เกิดการสร้าง Elastin ในชั้นผิวสูงถึง 250% ทำให้ผิวยืดหยุ่นและคืนตัวได้ดี ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคตได้ หลังฉีดโปรแกรม Radiesse ใช้ระยะเวลา กี่วันจึงเริ่มเห็นผลลัพธ์ การฉีดสารเติมเต็มผิวเพื่อแก้ไขปัญหาริ้วรอย และเสริมสร้างโครงหน้าเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในวงการความงาม เนื่องจากเป็นสารเติมเต็มที่มีประสิทธิภาพสูง และเป็นที่รู้จักกันดี คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “การฉีดโปแกรม Radiesse กี่วันเห็นผล ?” โดยเราสามารถแบ่งผลลัพธ์ออกตามช่วงเวลาต่าง ๆ ดังนี้ค่ะ… 1. หลังทำหัตถการทันที หลังจากการฉีดตัวยา ผู้รับการรักษาจะเห็นผลลัพธ์บางส่วนทันที ผิวจะดูเต็มอิ่มขึ้น และริ้วรอยลึกจะดูตื้นขึ้น เนื่องจากสารเติมเต็มที่ถูกฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนังทำให้ผิวดูเรียบเนียน และเป็นธรรมชาติขึ้น 2. หลังจากเข้ารับบริการ 1-2 สัปดาห์ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการฉีด ร่างกายจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการปรับตัว และกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ชั้นผิว ซึ่งจะทำให้ผลลัพธ์ดูชัดเจน และสมบูรณ์มากขึ้น ระยะเวลานี้ผิวจะดูเรียบเนียน และยืดหยุ่นขึ้น ส่งผลให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น 3. ผลลัพธ์ระยะยาว ตัวยามีความสามารถในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานถึง 12-18 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และการดูแลรักษาของคนไข้ การสร้างคอลลาเจนใหม่จะทำให้ผิวดูเนียนนุ่ม และยืดหยุ่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ผลลัพธ์ของการฉีดจะขึ้นอยู่กับตัวบุคคลด้วย เนื่องจาก สภาพผิว และอายุของคนไข้มีผลต่อระยะเวลาการเห็นผล และความคงทนของผลลัพธ์ ผิวที่มีคอลลาเจนปริมาณมากจะดูเป็นธรรมชาติ และให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน คงสภาพผลลัพธ์หลังทำหัตถการได้ยาวนานกว่าโครงสร้างผิวที่มีปริมาณคอลลาเจนน้อยนั่นเอง การฉีดโปรแกรม Radiesse (เรเดียสซ์) อันตรายมั้ย การตัดสินใจเกี่ยวกับการรับบริการ เพื่อเสริมสร้างโครงหน้า และลดเลือนริ้วรอยเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่ควรพิจารณาก่อนการตัดสินใจคือความปลอดภัยของกระบวนการ บทความนี้จะช่วยให้คนไข้เข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัย และเปรียบเทียบความเสี่ยงกับประโยชน์ของการใช้งานเหล่านี้ ความปลอดภัยของบริการ เป็นสารเติมเต็มผิวที่ได้รับการอนุมัติจาก FDA และมีประสิทธิภาพสูงในการปรับโครงหน้า และลดเลือนริ้วรอย โดยส่วนประกอบหลักของโรปแกรม Radiesse คือ แคลเซียมไฮดรอกซิลอะพาไทต์ (CaHA) ที่มีความปลอดภัยสูง และได้รับการยอมรับในการใช้งานมากว่า 10 ปี ซึ่งสารนี้ได้รับการทดสอบ และพิสูจน์ว่ามีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพในการใช้งาน ความเสี่ยงและประโยชน์ การทำหัตถการนี้อาจมีความเสี่ยงบางประการ เช่น อาจเกิดบวม แดง หรือช้ำบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่สามารถหายไปเองได้ในไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงเหล่านี้มีน้อยมาก และสามารถหายได้ทันทีหากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ประโยชน์ของการฉีดโปรแกรม Radiesse ยังรวมถึงการเสริมสร้างโครงหน้า และลดเลือนริ้วรอยอีกด้วย ซึ่งนับเป็นเหตุผลที่สำคัญที่ทำให้คนไข้เลือกใช้ เพื่อเสริมสร้างโครงหน้า และลดเลือนริ้วรอยเป็นกระบวนการที่มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ผู้รับการรักษาควรพิจารณาความเสี่ยง และประโยชน์ก่อนการตัดสินใจ อย่างไรก็ตามการปรึกษาแพทย์ผู้มีความรู้ด้านนี้โดยเฉพาะนับว่าเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และผลลัพธ์ที่เหมาะสม ข้อควรระวัง หลังฉีดโปรแกรม Radiesse ข้อควรระวังหลังฉีดโปรแกรม Radiesse ไม่ได้มีอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แนะนำให้เลี่ยงการจับ เกา ถู นวดหน้าแรง ๆ เพื่อป้องกันการอักเสบติดเชื้อจากรูเข็มที่ยังไม่ปิดสนิท หรือหากพบว่าผิวบริเวณที่ฉีดมีลักษณะแดง ๆ แนะนําประคบเย็น ทาและรับประทานยาที่ช่วยลดอาการชํ้า หากผ่าน 24 ชม.ไปแล้วแนะนําประคบอุ่น (ตามคําแนะนําของแพทย์) ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ หลังฉีดโปรแกรม Radiesse หลังฉีดโปรแกรม Radiesse filler อาจมีรอยแดงจากเข็มหรือรอยเขียวช้ำ ถือเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้ จะหายได้เองใน 1-3 วัน ส่วนผลข้างเคียงอย่างอื่น เช่น ผิวเปลี่ยนสี ผิวบริเวณที่ฉีดซีดลง กรณีนี้เป็นผลข้างที่ไม่ปกติ แนะนำไปพบแพทย์ในทันที เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม โปรแกรม Radiesse ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน อ่านรายละเอียด บริการโปรแกรม Radiesse จาก Pattipa Clinic เพิ่มเติม >> โปรแกรม เรเดียสซ์ (radiesse) หน้าเด็ก
ฉีดฟิลเลอร์ ใต้ตาคล้ำ หัตถการที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยม ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่าการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถแก้ไขปัญหาได้ดีขนาดไหนเพราะหลาย ๆ คนคงพอทราบกันอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อได้ว่ายังมีอีกหลาย ๆ คนเช่นเดียวกันที่กำลังประสบปัญหาใต้ตาคล้ำและกำลังสนใจบริการนี้ ดังนั้น ในบทความนี้เราจะมาศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาไปพร้อม ๆ กัน ฉีดฟิลเลอร์ ใต้ตาคล้ำ อีกหนึ่งเทคนิคแก้ปัญหาตาแพนด้าสุดปังที่ไม่ควรมองข้าม! ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของใครหลายคนที่อาจเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ยิ่งถ้าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบนใบหน้านั้น อาจสร้างความลำบากใจในการออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกบ้าน โดยเฉพาะใต้ตาคล้ำที่อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของใครหลายคนโดยตรง แต่ด้วยวิทยาการดูแลผิวหน้าสมัยใหม่โดยการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ตานั้นสามารถดูแลผิวใต้ตาให้กลับมาสวยใสเหมือนใหม่ได้อีกครั้ง แต่ทั้งนี้ก็มีข่าวออกมาว่าฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วตาบอดได้ด้วยเช่นกัน แล้วปัญหาดังกล่าวเกิดจากอะไร แล้วการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์จะช่วยแก้ไขปัญหาได้มากน้อยแค่ไหน มาติดตามไปพร้อม ๆ กัน มาดูกันก่อน “ใต้ตาคล้ำ” เกิดจากอะไร ใต้ตาคล้ำเป็นภาวะที่ผิวหนังใต้ดวงตามีลักษณะตาคล้ำคล้ายหมีแพนด้าอันเนื่องมาจากเส้นเลือดดำขยายตัว ส่งผลให้เส้นเลือดบริเวณรอบดวงตาไหลเวียนไม่สะดวก แม้จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อดวงตาหรืออวัยวะใกล้เคียง แต่อาจมีผลต่อความมั่นใจเวลาพบปะผู้อื่นหรือระหว่างแสดงสีหน้า โดยทั่วไปแล้วภาวะดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในของคนไข้เอง ไม่ว่าจะเป็น… พันธุกรรม หากคนในครอบครัวมีใต้ตาคล้ำ ลูกหลายก็มีโอกาสที่ใต้ตาคล้ำง่ายกว่าคนทั่วไป อายุมากขึ้น ทำให้ผิวหนังใต้ตาหย่อนคล้อย มีริ้วรอยรอบดวงตา และมีชั้นไขมันรอบดวงตาน้อยลง ส่งผลให้ผิวหนังรอบดวงตาบางลง นอนน้อยเป็นเวลานาน หรือนอนไม่หลับจากความเครียด ทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายเสียสมดุล ร่างกายรักษาสมดุลได้ไม่ดีเท่าที่ควร อันเนื่องมาจากขาดสารอาหารบางชนิด, ฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติ, มีโรคเจ็บป่วยเรื้อรัง เป็นต้น การสัมผัสผิวหนังรอบดวงตาเป็นประจำ ทั้งจากที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว เช่น ขยี้ตาบ่อย ๆ เช็ดดวงตาแรงเกินไปหลังจากล้างหน้า นอนคว่ำหน้าอยู่บ่อยครั้ง ฯลฯ อย่างไรก็ตาม จากสาเหตุทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้หลาย ๆ คนต้องพบกับปัญหาใต้ตาคล้ำและทำให้ “การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา” ในปัจจุบันกลายมาเป็นแนวทางที่ได้รับนิยมอย่างแพร่หลายเพราะสามารถช่วยแก้ปัญหาร่องใต้ตาลึกได้อย่างชัดเจน ตรงจุด และรวดเร็วนั่นเอง ฉีดใต้ตาคล้ำด้วยโปรแกรมฟิลเลอร์ดีจริงไหม การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถรักษาอาการใต้ตาคล้ำได้จริง เนื่องจากโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ใช้ในการรักษาเป็นสารเติมเต็มไฮยาลูรอนิคแอซิด หรือ HA (Hyaluronic Acid) ซึ่งมีโครงสร้างใกล้เคียงกับคอลลาเจนที่ร่างกายผลิตเองได้ จึงปลอดภัยต่อร่างกายคนไข้ เมื่อฉีดเข้าไปยังบริเวณใต้ตา ช่วยให้ผิวใต้ตาดูเอิบอิ่ม เรียบเนียน ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ลดริ้วรอยรอบดวงตาให้จางลง ถือเป็นวิธีการรักษาที่เห็นผลหลังการรักษาทันที นอกจากนี้ยังเกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายในระดับที่น้อยมาก โดยทั่วไปจะเป็นอาการบวมช้ำหลังการฉีดฟิลเลอร์ที่สามารถหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ โปรแกรมฟิลเลอร์แก้ใต้ตาคล้ำ เหมาะกับใครบ้าง? การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์แก้ใต้ตาคล้ำนั้นเหมาะกับผู้ประสบปัญหาหลากหลายรูปแบบ เช่น… ผู้ที่มีถุงใต้ตาคล้ำจากอายุที่มากขึ้น พันธุกรรม หรือโรคภูมิแพ้ ผู้ที่มีเบ้าตาลึก เป็นร่องลึกครึ่งวงกลมใต้ดวงตา ผู้ที่มีถุงใต้ตาหย่อนคล้อยตั้งแต่อายุยังน้อย ผู้ที่มีริ้วรอยใต้ดวงตาจากการใช้สายตาหนักเกินไป ผู้ที่นอนน้อย ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง และต้องการการดูแลดวงตาในทันที โดยแต่ละเคสนั้นอาจจะใช้จำนวน CC ของการฉีดฟิลเลอร์ไม่เท่ากัน ดังนั้น ควรเข้ารับการวิเคราะห์จากแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา เพื่อผลลัพธ์ที่พึงพอใจของคนไข้มากที่สุด เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปทำโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา ก่อนเข้ารับการทำโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา คนไข้ควรเตรียมตัวมาตามขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้.. งดกิจกรรมที่กระตุ้นให้เลือดสูบฉีดง่ายอย่างน้อย 24 ชม. ทั้งการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ, การออกกำลังกายกลางแจ้ง, การอบซาวน่า เป็นต้น งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1-3 วัน เพราะแอลกอฮอล์จะกระตุ้นให้เลือดสูบฉีดง่ายขึ้น งดทานอาหารเสริม, วิตามิน และยาบางชนิดที่มีผลทำให้เลือดออกง่ายอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ได้แก่ กลุ่มยาแอสไพริน และยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDS หากคนไข้มีโรคประจำตัว, อยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรแจ้งแพทย์ก่อนรักษาทุกครั้ง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อให้ร่างกายทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ขอแนะนำว่าควรเตรียมตัวมาอย่างเคร่งครัด เพื่อที่จะให้ง่ายต่อการให้บริการของแพทย์และเพื่อลดความเสี่ยงของคนไข้ที่อาจได้รับผลข้างเคียงต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน ดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี ‘หลัง’ ทำโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา สำหรับการดูแลตนเองหลังเข้ารับบริการก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย ซึ่งคนไข้ควรดูแลตนเองตามขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้… ในช่วง 3 วันหลังฉีดโรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา พยายามอย่าขยับใบหน้าเยอะ และห้ามนวดหน้า เพราะจะทำให้โปรแกรมฟิลเลอร์เคลื่อนที่ผิดตำแหน่งได้ หลีกเลี่ยงการแกะ เกา และกดนวดในจุดที่ฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา หากคุณมีอาการบวม นูน แดง คัน บริเวณใต้ดวงตาหรือบริเวณใบหน้า 2-3 วัน ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากนานกว่านั้น เราขอแนะนำให้คุณกลับไ พบแพทย์ที่คลินิกเพื่อขอรับยาแก้อักเสบเพิ่ม งดอาหารที่มีรสจัด รสเผ็ด ของหมักดอง อาหารดิบจากร้านที่ไม่สะอาด รวมไปถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะทำให้เลือดสูบฉีดบริเวณใบหน้าเยอะเกินไป งดออกกำลังกายหนัก ๆ หลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา 48 ชั่วโมงแรก หลีกเลี่ยงการโดนความร้อนโดยตรง การซาวน่า รวมทั้งการทำเลเซอร์ที่มีความร้อน เช่น เลเซอร์รูขุมขน เลเซอร์ฝ้า-กระ เลเซอร์หลุมสิว เลเซอร์หน้าใส เลเซอร์ลดรอยดำรอยแดง เลเซอร์ยกกระชับ เช่น HIFU หรือ Ulthera เป็นต้น ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ ประมาณ 1.5 ลิตรต่อวัน เพื่อช่วยให้โปรแกรมฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น งดสูบบุหรี่และงดดื่มแอลกอฮอล์ เพราจะทำให้โปรแกรมฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปใต้ดวงตาบวมช้า และส่งผลให้โปรแกรมฟิลเลอร์อยู่ได้สั้นลงอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา นั้นเป็นแนวทางที่สามารถช่วยแก้ปัญหาร่องใต้ตาลึก รอยใต้ตาคล้ำดำเหมือนหมีแพนด้า ดูไม่สดใสได้อย่างที่ควรจะเป็น โดยส่วนใหญ่ผู้ที่ประสบปัญหาเหล่านี้มักจะเกิดในกลุ่มที่มีอายุเพิ่มขึ้นเพราะร่างกายขาดสารเต็มเติมจากธรรมชาติที่มีหน้าที่เดิมช่วยเก็บความชุ่มชื้นภายในเนื้อเยื่อ ทำให้ให้ผิวดูอิ่มน้ำ แต่เมื่อเวลาผ่านไปร่างกายผลิตสารเหล่านี้น้อยลง ทำให้ส่งผลให้ผิวพรรณที่เคยเต่งตึง สดใสก็เริ่มหย่อยคล้อยลง ริ้วรอยก็เริ่มปรากฏชัดขึ้น ซึ่งการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์เข้าไปจะช่วยให้บริเวณนั้น ๆ ได้รับการฟื้นฟูอีกครั้ง ส่งผลให้ดูสวยและปรับให้ใบหน้าสดใสขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สำหรับการการเข้ารับบริการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ ควรเลือกแพทย์ที่มีความรู้และความสามารถมารถในการให้บริการประเภทนี้ รวมถึงเลือกสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ เนื่องจากบริเวณใต้ตาเป็นบริเวณที่มีความเสี่ยงสูง หากเกิดความผิดพลาดเป็นก้อนอุดตันหรือในบางรายอาจมีอันตรายถึงขั้นตาบอดได้ ดังนั้คนไข้ไม่ควรให้ราคาเป็นปัจจัยแรกในการตัดสินใจเลือกฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ถึงแม้ว่าจะถูกกว่าแต่ก็อาจเสี่ยงมากกว่านั่นเอง โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน
เหนียงใต้คาง ลดยังไง? คำถามที่หลาย ๆ คนสงสัย เพราะเหนียงเป็นปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูไม่เรียว กระทบต่อความมั่นใจ และบางครั้งถึงกับต้องใช้มุมกล้องช่วยปกปิดเวลาเซลฟี่ หลายคนพยายามลดเหนียงด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย แต่กลับไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน จนเกิดข้อสงสัยว่าเหนียงลดยากจริงหรือไม่ และต้องใช้วิธีไหนถึงจะได้ผลดีที่สุด ดังนั้น เราจะมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันในบทความนี้ เหนียงใต้คาง ลดยังไง ต้องลดด้วยวิธีไหนจึงจะเห็นผลได้ง่ายที่สุด? เป็นเรื่องปกติที่เมื่อพบว่าเหนียงใต้คางเริ่มเด่นชัดขึ้น หลายคนอาจรู้สึกไม่มั่นใจ เพราะเหนียงเป็นสิ่งที่ทำให้ใบหน้าดูอวบขึ้นและขาดความคมชัด แม้ว่าในบางกรณีเหนียงอาจเกิดจากพันธุกรรมหรือโครงสร้างกระดูกใบหน้า แต่ในหลาย ๆ คน สาเหตุหลักมักมาจากไขมันสะสมและความหย่อนคล้อยของผิว ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีที่เหมาะสม แต่การลดเหนียงให้เห็นผลชัดเจนและรวดเร็วนั้นควรทำอย่างไร? ควรเลือกออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร หรือพึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อช่วยจัดการปัญหานี้? ในบทความนี้ Patiippa Clinic จะพาทุกคนมารู้จักกับวิธีลดเหนียงใต้คางที่ได้ผล และแนะนำแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละสาเหตุ เพื่อให้ผู้ประสบปัญหาสามารถทราบแนวทางในการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวกระชับและมีกรอบหน้าที่ชัดได้มากขึ้น เหนียง คืออะไร ลักษณะของเหนียงเป็นอย่างไร? เหนียง คือ บริเวณเนื้อใต้คางที่มีลักษณะหย่อนคล้อย หรือที่หลายคนรู้จักกันว่า “คางสองชั้น” (Double Chin) โดยเหนียงมักเกิดจากการสะสมของไขมันใต้ชั้นผิวหนัง หรือจากความหย่อนคล้อยของผิวและเนื้อเยื่อในบริเวณนั้น ลักษณะของเหนียงจึงมีลักษณะคล้ายเนื้อส่วนเกินที่ห้อยลงมาบริเวณใต้คาง ทำให้เห็นเป็นคางซ้อนกันและส่งผลต่อความเรียบเนียนของแนวกรอบหน้า เหนียงสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น การเพิ่มขึ้นของน้ำหนัก อายุที่มากขึ้นทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น หรือแม้แต่พันธุกรรมที่มีผลต่อการสะสมของไขมันบริเวณนี้ สำหรับหลายคน การมีเหนียงอาจเป็นสิ่งที่บั่นทอนความมั่นใจ เพราะทำให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อยและไม่คมชัดเท่าที่ควร เหนียงเกิดจากอะไร? เหนียงสามารถเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้… การสะสมของไขมัน เมื่อร่างกายสะสมไขมันมากขึ้น ไขมันส่วนหนึ่งมักจะสะสมอยู่บริเวณใต้คางและกรอบหน้า ส่งผลให้เกิดคางสองชั้นหรือเหนียงที่เห็นได้ชัดเจน ความหย่อนคล้อยของผิว เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหนังจะสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยรักษาความกระชับของผิว ทำให้ผิวใต้คางหย่อนคล้อย เกิดเป็นเหนียง พันธุกรรม ลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่างอาจทำให้บางคนมีแนวโน้มที่จะมีเหนียงได้ง่ายกว่า เช่น ลักษณะกรอบหน้าหรือการสะสมของไขมันใต้ผิว การเปลี่ยนแปลงน้ำหนัก การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว เช่น การเพิ่มหรือลดน้ำหนัก อาจทำให้เกิดการสะสมของไขมันหรือการยืดหดของผิวหนังบริเวณใต้คาง ท่าทางการใช้ชีวิตประจำวัน การนั่งหรือยืนในท่าที่ไม่ถูกต้อง เช่น การก้มหน้าเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและผิวบริเวณใต้คาง ทำให้เกิดเหนียงได้ อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นปัญหาส่วนหนึ่งของใบหน้า แต่ก็เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ดังนั้น การเข้าใจสาเหตุเหล่านี้สามารถช่วยให้เรามีแนวทางการดูแลและลดปัญหาเหนียงได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง รวมลิสต์วิธีลดเหนียงใต้คาง มีวิธีไหนบ้าง มาดูกัน โดยทั่วไปแล้ว เหนียงใต้คาง (Double Chin) สามารถลดได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดเหนียง ซึ่งอาจมาจากไขมันสะสม กล้ามเนื้อหย่อนคล้อย หรือโครงสร้างกระดูกของใบหน้า โดยวิธีลดเหนียงสามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่… 1. วิธีธรรมชาติ ควบคุมอาหาร :ลดอาหารไขมันสูง น้ำตาล และคาร์โบไฮเดรตส่วนเกิน เน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงและไฟเบอร์เพื่อช่วยลดไขมันสะสม ออกกำลังกายบริเวณคอและใบหน้า :เช่น ท่ากลืนอากาศ เงยหน้าแล้วขยับกราม หรือบริหารกล้ามเนื้อคอ (Neck Exercises) ซึ่งช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้น ลดน้ำหนักโดยรวม : หากเหนียงเกิดจากไขมันส่วนเกิน การลดน้ำหนักโดยรวมด้วยคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่งจะช่วยลดไขมันใต้คางได้ 2. วิธีที่ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ โปรแกรม HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) :เป็นการใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงเพื่อยกกระชับผิวและลดไขมันใต้คางอย่างมีประสิทธิภาพ โปรแกรม RF (Radio Frequency) :ใช้คลื่นความถี่วิทยุกระตุ้นคอลลาเจนและช่วยกระชับผิวบริเวณเหนียง โปรแกรม ฉีดสลายไขมัน (Fat Dissolving Injection) : เช่น โปรแกรมเมโสแฟต ช่วยสลายไขมันส่วนเกิน แต่ต้องทำหลายครั้งเพื่อเห็นผล โปรแกรม Endolift : เป็นหัตถการที่ ใช้เลเซอร์เพื่อกระชับผิวและสลายไขมันในชั้นลึก เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมร่วมกับผิวหย่อนคล้อย โปรแกรม Liposuction (ดูดไขมันใต้คาง) : เหมาะสำหรับคนที่มีไขมันส่วนเกินมากและต้องการผลลัพธ์ชัดเจนในครั้งเดียว 3. วิธีศัลยกรรมและหัตถการขั้นสูง การผ่าตัดยกกระชับคอ (Neck Lift Surgery) : เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมากและต้องการผลลัพธ์ถาวร การเสริมคาง (Chin Augmentation) :ในบางกรณีโครงสร้างคางเล็กทำให้ดูเหมือนมีเหนียง การเสริมคางช่วยให้กรอบหน้าชัดขึ้น จากวิธีการลดเหนียงต่าง ๆ ที่กล่าวมา ผู้อ่านทุกคนจะเห็นได้แล้วว่า แต่ละวิธีนั้นมีหลักการทำงานที่ตอบโจทย์ปัญหาเหนียงของแต่ละคนได้แตกต่างกันออกไป ดังนั้น การเลือกวิธีลดเหนียงที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเหนียง รวมถึงความต้องการและเป้าหมายของแต่ละบุคคล บางคนอาจพึงพอใจกับการลดเหนียงแบบค่อยเป็นค่อยไปผ่านการดูแลสุขภาพตนเอง ขณะที่บางคนอาจเลือกใช้เทคนิคทางการแพทย์เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการและชัดเจนขึ้น อยากลดเหนียง มีกรอบหน้าชัด โดยไม่ศัลยกรรม ด้วยหัตถการต่าง ๆ ที่ Pattippa Clinic มีวิธีไหนบ้าง? สำหรับหัตถการปรับรูปหน้า แก้ปัญหากรอบหน้าไม่ชัดที่ Pattippa Clinic นั้นมีหลากหลายบริการด้วยกัน ประกอบด้วย… โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ulthera เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว โปรแกรม Ultraformer เทคโนโลยี Ultraformer นั้น จะแตกต่างจาก Program Ulthera จะได้ช็อตเยอะกว่า ราคาย่อมเยากว่า ทั้งนี้ ยิงได้กระจายได้มากกว่า หลายตำแหน่ง โดย Program Ultraformer เหมาะกับคนที่อายุ 20-30 ต้น ๆ ที่ความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยอาจจะยังไม่ลึกมากนั่นเอง ทั้งนี้ ยังสามารถสลายไขมัน กระตุ้นคอลลาเจน ยกผิวหย่อนคล้อย ยกใบหน้าให้กระชับ ลดและสลายไขมันบนใบหน้าให้ไม่ว่าจะหมุนองศาไหน ก็สวยทุกมุมมอง ถ่ายรูปกับใครก็หน้าเล็ก ไม่ต้องไปหลบอยู่ข้างหลัง เพราะหน้าเล็กสุด ๆ แบบฉุดไม่อยู่ ยิงยก ลงลึก อีกด้วย โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของ Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย โปรแกรมโบท็อกซ์ Botox โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งมีคุณสมบัติในการหยุดการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว จึงสามารถลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว และริ้วรอยบริเวณหางตา ริ้วรอยใต้ตา นอกจากนี้ โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) ยังใช้ในการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ช่วยกระชับผิว กระชับรูขุมขน และลดเหงื่อ ได้อีกด้วย โปรแกรมฟิลเลอร์ Filler การฉีดฟิลเลอร์สามารถเพิ่มปริมาตรและความคมชัดให้กับบริเวณขอบกรามและคาง ทำให้รูปหน้าดูมีมิติและชัดเจนมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หรือรูปหน้าดูอ่อนคล้อยและช่วยยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้าให้ดูเต่งตึงขึ้น โดยการเติมเต็มเนื้อเยื่อใต้ผิว ทำให้เส้นกรอบหน้าดูคมและเด่นชัดขึ้น ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับกรอบหน้าเป็นการแก้ไขที่ไม่ต้องผ่าตัดและเห็นผลลัพธ์ได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับบริการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคนอีกด้วย โปรแกรมร้อยไหม ดึงยกกระชับ Facelift โปรแกรมการร้อยไหม (Thread Lift) เป็นหนึ่งในเทคนิคที่นิยมใช้ในวงการความงามเพื่อการดึงยกและกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเฉพาะในคลินิกความงามอย่าง Pattippa Clinic ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจำนวนมาก โปรแกรมร้อยไหมเป็นการใช้ไหมที่ทำจากวัสดุสลายได้ (Biodegradable) ดึงผิวหนังให้กระชับในตำแหน่งที่ต้องการ ผลลัพธ์จะช่วยลดริ้วรอย ลดความหย่อนคล้อย เพิ่มความกระชับให้ใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นแลดูเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทุกคนคงเห็นแล้วว่าโปรแกรมปรับรูปหน้าจากทาง Pattippa Clinic ของเรานั้นมีความหลากหลาย ซึ่งเครื่องไหนจะเหมาะที่สุดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับปัญหารูปหน้าของแต่ละคนนั่นเอง ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ปัญหารูปหน้า เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจไม่น้อย แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถช่วยยกกระชับหน้าและแก้ไขปัญหาได้ตรงสาเหตุ ก็สามารถช่วยให้ทุก ๆ คนมีกรอบหน้าที่ชัดเจน บริการปรับรูปหน้าอื่น ๆ >> บริการปรับรูปหน้า Pattippa Clinic ( รีวิว ยกกระชับใบหน้า จาก Pattippa Clinic ) โปรแกรมกระชับกรอบหน้า ปรับรูปหน้า ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน
วิธีทําให้หน้าเล็กลง ผู้หญิง ในวัย 30+ ควรใช้วิธีไหนดี? เชื่อได้ว่าเป็นคำถามที่ผู้หญิงในช่วงวัยนี้อยากทราบกันอยู่อย่างแน่นอน ซึ่งต้องบอกก่อนว่า ปัญหารูปหน้าโดยเฉพาะ “ปัญหาหน้าใหญ่ หน้าบาน” เป็นปัญหาที่ทุก ๆ คนสามารถพบเจอได้ แต่สำหรับผู้หญิงที่เริ่มเข้าสู่วัยเลข 3 นั้นก็เป็นช่วงอายุที่จำเป็นจะต้องเข้ารับการทำหัตถการที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง และเพื่อทุกคนได้ทราบถึงรายละเอียดของปัญหารูปหน้าดังกล่าวได้ รวมไปถึงแนวทางการแก้ไขได้ละเอียดมากขึ้น ในบทความนี้ Pattippa Clinic มีคำตอบมาฝาก วิธีทําให้หน้าเล็กลง ผู้หญิง ในวัย 30+ ใช้วิธีไหนดี จึงจะปรับรูปหน้าให้ได้ผล? เมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงวัย 30+ โครงสร้างผิวและไขมันบนใบหน้ามีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้บางจุดดูหย่อนคล้อยหรือขาดความกระชับ ทำให้หลายคนต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและสอดคล้องกับสภาพผิวในช่วงวัยนี้ บทความนี้จะนำเสนอแนวทางที่ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวเล็กขึ้น ซึ่งจะมีรายละเอียดอย่างไร มาติดตามไปพร้อม ๆ กัน ทำความเข้าใจ “ปัญหาหน้าใหญ่ในวัย 30” คืออะไร เกิดจากอะไรได้บ้าง? ปัญหาหน้าใหญ่ในวัย 30 นั้น คือ การที่ใบหน้าดูใหญ่ขึ้นหรือขาดความกระชับเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การสะสมของไขมัน การหย่อนคล้อยของผิว หรือโครงสร้างใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัย ปัญหานี้ส่งผลให้ใบหน้าดูอวบอิ่มเกินไป ขาดความคมชัด และทำให้หลายคนรู้สึกว่ารูปหน้าเปลี่ยนไปจากช่วงวัย 20 นั่นเอง อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่วัย 30+ หลายคนเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของใบหน้า โดยเฉพาะปัญหา “หน้าใหญ่” ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิว ไขมันสะสม หรือความหย่อนคล้อยของผิวที่ทำให้ใบหน้าดูมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าที่เคย รวมไปถึงสาเหตุอื่น ๆ ที่ก็สามารถส่งผลได้เช่นกัน สาเหตุของปัญหาหน้าใหญ่ในวัย 30 มีอะไรบ้าง? การสะสมของไขมันใบหน้า เนื่องจากในช่วงวัย 30 ระบบเผาผลาญเริ่มทำงานช้าลง ทำให้ไขมันสะสมได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริเวณแก้มและใต้คาง ซึ่งส่งผลให้ใบหน้าดูเต็มและขาดความคมชัดในเวลาต่อมา การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น กระดูกใบหน้าจะค่อย ๆ ลดขนาดลง ส่งผลให้เนื้อเยื่อและผิวหนังขาดการพยุงตัว ทำให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อย ขยายออก และทำให้ใบหน้าดูใหญ่ขึ้น ผิวหย่อนคล้อยและการสูญเสียคอลลาเจน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าคอลลาเจนและอีลาสตินนั้นเป็นสารที่ช่วยให้ผิวของเราเต่งตึงอยู่เสมอ แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น สารทั้ง 2 ตัวนี้จะเริ่มลดลง ส่งผลให้ผิวสูญเสียความกระชับและเกิดการหย่อนคล้อย ซึ่งทำให้ใบหน้าดูใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออายุเพิ่มขึ้นนั่นเอง อาการบวมจากการกักเก็บน้ำ พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การบริโภคโซเดียมสูง การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำมากขึ้น ก็สามารถส่งผลให้ใบหน้าดูบวมและขยายออกได้เช่นกัน การทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้า การใช้งานกล้ามเนื้อใบหน้าซ้ำ ๆ เช่น การเคี้ยวอาหารแข็งบ่อย ๆ หรือการกัดฟันขณะนอนหลับ อาจทำให้กล้ามเนื้อกรามขยายตัว ส่งผลให้กรอบหน้าดูกว้างขึ้น อย่างไรก็ดี จากทุก ๆ สาเหตุที่กล่าวมา ทุกคนจะสามารรถเห็นได้แล้วว่า ปัญหาหน้าใหญ่ในวัย 30 นั้นเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามธรรมชาติ แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม ทั้งการควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และเลือกใช้เทคโนโลยีความงามที่เหมาะสม เพื่อให้ใบหน้าดูเรียว กระชับ และอ่อนเยาว์ขึ้นได้ กระชับใบหน้าด้วยเทคโนโลยีความงาม ปรับรูปหน้าให้เล็กลง แก้ไขปัญหาหน้าใหญ่เมื่อเข้าสู่วัยเลข 3 ต้องบอกก่อนว่า หัตถการที่ช่วยทำให้หน้าเล็กลงนั้นมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับปัญหาหรือพื้นที่ที่ต้องการปรับรูปหน้า เช่น โปรแกรมโบท็อกซ์, โปรแกรมฟิลเลอร์, โปรแกรม HIFU หรือ โปรแกรม Thermage โดยการเลือกหัตถการที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับลักษณะใบหน้าและผลลัพธ์ที่ต้องการ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่ดีที่สุดสำหรับผู้เข้ารับบริการมากที่สุด สำหรับ 4 นวัตกรรมสำหรับโปรแกรมยกกระชับเพื่อปรับรูปหน้า ที่ Pattippa Clinic จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้… 1. โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ulthera เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว 2.โปรแกรม Ultraformer เทคโนโลยี Ultraformer นั้น จะแตกต่างจาก Program Ulthera จะได้ช็อตเยอะกว่า ราคาย่อมเยากว่า ทั้งนี้ ยิงได้กระจายได้มากกว่า หลายตำแหน่ง โดย Program Ultraformer เหมาะกับคนที่อายุ 20-30 ต้น ๆ ที่ความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยอาจจะยังไม่ลึกมากนั่นเอง ทั้งนี้ ยังสามารถสลายไขมัน กระตุ้นคอลลาเจน ยกผิวหย่อนคล้อย ยกใบหน้าให้กระชับ ลดและสลายไขมันบนใบหน้าให้ไม่ว่าจะหมุนองศาไหน ก็สวยทุกมุมมอง 3.โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของโปรแกรม Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย 4. โปรแกรม Morpheus เป็นเทคโนโลยี คลื่นวิทยุ โดยมี needle (หัวเข็มขนาดเล็ก) เปิดผิว แล้วปล่อยคลื่นวิทยุลงไป ซึ่งจะใช้หัวเข็มจากเครื่องที่เปิดผิวจะช่วยในเรื่องริ้วรอย ผิวริ้ว ๆ ผิวยับ “เปลี่ยนผิวยับ ให้กลับมาเฟียร์ซ” เป็นจุดเด่นของโปรแกรม Morpheus ตัวนี้ คือ สามารถปรับระดับได้ถึง 4 ระดับความลึก ทำให้ลงได้ลึกที่สุด และสามารถปรับตามสภาพปัญหาของผิวได้เลย โดยโปรแกรม Morpheus เหมาะกับคนที่มีปัญหา อยากลดริ้วรอยตื้น ๆ ริ้วรอยเล็ก ได้งานผิว หรือผู้ที่ต้องการยกกระชับ มีภาวะใบหน้าตอบเล็กน้อย จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทุกคนคงเห็นแล้วว่าทั้ง 4 โปรแกรมยกกระชับจากทาง Pattippa Clinic ของเรานั้นมีความหลากหลาย ซึ่งเครื่องไหนจะดีที่สุดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคนนั่นเอง ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ปัญหารูปหน้า เป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจไม่น้อย แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยยกกระชับหน้าได้อย่างตรงจุดและไร้แผล ก็สามารถช่วยให้ทุก ๆ คนมีใบหน้าและผิวอ่อนเยาว์ขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทันใจมากขึ้น การเลือกโปรแกรมยกกระชับหน้าที่เหมาะสมกับตนเอง ต้องดูจากอะไร? เชื่อได้ว่าเป็นเรื่องยากสำหรับหลาย ๆ คนในการเลือกว่าหัตถการหรือโปรแกรมยกกระชับหน้ารูปแบบใดที่เหมาะกับตนเอง ซึ่งในการเลือกเบื้องต้น ผู้สนใจเข้ารับบริการสามารถพิจารณาได้จากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้… 1. วิธีที่เหมาะกับสภาพผิวและอายุ เมื่อเลือกวิธีการปรับกรอบหน้า การพิจารณาสภาพผิวและอายุเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณอยู่ในช่วงวัย 20-30 ปี และมีปัญหาเกี่ยวกับการหย่อนคล้อยเล็กน้อย การเลือกเทคนิคที่ไม่รุกราน เช่น การทำโปรแกรม HIFU หรือการใช้ฟิลเลอร์สามารถช่วยยกกระชับได้โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน ส่วนผู้ที่มีอายุมากขึ้นและมีปัญหากรอบหน้าหย่อนคล้อยมาก ควรพิจารณาการยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยีที่มีความลึก เช่น การทำ โปรแกรม Endolift หรือการผ่าตัดยกกระชับหน้า ซึ่งจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนาน 2. การเลือกเทคโนโลยีที่ใช้รักษา เมื่อเลือกวิธีการปรับกรอบหน้า ควรเลือกเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น การใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน หรือการเลือกเทคนิคที่มีผลการวิจัยรองรับเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลลัพธ์จะเป็นที่น่าพอใจ หากเป็นวิธีการที่ใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ควรตรวจสอบว่าเครื่องนั้นได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) และแพทย์ที่ทำการรักษาควรมีความเชี่ยวชาญในการใช้งานเครื่องมือ 3. ปัจจัยที่ต้องพิจารณา เช่น ความเจ็บปวด, ระยะเวลาในการพักฟื้น วิธีการแต่ละประเภทมีระดับความเจ็บปวดและระยะเวลาในการพักฟื้นที่แตกต่างกัน สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเจ็บตัวหรือใช้เวลาฟื้นตัวนาน อาจเลือกวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดหรือมีระยะเวลาพักฟื้นสั้น เช่น การทำ โปรแกรม HIFU หรือการใช้โบท็อกซ์ แต่หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่ถาวรและสามารถทนความเจ็บปวดได้ อาจพิจารณาการทำการยกกระชับใบหน้าด้วยการผ่าตัด ซึ่งจะใช้เวลาพักฟื้นนานขึ้น ** การเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพผิวและอายุของตัวเองจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์เป็นไปตามที่คาดหวังที่สุด ท้ายที่สุด เมื่อต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้าในวัย 30+ โดยการเลือกวิธีดูแลและกระชับผิวให้เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ เทคโนโลยีความงามต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้นก็นับเป็นตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพในการปรับรูปหน้าให้เล็กลง ยกกระชับผิว และแก้ไขปัญหาหน้าใหญ่ได้อย่างตรงสาเหตุ อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับโครงหน้าของแต่ละบุคคล บริการปรับรูปหน้าอื่น ๆ >> บริการปรับรูปหน้า Pattippa Clinic ( รีวิว ยกกระชับใบหน้า จาก Pattippa Clinic ) โปรแกรมยกกระชับ ปรับรูปหน้า ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน
หน้าบวม แก้มเยอะ ทําไงดี ? เชื่อได้ว่าเป็นคำถามที่ผู้ประสบปัญหาหลาย ๆ คนต้องการทราบ ซึ่งต้องบอกก่อนว่า หน้าบวมเพราะแก้มเยอะ ถือเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและแม้จะดูอย่างผิวเผินว่าปัญหานี้ไม่ได้ส่งผลอันตรายต่อร่างกายของผู้ประสบปัญหา แต่ก็ส่งผลต่อบุคลิกและความมั่นใจเป็นอย่างมาก ดังนั้น การแก้ไขปัญหานี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งจะมีแนวทางไหนที่สามารถทำได้บ้าง Patiippa Clinic มีคำตอบ หน้าบวม แก้มเยอะ ทําไงดี? ทำความเข้าใจสาเหตุของ“ปัญหาหน้าบวม” เพราะ “แก้มเยอะ” เกี่ยวข้องกันหรือไม่ มีวิธีแก้ยังไงบ้าง “ใบหน้าดูบวม แก้มดูเยอะ” เป็นปัญหาที่หลายคนกังวล เพราะอาจทำให้ใบหน้าดูใหญ่ขึ้นและขาดความกระชับ หลายคนสงสัยว่าปัญหานี้เกิดจากอะไร และ “แก้มเยอะ” เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หน้าบวมหรือไม่? แท้จริงแล้ว ภาวะหน้าบวมอาจเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นไขมันสะสม การกักเก็บน้ำของร่างกาย หรือแม้แต่โครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อใบหน้าเอง และสำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีลดความบวมของใบหน้า หรืออยากให้แก้มดูกระชับขึ้น มาทำความเข้าใจถึง สาเหตุที่แท้จริงของหน้าบวมและแก้มเยอะ พร้อมวิธีแก้ไขที่เหมาะสม เพื่อให้ใบหน้าดูเรียวสวยในบทความนี้ไปพร้อม ๆ กัน แก้มเยอะ เกิดจากสาเหตุอะไร ทำไมจึงส่งผลให้หน้าบวม? จากที่กล่าวไปตั้งแต่ข้างต้นว่า แม้จะดูเป็นปัญหาเล็ก ๆ แต่แท้จริงแล้ว “แก้มเยอะ” อาจเกิดจากหลายสาเหตุที่แตกต่างกัน ดังนี้… การสะสมของไขมัน ต้องบอกก่อนว่าไขมันที่สะสมบริเวณแก้มนั้นเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ใบหน้าดูบวมขึ้น ซึ่งมักเกิดจาก พฤติกรรมการบริโภคอาหารและการใช้พลังงานของร่างกาย หากรับประทานอาหารที่มี แคลอรี่สูง ไขมันสูง และน้ำตาลมาก โดยไม่เผาผลาญออกด้วยการออกกำลังกาย ไขมันส่วนเกินอาจสะสมที่ใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณแก้มและคาง ส่งผลให้โครงหน้าดูกลมขึ้นนั่นเอง การบวมจากน้ำ อาการบวมน้ำเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้แก้มดูใหญ่ขึ้น ซึ่งแตกต่างจากการมีไขมันสะสมโดยตรง ภาวะนี้เกิดจากการที่ร่างกายกักเก็บน้ำไว้มากเกินไป ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณแก้มดูอิ่มและบวมขึ้นกว่าปกติ โดยสาเหตุหลักที่ทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำมักเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและปัจจัยทางร่างกาย เช่น การบริโภคโซเดียมมากเกินไป, การดื่มน้ำน้อยเกินไป รวมไปถึงการการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่ไม่เหมาะสมด้วยเช่นกัน โครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อใบหน้า โดยลักษณะทางกายภาพของใบหน้ามีผลอย่างมากต่อความอวบอิ่มของแก้ม บางคนมี โหนกแก้มต่ำหรือกระดูกกรามเล็ก ซึ่งทำให้แก้มดูเต็มและทำให้ใบหน้าดูกว้างขึ้น ในขณะที่บางคนมีกล้ามเนื้อบริเวณแก้มที่หนา เช่น กล้ามเนื้อแมสซิเตอร์ ( Masseter muscle ) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อขากรรไกรที่ใช้ในการเคี้ยวอาหาร หากกล้ามเนื้อนี้มีขนาดใหญ่ขึ้นจากการใช้งานหนัก เช่น การเคี้ยวหมากฝรั่งบ่อย ๆ หรือการนอนกัดฟัน ก็อาจทำให้ใบหน้าดูกว้างและบวมขึ้นได้ อายุและการเสื่อมของคอลลาเจน เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนังลดลง ส่งผลให้โครงสร้างของผิวหย่อนคล้อยและสูญเสียความกระชับ ซึ่งอาจทำให้แก้มดูห้อยหรือตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง นอกจากนี้ ไขมันใต้ผิวหนังอาจมีการเคลื่อนตัวหรือกระจายไม่สม่ำเสมอ ทำให้บางจุดดูแฟบลง ขณะที่บางจุดดูอวบขึ้น ส่งผลให้หน้าดูบวม หรือมีลักษณะคล้าย “แก้มย้อย” มากกว่าความบวมที่เกิดจากของเหลวสะสม การเปลี่ยนแปลงนี้เห็นได้ชัดเจนขึ้นในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม แต่ละสาเหตุมีวิธีการรักษาหรือจัดการที่แตกต่างกัน หากแก้มเยอะเกิดจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและคำแนะนำเพิ่มเติม ทั้งนี้ หากต้องการชะลอหรือบรรเทาปัญหานี้ อาจใช้วิธีดูแลผิวให้แข็งแรง เช่น การกระตุ้นคอลลาเจนด้วยโปรแกรมเลเซอร์ต่าง ๆ หรือหัตถการยกกระชับ เช่น โปรแกรม Ultherapy, โปรแกรม Thermage หรือ โปรแกรม Endolift รวมถึงการออกกำลังกายเพื่อกระชับกล้ามเนื้อใบหน้า ให้แก้มดูเล็กลงและใบหน้าดูเรียวขึ้น แก้มเยอะ ดูยังไง สังเกตจากตรงไหนว่าเราเป็นคนแก้มเยอะหรือเปล่า? การสังเกตว่าเรามีแก้มเยอะหรือไม่ สามารถพิจารณาได้จากหลายจุดบนใบหน้า ดังนี้… ลักษณะรูปหน้า : ถ้าใบหน้าของเรามีลักษณะกลมหรือค่อนข้างเต็มที่บริเวณแก้มและขากรรไกร อาจแสดงว่าแก้มของเราดูเยอะเมื่อเทียบกับส่วนอื่น ๆ ของใบหน้า หรือ ถ้าแก้มดูเต็มหรือยื่นออกมามากกว่าปกติเมื่อมองจากด้านข้าง ก็อาจบ่งบอกว่าแก้มเยอะได้ ตำแหน่งของแก้ม : แก้มที่เต็มจะทำให้โครงสร้างของใบหน้าไม่มีมุมที่ชัดเจน เช่น มุมขากรรไกรอาจดูไม่เด่นชัด หรือขอบกรามดูเบลอ หรือ หากยิ้มแล้วไขมันที่แก้มยื่นออกมามากเกินไปจนดูเหมือนบวม หรือแก้มดันออกไปข้างหน้าอย่างเห็นได้ชัด ก็อาจหมายความว่าแก้มของเราดูเยอะ น้ำหนักตัว : ถ้าน้ำหนักตัวของเราเพิ่มขึ้นและรู้สึกว่าแก้มดูเต็มขึ้น หรือบวมขึ้นในบางช่วงเวลา ก็อาจเป็นสัญญาณว่าแก้มของเรามีไขมันสะสมมากขึ้น การบวมของแก้ม : บางครั้งแก้มอาจบวมจากการสะสมของน้ำหรือไขมัน หากแก้มของเราบวมในช่วงเวลาหนึ่ง โดยไม่มีการลดลงหลังจากการพักผ่อนหรือดื่มน้ำมากขึ้น ก็อาจเป็นการบวมที่เกิดจากปัจจัยอื่น ๆ มองจากมุมต่าง ๆ ของใบหน้า : อาจเริ่มโดยการส่องกระจกและลองดูใบหน้าของเราจากด้านข้าง ถ้าแก้มดูเต็มจนออกมามากกว่าผิวหน้าส่วนอื่น ๆ และทำให้รูปหน้าดูบวมขึ้น ก็ถือว่าแก้มเยอะ หรือ ถ้ามองจากมุมข้างแล้วเห็นความโค้งของใบหน้าชัดเจน ไม่มีการยื่นของแก้มมากเกินไป ก็อาจจะหมายถึงว่าแก้มไม่เยอะ เป็นต้น ทั้งนี้ หากสงสัยว่าแก้มของตนเองเยอะหรือไม่ และอยากปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนมากขึ้น อาจลองใช้วิธีการต่าง ๆ เช่น การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านความงามเพื่อหาวิธีการลดแก้มที่เหมาะสมต่อไป แก้มเยอะ ทําไง ใช้วิธีไหนจึงจะได้ผลที่สุด? สำหรับการลดแก้มนั้น มีหลากหลายวิธีที่สามารถนำไปเลือกใช้ มีทั้งวิธีที่ต้องออกกำลังกาย วิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด หรือวิธีที่ต้องผ่าตัด และมีการใช้หัตถการและเครื่องมือต่างๆเข้าช่วย ใจรักษ์คลินิกจึงจัดกลุ่มเพื่อให้มีความเข้าใจได้ง่าย โดยจะแบ่งออกเป็น 4 ลักษณะ ได้แก่… 1. ออกกำลังกาย คนที่มีไขมันสะสมเยอะ ควรออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดสัดส่วนและจะส่งผลให้ลดแก้มและเหนียงลงไปได้ การออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงจะช่วยในเรื่องของการกำจัดพลังงานส่วนเกิน จากการกินอาหารมากเกินไปในแต่ละวัน และหากทำอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดไขมันที่สะสมภายในร่างกายได้อีกด้วย 2. การเลือกรับประทานอาหาร ลดการบริโภคอาหารที่มีเกลือและน้ำตาลสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการบวมน้ำในใบหน้า โดยอาหารที่ควรงดรับประทาน เช่น ของมัน, ของทอด, ของหวาน, อาหารรสจัด, แป้ง และน้ำตาล นอกจากนี้ ควรกินผักผลไม้ที่มีไฟเบอร์ หรือใยอาหารสูงเป็นประจำ เพื่อช่วยลดไขมัน อีกทั้งผลไม้ยังมีแร่ธาตุ และวิตามิน รวมถึงสารอาหารต่างๆที่ช่วยให้สุขภาพดี และบำรุงผิวพรรณให้มากขึ้น 3. การนวดหน้า การนวดหน้าสามารถช่วยลดขนาดของแก้มได้โดยการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและระบบน้ำเหลือง ซึ่งส่งผลให้มีการขับของเสียออกจากร่างกายและลดการสะสมของน้ำหรือของเหลวในบริเวณใบหน้า นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของการกระชับผิวและการผ่อนคลายกล้ามเนื้อหน้าได้อีกด้วย ซึ่งการนวดหน้าควรทำอย่างนุ่มนวลและหลีกเลี่ยงการใช้แรงกดมากเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคืองหรือความเสียหายกับผิว 4. การทำทรีตเมนต์หรือเทคนิคปรับรูปหน้าทางการแพทย์ การใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ : โปรแกรมฟิลเลอร์สามารถเติมเต็มส่วนที่ยุบตัวและทำให้ใบหน้าดูสมส่วนมากขึ้น การทำโปรแกรมโบท็อกซ์ : สามารถช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามหดตัวได้ ซึ่งทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น การใช้โปรแกรมเลเซอร์ยกกระชับ : เลเซอร์บางประเภทสามารถช่วยกระชับผิวและลดไขมันบริเวณใบหน้า การเลือกวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะของใบหน้าและความสะดวกของแต่ละบุคคลด้วย ดังนั้น ก่อนตัดสินใจทำการรักษาควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้แน่ใจว่าเทคโนโลยีนี้เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการของผู้เข้ารับบริการเอง วิธีลดแก้ม หมดปัญหาหน้าบวม หน้าเรียวได้โดยไม่ต้องศัลยกรรม จาก Pattippa Clinic สำหรับการลดแก้มนั้น มีหลากหลายวิธีที่สามารถนำไปเลือกใช้ มีทั้งวิธีที่ต้องออกกำลังกาย วิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด หรือวิธีที่ต้องผ่าตัด และมีการใช้หัตถการและเครื่องมือต่างๆเข้าช่วย ใจรักษ์คลินิกจึงจัดกลุ่มเพื่อให้มีความเข้าใจได้ง่าย โดยจะแบ่งออกเป็น 4 ลักษณะ ได้แก่… 1. โปรแกรม Facial thightening “Facial thightening” เทคโนโลยีการรักษาเพื่อกำจัดไขมันที่สะสมอยู่บริเวณแก้ม โดยการใช้เทคนิคที่ไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งมักจะใช้เทคโนโลยีการสลายไขมันหรือการทำลายเซลล์ไขมันใต้ผิวหนัง เช่น การใช้เลเซอร์ หรือเครื่องมือที่มีการปล่อยคลื่นพลังงานไปยังชั้นไขมันเพื่อทำให้ไขมันนั้นสลายตัวหรือถูกกำจัดออกไป ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นหลังการทำ เห็นผลเร็ว ลดแก้มได้อย่างเห็นได้ชัด ช่วยให้รูปหน้าดูเรียวและกระชับขึ้น 2. โปรแกรมร้อยไหม Facelift ดึงยกกระชับ โปรแกรมการร้อยไหม (Thread Lift) เป็นหนึ่งในเทคนิคที่นิยมใช้ในวงการความงามเพื่อการดึงยกและกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเฉพาะในคลินิกความงามอย่าง Pattippa Clinic ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจำนวนมาก โปรแกรมร้อยไหมเป็นการใช้ไหมที่ทำจากวัสดุสลายได้ (Biodegradable) ดึงผิวหนังให้กระชับในตำแหน่งที่ต้องการ ผลลัพธ์จะช่วยลดริ้วรอย ลดความหย่อนคล้อย เพิ่มความกระชับให้ใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นแลดูเป็นธรรมชาติ 3. โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งมีคุณสมบัติในการหยุดการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว จึงสามารถลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว และริ้วรอยบริเวณหางตา ริ้วรอยใต้ตา นอกจากนี้ โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) ยังใช้ในการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ช่วยกระชับผิว กระชับรูขุมขน และลดเหงื่อ ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงบริการส่วนหนึ่งของทาง Pattippa Clinic ที่แนะนำเพื่อแก้ไขปัญหาแก้มเยอะเท่านั้น ยังมีอีกหลายเทคโนโลยีและหลายนวัตกรรมด้วยกัน ซึ่งสำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้ารับคำปรึกษาและการประเมินจากแพทย์เพื่อหาแนวมทางที่เหมาะสมต่อไป บริการปรับรูปหน้าอื่น ๆ >> บริการปรับรูปหน้า Pattippa Clinic โปรแกรมลดแก้ม ปรับหน้าเรียว ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงาม ดำเนินการโดยแพทย์ตจปฏิบัติการ (ด้านผิวหนัง) ทุกตัวยาและหัตถการ บริการด้วยความใส่ใจ จริงใจ ไม่ยัดเยียดคอร์ส เพราะเราเชื่อว่าอะไรที่ดี ใช้กับตัวเองจนมั่นใจ เราจึงนำมาใช้กับคนไข้ทุกหัตการ ที่ Pattippa clinic ทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ทั้งหมด
ทำหัตถการหน้า มีอะไรบ้าง? เป็นเรื่องที่ทราบกันดีว่าเมื่ออายุเริ่มมากขึ้น คำถามนี้ก็มักจะผุดขึ้นมาเสมอในเวลาที่เราคิดถึงเรื่องการดูแลผิวพรรณ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่หลาย ๆ คนกำลังหาคำตอบของคำถามนี้ เนื่องจากหัตถการสำหรับผิวหน้านั้นมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีความสามารถในการรักษาและแก้ไขปัญหาผิวที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุก ๆ คนต้องทำการศึกษาเกี่ยวกับหัตถการต่าง ๆ ดังกล่าวนั่นเอง ทำหัตถการหน้า มีอะไรบ้าง? ทำความรู้จักเทคนิคการดูแลผิวแบบต่าง ๆ ที่คนรักผิวต้องรู้จักให้ครบ เป็นที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบัน การดูแลผิวหน้าไม่ใช่แค่การทาครีมหรือมาสก์หน้าเท่านั้น แต่หลายคนเลือกใช้ “หัตถการความงาม” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการฟื้นฟูและปรับปรุงสภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์ กระจ่างใส และมีความสมดุลมากขึ้น โดยจากที่บอกไปตั้งแต่ข้างต้นว่าการทำหัตถการสำหรับผิวหน้านั้นมีหลายรูปแบบด้วยกัน ซึ่งจะมีอะไรบ้าง และแต่ละรูปแบบมีประโยชน์อย่างไร มาติดตามรายละเอียดพร้อม ๆ กัน หัตถการหน้าคืออะไร ทำไมถึงได้รับความนิยม? การทำหัตถการหน้า หมายถึง กระบวนการหรือเทคนิคทางการแพทย์ ที่ช่วยเสริมความงามของใบหน้าโดยไม่ต้องพึ่งการศัลยกรรมผ่าตัด หัตถการเหล่านี้มักดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกเสริมความงาม และมีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ โปรแกรมโบท็อกซ์, โปรแกรมฟิลเลอร์ ไปจนถึงโปรแกรมเลเซอร์และโปรแกรมการยกกระชับผิวด้วยคลื่นพลังงานต่าง ๆ เหตุผลที่ “การทำหัตถการหน้า” กลายเป็นที่นิยม ไม่มีแผลผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน : เนื่องจากหัตถการส่วนใหญ่เป็น Non-invasive หรือ Minimally invasive ทำให้ลดระยะเวลาพักฟื้นและสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ ช่วยเสริมความมั่นใจ : หลายคนเลือกทำหัตถการเพื่อปรับปรุงบุคลิกภาพและเพิ่มความมั่นใจ เช่น การลดริ้วรอยเพื่อให้ใบหน้าดูสดใส หรือปรับรูปหน้าให้สมดุลยิ่งขึ้น มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย : ปัจจุบันมีนวัตกรรมที่ช่วยให้การทำหัตถการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดผลข้างเคียง และให้ผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการของผู้เข้ารับบริการมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้ถือเป็นเหตุผลเบื้องต้นที่ทำให้หลาย ๆ คนตัดสินใจเข้ารับการทำหัตถการเท่านั้น แต่ก็สามารถแสดงให้เห็นถึงความสามารถของหัตถการต่าง ๆ ที่สามารถช่วยให้ปัญหาผิวหน้าต่าง ๆ คลี่คลายลงได้ ทำให้หลาย ๆ คนวางใจในประสิทธิภาพของเทคนิคนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี ประโยชน์ของการทำหัตถการหน้า มีอะไรบ้าง? สำหรับประโยชน์ของการทำหัตถการใบหน้านั้นมีประโยชน์อยู่หลายประการด้วงยกัน เช่น… ช่วยลดริ้วรอย : เช่น โปรแกรมโบท็อกซ์ โปรแกรมฟิลเลอร์ และโปรแรกมเลเซอร์ที่สามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยและทำให้ผิวดูเต่งตึงขึ้น กระชับผิวและฟื้นฟูคอลลาเจน : เทคโนโลยีอย่าง HIFU, Ulthera และร้อยไหมสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูเฟิร์มขึ้นโดยไม่ต้องศัลยกรรม ปรับรูปหน้าให้สมดุล : ฟิลเลอร์สามารถช่วยเติมเต็มใบหน้าให้ดูสมดุล เช่น เสริมคาง เติมแก้ม หรือปรับสัดส่วนใบหน้าให้ดูละมุนขึ้น ลดจุดด่างดำและรอยสิว : เช่น หัตถการประเภทโปรแกรมเลเซอร์สามารถช่วยลดรอยดำ รอยแดง และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอได้ดียิ่งขึ้น ช่วยกระชับสัดส่วนต่าง ๆ บนใบหน้า : เช่น การฉีดโปรแกรมเมโสแฟต หรือ โปรแกรม Endolift ที่สามารถช่วยลดการสะสมไขมันบนใบหน้าและช่วยให้กระชับ เช่น แก้มและเหนียง ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น เป็นต้น ทั้งนี้ การทำหัตถการหน้าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยดูแลและปรับปรุงสภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์ กระชับ และสมดุลมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดเลือนริ้วรอย เติมเต็มใบหน้า หรือกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ล้วนเป็นกระบวนการที่สามารถช่วยเสริมความมั่นใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ควรเลือกทำหัตถการกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการของคนไข้แต่ละบุคคลมากที่สุด ประเภทของหัตถการหน้า ที่ทุก ๆ คนควรทำความรู้จัก แม้จะได้ชื่อว่าเป็นหัตถการเพื่อผิวหน้าเพียงอย่างเดียว แต่หัตถการสำหรับผิวหน้าก็มีหลายรูปแบบ หลายประเภททีเดียว เช่น… 1. หัตถการฟื้นฟูและบำรุงผิว โดยหัตถการกลุ่มนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวให้กระจ่างใส ลดรอยดำรอยแดง และกระชับรูขุมขน ซึ่งประกอบด้วย… โปรแกรมเลเซอร์หน้าใส : เช่น โปรแกรม Q-Switch, โปรแกรม Pico Laser หรือ โปรแกรม IPL ฯลฯ ซึ่งสามารถช่วยลดรอยดำ กระชับรูขุมขน ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ โปรแกรมทรีตเมนต์ผลัดเซลล์ผิว : เช่น โปรแกรม Chemical Peel โปรแกรม PRP และ โปรแกรม Meso Therapy โดยจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ กระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นฟูความชุ่มชื้น โปรแกรม Hydrafacial / โปรแกรม Aqua Peel : ช่วยในการทำความสะอาดรูขุมขนอย่างล้ำลึก พร้อมเติมสารบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นมากขึ้น โปรแกรม Made Collagen / โปรแกรม Rejuran Healer : ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว ลดการอักเสบ และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวดูสุขภาพดี 2. หัตถการลดริ้วรอยและยกกระชับ หัตถการกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่จะช่วยลดเลือนริ้วรอยและยกกระชับผิวโดยไม่ต้องศัลยกรรม โปรแกรมโบท็อกซ์ (Botox) : ช่วยลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก หางตา ระหว่างคิ้ว และช่วยปรับรูปหน้าเรียว (Botox Masseter) โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler) : เติมเต็มร่องลึก เช่น ใต้ตาคล้ำ ร่องแก้ม ปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ โปรแกรมร้อยไหม (Thread Lift) : ยกกระชับผิวหน้าและกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกรอบหน้าให้ชัดขึ้น โปรแกรม HIFU : ยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อย โปรแกรม Ulthera : มีหลักการทำงานโดยใช้พลังงานอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงในการยกกระชับผิวระดับลึก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ใกล้เคียงการผ่าตัด โปรแกรม Thermage : เป็นโปรแกรมที่ใช้คลื่นวิทยุ (RF) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมากและต้องการให้ผิวเฟิร์มขึ้น 3. หัตถการปรับรูปหน้าและเสริมความงาม โดยหัตถการในกลุ่มนี้ช่วยปรับโครงหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น โปรแกรมเมโสแฟต (Mesofat / Lipolysis Injection) : โดยโปรแกรมเมโสแฟตนั้นจะช่วยลดไขมันเฉพาะจุด เช่น แก้ม เหนียง ลดความบวมของใบหน้าและปรับให้สวยได้รูปมากขึ้น เสริมคาง / เสริมจมูกแบบโปรแกรมฉีดสารเติมเต็มต่าง ๆ : เช่น ใช้ โปรแกรมฟิลเลอร์หรือไขมันตัวเอง ในการปรับรูปหน้าให้สมดุลโดยไม่ต้องศัลยกรรม โปรแกรม EndoliftX : เลเซอร์กระชับผิวและสลายไขมันใต้ผิว เหมาะสำหรับการลดเหนียง ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น โปรแกรมฉีดสเต็มเซลล์ไขมันตัวเอง (Nanofat / Microfat Grafting) : เติมเต็มผิวให้ดูอ่อนเยาว์ด้วยไขมันของตัวเอง ลดความเสี่ยงจากสารสังเคราะห์ จากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมา ผู้อ่านจะเห็นแล้วว่าแต่ละหัตถการนั้นมีจุดเด่นที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและโครงหน้าของแต่ละคน การเลือกวิธีที่เหมาะสม ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คาดหวังมากที่สุด การเลือกหัตถการสำหรับผิวหน้าให้เหมาะสมกับตนเอง ต้องดูจากอะไร? เชื่อได้ว่าเป็นเรื่องยากสำหรับหลาย ๆ คนในการเลือกว่าหัตถการหรือโปรแกรมยกกระชับหน้ารูปแบบใดที่เหมาะกับตนเอง ซึ่งในการเลือกเบื้องต้น ผู้สนใจเข้ารับบริการสามารถพิจารณาได้จากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้… 1. วิธีที่เหมาะกับสภาพผิวและอายุ เมื่อเลือกวิธีการปรับกรอบหน้า การพิจารณาสภาพผิวและอายุเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณอยู่ในช่วงวัย 20-30 ปี และมีปัญหาเกี่ยวกับการหย่อนคล้อยเล็กน้อย การเลือกเทคนิคที่ไม่รุกราน เช่น การทำโปรแกรม HIFU หรือการใช้ฟิลเลอร์สามารถช่วยยกกระชับได้โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน ส่วนผู้ที่มีอายุมากขึ้นและมีปัญหากรอบหน้าหย่อนคล้อยมาก ควรพิจารณาการยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยีที่มีความลึก เช่น การทำ โปรแกรม Endolift หรือการผ่าตัดยกกระชับหน้า ซึ่งจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนาน 2. การเลือกเทคโนโลยีที่ใช้รักษา เมื่อเลือกวิธีการปรับกรอบหน้า ควรเลือกเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น การใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน หรือการเลือกเทคนิคที่มีผลการวิจัยรองรับเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลลัพธ์จะเป็นที่น่าพอใจ หากเป็นวิธีการที่ใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ควรตรวจสอบว่าเครื่องนั้นได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) และแพทย์ที่ทำการรักษาควรมีความเชี่ยวชาญในการใช้งานเครื่องมือ 3. ปัจจัยที่ต้องพิจารณา เช่น ความเจ็บปวด, ระยะเวลาในการพักฟื้น วิธีการแต่ละประเภทมีระดับความเจ็บปวดและระยะเวลาในการพักฟื้นที่แตกต่างกัน สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเจ็บตัวหรือใช้เวลาฟื้นตัวนาน อาจเลือกวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดหรือมีระยะเวลาพักฟื้นสั้น เช่น การทำ โปรแกรม HIFU หรือการใช้โบท็อกซ์ แต่หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่ถาวรและสามารถทนความเจ็บปวดได้ อาจพิจารณาการทำการยกกระชับใบหน้าด้วยการผ่าตัด ซึ่งจะใช้เวลาพักฟื้นนานขึ้น อย่างไรก็ดี การเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพผิวและอายุของตัวเองจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์เป็นไปตามที่คาดหวังที่สุด ท้ายที่สุด ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าการทำหัตถการหน้าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ กระชับ และมีความสมดุลมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดเลือนริ้วรอย เติมเต็มใบหน้า หรือกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ล้วนเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมและให้ผลลัพธ์ที่ได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีดูแลผิวให้ดูสวยกระชับ ที่ Pattippa Clinic ของเราพร้อมให้คำแนะนำและดูแลคุณด้วยเทคโนโลยีความงามที่ทันสมัย ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าทุกหัตถการที่เลือกจะเหมาะสมกับความต้องการของทุกคนมากที่สุด บริการหัตถการต่าง ๆ >> บริการปรับรูปหน้า Pattippa Clinic โปรแกรมหัตถการสำหรับใบหน้า ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน
หน้าใหญ่ ทําไงให้หน้าเล็ก? เชื่อได้ว่าเป็นคำถามที่หลาย ๆ คนต้องการคำตอบ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังประสบปัญหาใบหน้าที่ใหญ่เกินไป ทำให้องค์ประกอบของเครื่องหน้าไม่สมดุล จนทำให้สูญเสีความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม แม้ปัญหานี้อาจจะไม่ได้ส่งผลอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ แต่ก็ส่งผลเป็นอย่างมากต่อความมั่นใจของผู้ประสบปัญหา และเพื่อให้ทุกคนได้ทราบถึงแนวทางการแก้ไขปัญหานี้ได้มากขึ้น ในบทความนี้ Pattippa Clinic มีคำตอบมาฝาก หน้าใหญ่ ทําไงให้หน้าเล็ก ไขข้อข้องใจ ปัญหารูปหน้าแบบนี้ต้องแก้ไขด้วยวิธีไหนให้ได้ผล? เป็นที่ทราบกันดีว่า ในปัจจุบัน “ใบหน้าเรียวสวยและสมส่วน” เป็นสิ่งที่หลายคนต้องการ โดยสำหรับบางคน แม้ว่าจะควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายแค่ไหน ใบหน้าก็ยังดูใหญ่ ไม่กระชับ จนทำให้เกิดความไม่มั่นใจ ปัญหานี้เกิดจากอะไร? และมีวิธีไหนบ้างที่สามารถช่วยปรับรูปหน้าให้เล็กลงได้อย่างมีประสิทธิภาพบ้าง? มาหาคำตอบกันในบทความนี้ไปพร้อม ๆ กัน หน้าใหญ่ เกิดจาก… สาเหตุที่ทำให้หน้าบานหรือดูใหญ่ไม่สมดุลนั้นอาจเกิดจากหลายปัจจัย ซึ่งบางอย่างสามารถควบคุมได้ และบางอย่างก็เป็นลักษณะทางกรรมพันธุ์หรือโครงสร้างกระดูกของแต่ละคน สาเหตุหลัก ๆ ได้แก่… โครงสร้างกระดูกใบหน้า ลักษณะของโครงสร้างกระดูกใบหน้ามีบทบาทสำคัญในการกำหนดรูปหน้าของแต่ละบุคคล หากกระดูกขากรรไกรหรือโหนกแก้มมีขนาดใหญ่หรือเด่นชัดเกินไป ก็อาจทำให้ใบหน้าดูบานหรือไม่สมดุลได้ ไขมันใต้ผิวหนัง การสะสมของไขมันบริเวณแก้ม หรือรอบกราม อาจทำให้ใบหน้าดูเต็มและกลมขึ้น ทำให้มีลักษณะ “หน้าบาน” โดยเฉพาะหากมีการสะสมไขมันมากในบริเวณนี้ กล้ามเนื้อของใบหน้า การใช้งานกล้ามเนื้อใบหน้าบ่อย ๆ หรือกล้ามเนื้อที่มีขนาดใหญ่ อาจทำให้ใบหน้าดูทื่อและหนาขึ้น เช่น การเคี้ยวอาหารหนักหรือการพูดเสียงดังเป็นประจำ ความไม่สมดุลของโครงหน้า บางครั้งโครงหน้าที่ไม่สมดุล เช่น โหนกแก้มสูงเกินไป หรือขากรรไกรล่างที่ยื่นออกมามากเกินไป อาจทำให้ใบหน้าดูบานหรือไม่สมส่วน สภาพผิวและการขาดความกระชับ การที่ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นหรือความกระชับไปตามอายุ หรือจากปัจจัยอื่นๆ เช่น การดูแลผิวที่ไม่ดี อาจทำให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อยและบานออกไป ฮอร์โมนและการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ฮอร์โมนบางชนิด เช่น ฮอร์โมนเพศชาย (เทสโทสเตอโรน) อาจส่งผลให้กล้ามเนื้อหรือกระดูกหน้าแข็งแรงขึ้น และทำให้ใบหน้าดูใหญ่ขึ้น ปัจจัยกรรมพันธุ์ บางคนอาจมีลักษณะใบหน้าที่กว้างหรือบานจากกรรมพันธุ์ ซึ่งทำให้รูปหน้าดูไม่สมดุลตั้งแต่เกิด ทั้งนี้ การระบุสาเหตุที่แท้จริงอาจต้องใช้การวิเคราะห์จากแพทย์ในด้านเวชศาสตร์ความงาม หรือศัลยกรรม เพื่อหาวิธีการแก้ไขที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล หน้าใหญ่ ดูยังไง มีลักษณะแบบไหน สังเกตจากอะไรได้บ้าง? หน้าใหญ่สามารถมีลักษณะได้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้ใบหน้าดูใหญ่ ซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลัก ๆ ได้ดังนี้ 1. กระดูกโครงหน้าใหญ่ โครงหน้ากว้าง โดยเฉพาะช่วงกรามหรือโหนกแก้ม หน้าดูเหลี่ยมหรือมีโครงสร้างที่เด่นชัด แม้ว่าจะผอม น้ำหนักลดลง แต่ขนาดใบหน้ายังดูใหญ่ 2. ไขมันบนใบหน้าสะสมเยอะ แก้มดูเต็ม หรือมีไขมันสะสมบริเวณเหนียงใต้คาง หน้าดูกลม แม้ร่างกายจะไม่ได้อ้วนมาก เมื่อเทียบกับช่วงตัว ใบหน้าดูมีขนาดใหญ่กว่า 3. กล้ามเนื้อบริเวณกรามใหญ่ กรามดูเด่นชัด โดยเฉพาะเวลาขบฟัน เมื่อกัดฟันอาจรู้สึกว่ากล้ามเนื้อบริเวณข้างแก้มแข็งตัว มักเกิดจากการใช้กล้ามเนื้อกรามเยอะ เช่น การเคี้ยวอาหารแข็ง หรือการกัดฟัน 4. ผิวหนังหย่อนคล้อยหรือบวมน้ำ ผิวหย่อนคล้อย ขาดความกระชับสามารถทำให้หน้าใหญ่ขึ้นได้ มีอาการบวมหน้าช่วงเช้า หรือเมื่อทานอาหารเค็มส่งผลให้ใบหน้าดูใหญ่และกว้างขึ้นกว่าปกติ อาจเกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น หรือระบบไหลเวียนน้ำเหลืองไม่ดีและส่งผลต่อรูปหน้าในที่สุด อย่างไรก็ตาม หากใครที่กำลังกังวลเกี่ยวกับปัญหาหน้าใหญ่ การแก้ไขที่ได้ผลต้องพิจารณาจากปัจจัยที่ทำให้ใบหน้าดูใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างกระดูก ไขมันส่วนเกิน กล้ามเนื้อกราม หรือปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อย เมื่อทราบสาเหตุที่แท้จริง ก็จะสามารถเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะสมและเห็นผลได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ปรับรูปหน้า โดยไม่ต้องศัลยกรรม ด้วยหัตถการปรับรูปหน้า แก้ปัญหาหน้าใหญ่ให้เล็กลง เรียวสวย สมดุลขึ้น จาก Pattippa Clinic สำหรับนวัตกรรมสำหรับโปรแกรมยกกระชับเพื่อปรับรูปหน้า ที่ Pattippa Clinicจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้… 1. โปรแกรม โบท็อกซ์ ( BOTOX ) โปรแกรมโบท็อกซ์ (BOTOX) คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งมีคุณสมบัติในการหยุดการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว จึงสามารถลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว และริ้วรอยบริเวณหางตา ริ้วรอยใต้ตา นอกจากนี้ โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) ยังใช้ในการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ช่วยกระชับผิว กระชับรูขุมขน และลดเหงื่อ ได้อีกด้วย 2. โปรแกรมฟิลเลอร์ ( Filler ) การฉีดฟิลเลอร์สามารถเพิ่มปริมาตรและความคมชัดให้กับบริเวณขอบกรามและคาง ทำให้รูปหน้าดูมีมิติและชัดเจนมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หรือรูปหน้าดูอ่อนคล้อยและช่วยยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้าให้ดูเต่งตึงขึ้น โดยการเติมเต็มเนื้อเยื่อใต้ผิว ทำให้เส้นกรอบหน้าดูคมและเด่นชัดขึ้น ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับกรอบหน้าเป็นการแก้ไขที่ไม่ต้องผ่าตัดและเห็นผลลัพธ์ได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับบริการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับรูปหน้าของแต่ละคนอีกด้วย 3. โปรแกรม Ulthera เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ จุดเด่น เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อย หน้าคล้อย อยากให้ใบหน้ายก ดังนั้น ในการรักษาจะเน้นในการยกกระชับผิวใบหน้าเป็นหลัก ซึ่งเรียกได้ว่า Program Ulthera เป็นหัตถการ ที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ของทางคลินิกของเราเลยทีเดียว 4. โปรแกรม Ultraformer เทคโนโลยี Ultraformer นั้น จะแตกต่างจาก Program Ulthera จะได้ช็อตเยอะกว่า ราคาย่อมเยากว่า ทั้งนี้ ยิงได้กระจายได้มากกว่า หลายตำแหน่ง โดย Program Ultraformer เหมาะกับคนที่อายุ 20-30 ต้น ๆ ที่ความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยอาจจะยังไม่ลึกมากนั่นเอง ทั้งนี้ ยังสามารถสลายไขมัน กระตุ้นคอลลาเจน ยกผิวหย่อนคล้อย ยกใบหน้าให้กระชับ ลดและสลายไขมันบนใบหน้าให้ไม่ว่าจะหมุนองศาไหนก็สวย 5. โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคนิคที่ช่วยสลายไขมัน ทำให้ผิวของเราแน่นกระชับขึ้นและยังช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มผิวเด็ก (Skin Quality) ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งเป็นก้อนพลังงานความร้อนลงในชั้นผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้ม และเหนียง ผิวหน้าหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยมาก โดยหลักการทำงานของโปรแกรม Themrage FLX นั้นจะเป็นกระตุ้นการกระชับ ปล่อยพลังงานเป็น Volumetic ซึ่งจะทำให้ลดแก้มกระชับได้ดี ทั้งนี้ยังช่วย tightening ลดแก้ม เหนียงใต้คาง จะช่วยแก้ไขผิวหลวม ผิวเด้งแน่นขึ้น ได้เพิ่มเติมเรื่องงานผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทุกคนคงเห็นแล้วว่าโปรแกรมยกกระชับและปรับรูปหน้าจากทาง Pattippa Clinic ของเรานั้นมีความหลากหลาย ซึ่งเครื่องไหนจะดีที่สุดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคนนั่นเอง ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ปัญหารูปหน้า เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจไม่น้อย แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยยกกระชับหน้าได้อย่างตรงสาเหตุ ก็สามารถช่วยให้ทุก ๆ คนมีใบหน้าที่ได้สัดส่วนและสมดุลมากขึ้น บริการปรับรูปหน้าอื่น ๆ >> บริการปรับรูปหน้า Pattippa Clinic โปรแกรมยกกระชับ ปรับรูปหน้า ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน
Ulthera prime โปรแกรมยกกระชับหน้าตัวใหม่ ที่ผู้สนใจเข้ารับบริการยกกระชับต้องทำความรู้จัก โดยก่อนหน้านี้ หลาย ๆ คนอาจได้รู้จักกับ โปรแกรม “Ulthera” หนึ่งในโปรแกรมยกกระชับใบหน้าแบบไม่ศัลยกรรม โดยอาศัยคลื่นเสียง (Ultrasound) ที่ผู้รับบริการให้เสียงตอบรับสูงสุดถึงผลการรักษาที่ชัดเจนหลังทำ โดนจุดเด่นคือ การแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้ทุกบริเวณทั้งใบหน้าและลำคอ ให้กลับมาตึงกระชับ และผิวพรรณที่ดูอ่อนเยาว์ลง เปรียบเสมือนการย้อนวัยรูปหน้าและผิวพรรณไปพร้อม ๆ กัน และที่สำคัญคือ ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีบาดแผลใด ๆ หลังทำ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นวัตกรรมนี้จะได้รับเลือกจากผู้สนใจเข้ารับบริการยกกระชับ ซึ่งกลับมาคราวนี้ จาก โปรแกรม Ulthera สู่ โปรแกรม Ulthera prime จะมีจุดเด่นอะไรที่เพิ่มเข้ามาบ้าง ในบทความนี้มีคำตอบ “Ulthera prime” นวัตกรรมยกกระชับหน้าตัวใหม่ ที่ไม่รู้จักไม่ได้ ปัญหาริ้วรอยที่ใบหน้า และผิวหน้าไม่กระชับ เป็นปัญหาที่สาว ๆ หลายคนหงุดหงิดใจ บางคนแทบจะเลิกส่องกระจกดูใบหน้า เพราะริ้วรอยฟ้องวัยกันเหลือเกิน สาเหตุของริ้วรอยที่ใบหน้าเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ สาเหตุหนึ่งคือ เกิดจากการลดลงของเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นหนังแท้ โดยเส้นใยทั้งสองเป็นเส้นใยที่ทำให้เกิดความยืดหยุ่นของผิวหนัง เมื่อเกิดการลดลงของเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสติน จึงทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นที่ใบหน้า นอกจากนี้เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ความตึงตัวของคอลลาเจนจะลดลงจึงทำให้เกิดการหย่อนคล้อยของใบหน้า ปัจจุบันมีวิธีการรักษาด้วย Ulthera นวัตกรรมที่ช่วยในการยกกระชับผิวหย่อนคล้อยให้ตึงขึ้น ก่อนรู้จัก โปรแกรม “Ulthera Prime” มารู้จัก โปรแกรม “Ulthera” กันก่อน ก่อนเข้ารับบริการยกกระชับใด ๆ ก็ตาม แน่นอนว่าสิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรก ๆ คือการศึกษารายละเอียดข้อมูลเบื้องต้นของบริการนั้น ๆ กันก่อน ซึ่ง Ulthera ก็มีข้อควรรู้ต่าง ๆ ดังนี้… ยกกระชับ โปรแกรม Ulthera คือ… เป็นวิธียกกระชับโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และมีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับใบหน้าขึ้น โดยจะ focus ให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นจุดไข่ปลาตรงใต้ผิว ซึ่งจะทำให้เกิดการหดของเนื้อเยื่อตามทิศทางของคลื่นความถี่ดังกล่าวซึ่งมีความแม่นยำเป็นอย่างมากอีกหนึ่งนวัตกรรมเลยก็ว่าได้ โปรแกรม Ulthera ดียังไง ทำไมใคร ๆ ก็สนใจเทคนิคนี้? สามารถส่งคลื่นเสียงที่มีพลังงานความร้อนไปยังชั้นใต้ผิวหนังลงลึกได้ถึงตำแหน่งที่ต้องการ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวเรียบเนียน ดูเป็นธรรมชาติ ใบหน้ายกกระชับ แพทย์สามารถมองเห็นภาพผิวหนังทุกชั้นผ่านหน้าจอของเครื่อง Ulthera ทำให้ปรับคลื่นเสียงที่เหมาะกับสภาพผิวมีความปลอดภัยสูง ประสิทธิภาพและผลการรักษาน่าพึงพอใจ เห็นผลการรักษาใน 3 เดือน สามารถเพิ่มความอ่อนเยาว์บนใบหน้า รูขุมขนเล็กลง ผิวยกกระชับ เรียบเนียนขึ้นทั้งบริเวณหน้า และคอโดยไม่ต้องผ่าตัด ให้ผลลัพธ์ที่คล้ายกับการดึงหน้า โปรแกรม Ulthera เหมาะกับใครบ้าง ? Ulthera เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวหน้าและลำคอโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอย และฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิวได้ การทำ Ulthera นั้นเหมาะกับกลุ่มคนดังต่อไปนี้ ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลางโปรแกรม Ulthera เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย แต่ยังไม่ต้องการการผ่าตัดดึงหน้า การยกกระชับด้วยโปรแกรม Ulthera จะช่วยยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้า ลำคอ และบริเวณอื่น ๆ ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผู้ที่ต้องการลดริ้วรอยและฟื้นฟูผิว สำหรับผู้ที่มีริ้วรอยรอบดวงตา รอบปาก หรือบริเวณอื่น ๆ การทำ Ulthera จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ริ้วรอยลดเลือนลง และผิวดูกระชับและสดใสขึ้น ผู้ที่ต้องการดูแลและฟื้นฟูสภาพผิวในระยะยาว เพราะ โปรแกรม Ulthera ไม่เพียงแต่ช่วยยกกระชับผิวในทันที แต่ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวค่อย ๆ ฟื้นฟูและดูดีขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะยาว ผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป การทำโปรแกรม Ulthera เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวตามวัย โดยเฉพาะผู้ที่อายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่ผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นและเริ่มมีริ้วรอยปรากฏขึ้น โปรแกรม Ulthera ทำบริเวณไหนได้บ้าง? สามารถทำได้ทั่วบริเวณใบหน้า เช่น การยกกระชับบริเวณแก้ม ร่องแก้ม กรอบหน้า ให้เข้ารูป แก้ไขปัญหาถุงใต้ตาหย่อน ยกคิ้วตก ยกหางตาหย่อน รวมถึงปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา ปัญหาใต้คาง คอที่ไม่กระชับ และมีความหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก ต้องการปรับให้กระชับเข้ารูปเพื่อกรอบหน้าที่คมชัด นอกจากนี้การยกกระชับคอให้ได้รูปมากขึ้น ในผู้หญิงบางคนที่มีปัญหาริ้วรอยความหย่อนคล้อยบริเวณเนินอก ก็สามารถใช้ Ulthera ในการแก้ไขปัญหาได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังสามารถแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยตรงส่วนอื่น ๆ ซึ่งต้องอาศัยเทคนิคเฉพาะของแพทย์ในการแก้ไขจัดการปัญหา ได้แก่ ไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าอกด้านข้าง ต้นขา ริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณหัวเข่า และ มือ เป็นต้น โปรแกรม Ulthera อันตรายไหม มีผลข้างเคียงหรือไม่? Ulthera เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้ คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (Microfocused Ultrasound; MFU-V) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ช่วยให้ผิวกระชับขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด ถือเป็นหัตถการที่ได้รับ การรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาและไม่ทำร้ายผิว ทั้งนี้ ต้องได้รับการให้บริการจากแพทย์ผู้ที่ทราบขั้นตอนการให้บริการเป็นอย่างดีและใช้เครื่องแท้ อย่างไรก็ตาม อาจมีผลข้างเคียงบางอย่างที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่โดยรวมถือว่าไม่มีผลกระทบร้ายแรงถ้าได้รับการดูแลที่เหมาะสม ขั้นตอนการทำโปรแกรม Ulthera มีรายละเอียดยังไงบ้าง? สำหรับขั้นตอนการทำ โปรแกรม Ulthera นั้นจะเริ่มต้นจากการประเมินผิวหน้าและทำการแปะยาชาประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง เพื่อลดความรู้สึกเจ็บขณะทำ หลังจากนั้นแพทย์จะทำการเริ่มทำการรักษาโดยประเมินโครงสร้าง SMAS และ ชั้น Collagen ทั้งหมด และจัดลำดับการรักษาและกำหนดพลังงาน (Energy level) ที่เหมาะสม เพื่อปรับโครงสร้างที่หย่อนคล้อยให้กระชับคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวจนครบทุกส่วน โดยใช้เวลาประมาณทั้งหมด 30-60 นาที 3 จุดเด่นของ โปรแกรม “Ulthera Prime” ที่เพิ่มมาจากเดิม จากที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า โปรแกรม Ulthera Prime นั้นเป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวรุ่นใหม่ล่าสุดที่พัฒนาจากโปรแกรม Ulthera รุ่นก่อนหน้า โดยมีจุดเด่นสำคัญที่เพิ่มมา ดังนี้… 1.หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ขึ้น โดยเครื่องโปรแกรม Ulthera Prime นั้นมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ Full HD ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 35% ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพิ่มความความสามารถในการรักษาให้มีความแม่นยำมากขึ้น 2.ความเร็วในการประมวลผลที่สูงขึ้น ระบบประมวลผลของโปรแกรม Ulthera Prime เร็วขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ส่งผลให้การทำหัตถการใช้เวลาน้อยลง และลดความรู้สึกไม่สบายของผู้รับบริการ 3.ดีไซน์ที่ทันสมัยและกะทัดรัด เครื่องโปรแกรม Ulthera Prime ได้รับการออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัยและขนาดกะทัดรัดมากขึ้น สะดวกต่อการใช้งานและเคลื่อนย้าย ซึ่งถือว่ามีความสะดวกต่อการให้การบริการเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีพื้นฐานของโปรแกรม Ulthera Prime ยังคงใช้คลื่นเสียงความถี่สูงที่สามารถส่งพลังงานไปยังชั้นผิว SMAS เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า ทำให้ผลลัพธ์ในการยกกระชับผิวมีประสิทธิภาพเช่นเดิม ทั้งนี้ ที่ Pattippa Clinic จะเปิดให้บริการโปรแกรม Ulthera Prime ในเดือนเมษายน 2568 นี้ สำหรับผู้อ่านท่านใดที่สนใจสามารถเข้ามาปรึกษากับทางคลินิกก่อนได้เพื่อเป็นการทราบรายละเอียดเบื้องต้นก่อนเข้ารับบริการ ทำโปรแกรม Ulthera ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน อ่านรายละเอียด บริการ Ulthera จาก Pattipa Clinic เพิ่มเติม >> โปรแกรม ulthera ยกหน้าจริง ลดหน้าคล้อย
“ร้อยไหมกระชับหน้า” เทคโนโลยียกกระชับที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า คนเราทุกคนย่อมต้องการให้ตัวเองดูดีและอ่อนเยาว์อยู่เสมอ จึงทำให้เทคโนโลยีด้านเสริมความงามพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในเทคนิคเหล่านั้นที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ก็คือ เทคนิคการร้อยไหมด้วยไหมละลาย ดังนั้นเราจึงควรรู้ถึงข้อเท็จจริง ข้อดีและข้อเสียของเทคนิคดังกล่าวก่อนที่จะตัดสินใจเลือกรับบริการ ซึ่ง Pattippa Clinic ก็ได้รวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการร้อยไหมมาฝากกัน ร้อยไหมกระชับหน้า คืออะไร ช่วยยกกระชับและปรับรูปหน้าได้จริงไหม? เมื่ออายุมากขึ้น ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยดูไม่อ่อนเยาว์เหมือนก่อนมักเป็นสิ่งรบกวนจิตใจใครหลายคน โชคดีว่า ในปัจจุบันปัญหาริ้วรอยและความหย่อนคล้อยนั้นมีทางแก้ไขได้ ด้วยศาสตร์ในทางการแพทย์ที่สามารถทำการยกกระชับใบหน้าด้วย “การร้อยไหม” ซึ่งเป็นหัตถการที่ไม่มีการผ่าตัด ใช้เวลาในการทำไม่นาน ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ในทันที โปรแกรม ร้อยไหม คืออะไร? โปรแกรมร้อยไหมเป็นเทคนิคการยกกระชับใบหน้า สำหรับผู้ที่มีปัญหาหย่อนคล้อย หรือผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เข้ารูปมากขึ้น โดยการใส่เส้นไหมบริเวณใบหน้าเพื่อยึดพยุงตัวโครงสร้างของใบหน้าเอาไว้ ที่สำคัญการทำนั้นไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลาไม่นาน ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งการร้อยไหมนอกจากช่วยให้ใบหน้ากระชับแล้ว ยังมีส่วนช่วยสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ริ้วรอยลดลง ผิวพรรณสดใสขึ้น และกระชับรูขุมขนได้อีกด้วย โปรแกรมร้อยไหมช่วยอะไรได้บ้าง? จุดประสงค์หลักของการร้อยไหมคือการยกกระชับผิวบริเวณต่างๆ แต่ในบางคนอาจมีริ้วรอยที่ดูลดเลือนลงด้วยจากผลของการกระตุ้นสร้างคอลลาเจน คนไข้อาจสังเกตเห็นผลลัพธ์ได้เล็กน้อยทันทีหลังจากทำเสร็จ จากนั้นผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นใน 3-6 เดือน และผลการยกกระชับอาจคงอยู่ได้นาน 1-3 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา เช่น พฤติกรรมการสูบบุหรี่ การใช้ชีวิตประจำวัน โปรแกรมร้อยไหมสามารถทำได้หลายส่วน ดังนี้… ยกกระชับแนวกราม ขากรรไกร ยกกระชับแนวคิ้ว ยกกระชับพื้นที่ใต้ดวงตา ยกกระชับบริเวณหน้าผาก ยกกระชับแก้ม ยกกระชับบริเวณหน้าอก (สำหรับผู้หญิงที่ลดน้ำหนักหรือเพิ่งคลอดบุตร) แต่อย่างไรก็ตาม การร้อยไหมเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุระหว่าง 30 ปลาย ๆ ถึง 50 ต้น ๆ หรือผู้ที่มีผิวหน้าหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลางเท่านั้น เพราะการร้อยไหมเป็นการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย แต่ไม่ได้มีการนำผิวที่หย่อนคล้อยออกไปเหมือนการผ่าตัดยกกระชับ ทำให้ไม่สามารถยกกระชับผิวของคนที่หย่อนคล้อยมาก ๆ ได้ ใครบ้างที่เหมาะกับโปรแกรมร้อยไหม? สำหรับหัตถการนี้สามารถตอบโจทย์กับคนไข้หลายกลุ่มด้วยกัน เช่น… ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30-50 ปี ที่มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิว ปรับรูปหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหารูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น ซึ่งนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลุ่มคนไข้ที่เหมาะกับการร้อยไหมเท่านั้น โดยสำหรับกลุ่มอื่น ๆ ที่สนใจสามารถเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ ขั้นตอนโปรแกรมร้อยไหม ขั้นตอนการร้อยไหมอาจมีความแตกต่างกันไปตามตำแหน่งที่ทำ แต่ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นขั้นตอนพื้นฐานที่ผู้ให้บริการมักปฎิบัติไปในทิศทางเดียวกัน ผู้ให้บริการจะให้คุณนอนราบ จากนั้นจะใช้แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดทั่วบริเวณ ตามด้วยยาระงับความรู้สึก เมื่อยาระงับความรู้สึกออกฤทธิ์ ผู้ให้บริการจะใช้เข็มสอดไหมเข้าไปใต้ผิวหนัง ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลานาน 30-45 นาที หลังจากที่ไหมสอดเข้าไปแล้ว อาจรู้สึกว่าผิวหน้ากำลังถูกยกตามทิศทางที่ร้อยไหม และอาจรู้สึกแรงกดเล็กน้อย ผู้ให้บริการจะนำเข็มออก เป็นอันเสร็จขั้นตอนการร้อยไหม ซึ่งนี่เป็นเพียงขั้นตอนเบื้องต้นเท่านั้น โดยแต่ละคลินิกหรือสถานให้บริการอาจมีขั้นตอนที่มากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้เช่นกัน ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับเทคนิคของคุณหมอแต่ละท่านด้วยนั่นเอง ก่อนและหลังโปรแกรมร้อยไหม ควรเตรียมตัวอย่างไร? สำหรับแนวทางการเตรียมตัวและการดูแลตนเองหลังเข้ารับบริการร้อยไหม คนไข้สามารถทำตามขั้นตอนต่าง ๆ ได้ ดังนี้… ก่อนโปรแกรมร้อยไหม ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี และตรงกับความต้องการของคนไข้มากที่สุด งดทานวิตามินและอาหารเสริมก่อนทำการร้อยไหม 1 สัปดาห์ เพราะอาจจะมีผลให้เลือดออกง่ายและเกิดการฟกช้ำง่ายหลังทำง่ายขึ้น ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง หลังโปรแกรมร้อยไหม ไม่ควรแต่งหน้าหลังทำ 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ไม่ควรทำหัตถการต่างๆ บนใบหน้า 2 สัปดาห์ ไม่ควรออกกำลังกายหนักๆ เพราะมีผลต่อเรื่องเลือดออกและการฟกช้ำ ไม่ควรอ้าปากกว้าง หรือเคี้ยวของที่เหนียวและแข็งมากเกินไป เพราะจะทำให้กระทบกระเทือนหรือเจ็บระบมได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการหรือการดูแลตนเองหลังเข้ารับบริการก็สำคัญด้วยกันทั้งสิ้น คนไข้ทุกคนควรใส่ใจในทุก ๆ ขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ตามที่คาดหวังด้วยนั่นเอง เห็นผลหลังทำทันที จริงหรือ…? ผลลัพธ์ของการร้อยไหมจะเห็นผลได้ชัดเจนทันทีประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ และจะเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ จนถึงระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ไหมจะทำหน้าที่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ และยังช่วยในเรื่องของการกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวเรียบเนียน รูขุมขนเล็กลง ผิวกระจ่างใส ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน..? โดยปกติแล้วจะอยู่ได้นาน 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่ง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการดูแลตนเองของคนไข้ด้วย โดยสรุปแล้ว การร้อยไหมเป็นทางเลือกในการยกกระชับผิวหน้าสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ไม่ต้องการผ่าตัด มีความปลอดภัยสูง ไม่กระทบกับชีวิตประจำวัน หากดูแลรักษาผิวหน้าอย่างดีก็จะช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน โปรแกรมร้อยไหม Facelift ดึงยกกระชับใบหน้า จาก Pattippa Clinic ที่ Pattippa Clinic เราคัดเลือกอุปกรณ์สำหรับการใช้งานที่ผ่านอย. มีคุณสมบัติการยกกระชับอย่างมีประสิทธิภาพ มีความแข็งแรง แบบ 360 องศา ดึงได้มากกว่าปกติ ถึง 4 เท่า และเห็นผลทันที ทั้งนี้ ไม่ต้องผ่าตัด จึงไม่ต้องพักฟื้นให้เสียเวลาอีกด้วย บอกเลยว่าคนไข้ทุกคนจะได้รับผลลัพธ์ตามที่คาดหวังไว้อย่างแน่นอน โปรแกรมร้อยไหมกระชับหน้า ที่ไหนดี? Pattippa clinic Ayutthaya คลินิกความงามที่ให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณและความงามแบบ Full Service ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงบริการด้านความงามอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ตลอดทุกขั้นตอนการให้บริการ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน
Pattippa Clinic คลินิกดูแลผิวและความงาม
ให้บริการยกกระชับ ปรับรูปหน้า ดูแลหลุมสิว
รอยสิว รวมถึงโปรแกรม Body / Skin / Hair
โดยแพทย์ประเมินให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
© 2026 pattippaclinic. All rights reserved.